นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 จนถึงปัจจุบัน Mercedes-Benz ผลิตรถยนต์ตัวถังซาลูนขนาดกลางมากกว่า 16 ล้านคัน ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2509 Mercedes-Benz Universal ได้เปิดตัวรถเอสเตทรุ่นแรก ที่สร้างโดย IMA พันธมิตรจากเบลเยียม โดยใช้ Mercedes-Benz รุ่นครีบท้าย 200 D และ 230 S มาดัดแปลงเป็นรถเอสเตทคาร์อย่างเป็นทางการรุ่นแรกของแบรนด์ตราดาว
เดือนเมษายน พ.ศ. 2521 ซีรีส์โมเดล Estate รหัสตัวถัง S123 เข้าสู่สายการผลิต หลังจากนั้น เรื่องราวความสำเร็จอันยาวนานก็ได้เริ่มต้นขึ้น จนถึงขณะนี้มีการสร้างโมเดลสเตชันแวกอนท่ีเรียกว่าเอสเตทมากกว่าล้านคัน ในเยอรมนี โมเดลเอสเตทของแบรนด์ดาวสามแฉก เป็นที่รู้จักในชื่อ "T-Modell" และแม้ว่า "T" จะหมายถึงการท่องเที่ยวกับคนที่รู้ใจหรือไปกับครอบครัว พร้อมสัมภาระพอๆ กับการย้ายบ้าน แต่ T-Modell ก็หมายถึงผู้นำเทรนด์ด้วยเช่นกัน สำหรับ Mercedes-Benz โมเดลเอสเตทเป็นส่วนสำคัญของเซกเมนต์ยานยนต์ที่หรูหราและมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะในเยอรมนี E-Class ทุกรุ่น (S 124, S 210, S 211, S 212, S 213 รวมถึงรุ่น All-Terrain S213 ปี 2017)
...
ล่าสุด ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โฆษกของ Mercedes-Benz ยืนยันว่า E-Class wagon รุ่นใหม่ รหัสตัวถัง S214 จะไม่ถูกส่งไปขายในอเมริกาเหนือ เนื่องจากตัวเลขยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ E-Class All-Terrain เวอร์ชันต่อไปนั้นจะขึ้นอยู่กับการประกาศในอนาคตของผู้บริหารแบรนด์ตราดาวว่าจะเข้าไปทำตลาดในอเมริกาหรือไม่? ไม่ใช่ลูกค้าทุกคนที่จะชอบและควักเงินจำนวนมากเพื่อซื้อรถ SUV และ Mercedes-Benz ก็รู้ดีว่า การสร้างรถที่มีตัวถังหลากหลายรูปแบบให้เลือก สามารถทำกำไรได้มากกว่ามีรถแค่รุ่นเดียวออกขายในแต่ละโมเดล Mercedes ไม่เพียงแต่ทำให้ C-Class เจนใหม่รุ่นเอสเตทมีความน่าใช้ แต่ยังทำให้ E-Class ที่มีหลังคายาวยังคงดำรงอยู่ไปอีกอย่างน้อย 8 ปี มีข่าวลือหนาหูว่าดาว 3 แฉกจะเลิกผลิตรถแวกอนหลังปี 2030 และแม้ว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่ก็ยังมีเวลาอีกมากที่จะหนีจากรถเอสยูวีที่น่าเบื่อและมีอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง ไปเป็นรถพ่อบ้านสุดหล่อที่ใช้งานได้จริง
...
Mercedes wagons รุ่นใหม่ ใหญ่โตขึ้นในทุกมิติ มันมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อน เพื่อให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเป็นพิเศษ ความยาวฐานล้อจึงถูกยืดออกไปอีก ชื่อรหัส S214 ทำให้ระยะฐานล้อถูกยืดอีก 22 มิลลิเมตร (0.86 นิ้ว) เป็น 2,961 มิลลิเมตร (116.57 นิ้ว) เพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาของเศรษฐีที่รักความสบาย ขณะที่ความกว้างเพิ่มขึ้น 28 มิลลิเมตร (1.1 นิ้ว) เป็น 1,880 มิลลิเมตร (74 นิ้ว) เพื่อเพิ่มพื้นที่วางข้อศอก ความยาวเพิ่มขึ้น 4 มิลลิเมตร (0.15 นิ้ว) เป็น 4,949 มิลลิเมตร ยาวเฉียดๆ 5 เมตร (194.84 นิ้ว) และความสูงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1 มิลลิเมตร (0.04 นิ้ว) เป็น 1,469 มิลลิเมตร (57.83 นิ้ว)
...
Mercedes E-Class Estate รุ่นปี 2024 มีพื้นที่เก็บสัมภาระความจุ 615 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลัง พื้นที่เก็บของจะเพิ่มเป็น 1,830 ลิตร ระบบขับเคลื่อนเบนซินปลั๊กอินไฮบริดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มเติมเข้ามา แต่ปริมาตรของเก็บสัมภาระท้ายจะโดนแบ่งปันโดยแบตเตอรี่ของระบบไฮบริด ทำให้ห้องเก็บของส่วนท้ายมีพื้นที่ลดลงเหลือ 460 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังจะเพิ่มเป็น 1,785 ลิตร เบาะหลังแบบพับแยกส่วน 40:20:40 เพื่อความอเนกประสงค์ในการเก็บสัมภาระ การเข้าถึงพื้นที่เก็บของทำได้โดยใช้ฝาท้ายที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
...
