อาวดี้ ประเทศไทย ปรับมาร์เก็ตติ้งปลุกกำลังซื้อ หลังตลาดรถหรูซึมเล็กน้อย คนมีตังค์ชะลอการใช้เงิน

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวกับ "ทีมข่าวยานยนต์ไทยรัฐออนไลน์" ว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 66 ที่ผ่านโดยเฉพาะหลังเลือกตั้งตลาดรถหรูค่อนข้างเงียบ ซึ่งไม่ใช่แค่ค่ายรถของเราเพียงอย่างเดียว Audi ประเทศไทยจึงปรับแผนการตลาดใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการทำโรดโชว์ การจัดอีเวนต์ที่โชว์รูม รวมถึงทำการตลาดต่างๆ ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อปลุกตลาดอีกคร้ัง ยอดขายจึงเริ่มกลับเข้ามาซึ่ง ณ วันนี้ทราฟฟิกของเราดีขึ้น

อย่างไรก็ตามก็ต้องยอมรับว่าปัจจัยเรื่องการเมืองมีส่วนสำคัญกับเศรษฐกิจและธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งหากยังไม่มีความชัดเจนก็อาจจะในหลายๆ ส่วน เช่น บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น รวมไปถึงบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งเราคาดว่าหากมีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลภาพรวมเศรษฐกิจไทยก็จะดีขึ้น 

"เศรษฐกิจบ้านเรามีผลกับการซื้อรถยนต์ ซึ่งในส่วนของภาพรวมตลาดรถหรูก็เช่นกัน เราพบว่าตอนนี้มีลูกค้าจองซื้อรถยนต์เป็นจำนวนมากก็จริง แต่ลูกค้าชะลอการรับรถ หรือจะรอรับรถช่วงไตรมาสที่ 4/66 แทน"

นายกฤษณะกร กล่าวอีกว่า สำหรับอาวดี้ ประเทศไทย เรามีดีลเลอร์ที่พร้อมจะซัพพอร์ตไม่ว่าจะเป็นโชว์รูมที่โคราชซึ่งเปิดให้บริการแล้ว ที่เชียงใหม่ และที่หาดใหญ่ก็กำลังจะเปิดโชว์รูมได้เร็วๆ นี้ ฉะนั้นลูกค้าต่างจังหวัดก็สามารถเข้ามาทดสอบและซื้อรถยนต์ได้ทันที

ปัจจุบันโชว์รูมที่เปิดให้บริการก็แอ็กทีฟกับจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเราก็สามารถกวาดยอดขายและทำกิจกรรมทางการตลาดได้ครบทุกภูมิภาค ส่วนกลยุทธ์การเปิดโชว์รูมในแต่ละภูมิภาคเราก็มีแพลนที่จะขยายดีลเลอร์อีก แต่ต้องดู volume ให้เหมาะสม

...

"สิ่งที่เราอยากเห็นมากที่สุด คือ ดีลเลอร์มีกำไร เราขอดู Business Plan ของดีลเลอร์ทุกปี เพื่อให้เราวางแผนการจัดรถให้เหมาะสม ซึ่ง หากเปิดให้มีดีลเลอร์มากเกินไป และเราไม่สามารถจัดรถให้ได้ตามความต้องการก็ไม่ไหว"

สำหรับช่วงที่เหลือของปี 66 นี้เราพร้อมทยอยส่งมอบรถยนต์ให้ครบกับความต้องการของลูกค้า และมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์อีก 2-3 รุ่น ส่วนปี 67 ก็อาจจะมีการนำรถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV เข้ามาทำตลาด ซึ่งรถอีวีในประเทศไทยพัฒนาได้มากกว่าในหลายประเทศ แต่ก็ยังต้องรอเรื่อง Infrastructure ให้พร้อมมากกว่านี้ก่อน เพราะปัจจุบันในช่วงวันหยุดยาวๆ เราจะเห็นได้ว่ารถอีวียังต้องรอชาร์จไฟฟ้ากันอยู่

ทั้งนี้ เรามองว่า รถยนต์เครื่องสันดาปก็ยังต้องมีอยู่ ส่วนใครที่ยังไม่อยากกระโดดไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% เลยก็อาจจะใช้ปลั๊กอินไฮบริดแทนก็มี อย่างไรก็ตามเรายังคาดเดาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานเป็นกลุ่มคนเซ็กเตอร์ไหน ซึ่งอาจจะเป็นคนที่มองหาซื้อรถคันที่สองเลยเลือกรถยนต์ไฟฟ้า หรืออาจจะเป็น Early Adopter คนที่อยากลองอะไรใหม่ๆ จึงเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าก็มีเช่นกัน ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้เราก็จะมีโปรดักต์ที่หลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกใช้ด้วยเช่นกัน