E-Class Estate S214 เป็นรถพ่อบ้านที่หล่อเหลาเอาเรื่อง พร้อมที่จะทำลายยอดขายอันดีงามของ GLE เมื่อดูจากรูปลักษณ์ของ E-Class Sedan W214 ที่เปิดตัวในยุโรปไปเมื่อปลายเดือนเมษายน มันดูขัดแย้งน้อยกว่า BMW 5 Series Touring ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ E-Class Estate S214 มีตัวถังโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม เนื่องจากค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านลดลงจาก 0.27 เป็น 0.26 มีล้อขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว แต่รุ่นพื้นฐานใช้ชุดล้อขนาด 17 นิ้วที่เหมาะสมกับความนิ่มนวลของช่วงล่างมากกว่าล้อยักษ์ขนาด 21 นิ้ว ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (ด้านหลัง) หรือ Airmatic E-Class Estate เป็นรถครอบครัวที่หรูหราและสะดวกสบาย พร้อมการใช้งานแบบสารพัดประโยชน์ที่เหนือกว่ารถตัวถังซีดาน มันมีสามจอภาพ กล้องเซลฟี่ และการควบรวม TikTok / Angry Birds เช่นเดียวกับ Zoom สำหรับการประชุมโดยใช้กล้องวิดีโอภายในตัวเดียวกันที่ติดตั้งอยู่บนแดชบอร์ด
ขุมกำลังเบนซินและดีเซลแบบแถวเรียงสี่กระบอกสูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบ จะมาพร้อมกับ Integrated Starter-Generator (ISG)
ในยุโรป Mercedes-Benz จะทำตลาดด้วยรถ E-Class Estate S214 รุ่น E200 และ E220d ในช่วงแรกหลังเปิดตัว รวมถึงรุ่น E300e plug-in hybrid เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงสี่สูบเทอร์โบ ขนาดความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลัง 204 แรงม้า (150 กิโลวัตต์) แรงบิด 320 นิวตัน-เมตร (236 ปอนด์-ฟุต) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังเพิ่มขึ้น 23 แรงม้า (17 กิโลวัตต์) แรงบิด 205 นิวตันเมตร (151 ปอนด์-ฟุต) อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 231 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล E220d วางเครื่องยนต์ OM654 ดีเซลแถวเรียงสี่สูบ ความจุ 2.0 ลิตร กำลัง 197 แรงม้า (145 กิโลวัตต์) แรงบิด 440 นิวตันเมตร (325 ปอนด์-ฟุต) พร้อมระบบ Mild Hybrid 48V อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Mercedes-Benz แจ้งว่า รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 6 สูบจะตามออกมาในภายหลัง ทุกรุ่นใช้เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G Tronic ซึ่งได้รับการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทดกำลัง
รุ่นปลั๊กอินไฮบริด E300e ใช้เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงสี่สูบ เทอร์โบ ความจุ 2.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้ได้กำลังรวม 312 แรงม้า (230 กิโลวัตต์) เครื่องยนต์สันดาปภายในนั้นดีสำหรับการสร้างกำลัง 204 แรงม้า (150 กิโลวัตต์) และแรงบิดที่เหมาะสมในระดับ 320 นิวตันเมตร (236 ปอนด์-ฟุต) ในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) แรงบิด 440 นิวตันเมตร (325 ปอนด์-ฟุต) Mercedes E-Class Estate E300e Plug in Hybrid เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรใน 6.5 วินาที เร็วที่สุดในบรรดาเครื่องยนต์ทั้งสามแบบ ความเร็วสูงสุด 227 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 25.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะการขับด้วยไฟฟ้าเพียวๆ ในวัฏจักร WLTP ที่มีตัวเลขค่อนข้างจะเอาใจบริษัทรถยนต์ มันวิ่งด้วยมอเตอร์ไกล 100 กิโลเมตร
แบรนด์หรูสัญชาติเยอรมนีแจ้งว่า จะเปิดตัว Mercedes E-Class Estate PHEV เครื่องยนต์ดีเซลในภายหลัง แน่นอนว่ายังมี AMG E-Class Estate ที่ดักแก่ และยังคงต้องรอดูว่า เครื่องยนต์ V8 จะกลับมาหรือไม่ จากรายงานล่าสุดระบุว่า E63 รุ่นท็อปจะลดขนาดของขุมกำลังลงเหลือ V6 plug-in hybrid ที่มีกำลังมากกว่า 700 แรงม้า แต่ยังไม่มีอะไรที่ออกมาอย่างเป็นทางการ สำหรับ E63 Estate ใหม่ จะต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างรุนแรง นอกเหนือจากแวกอนสายเทพอย่าง Audi RS6 Avant แล้ว BMW M5 Touring ก็มีแนวโน้มที่โผล่ออกมาในปี พ.ศ. 2568
Mercedes E-Class Estate S214 วางจำหน่ายในยุโรปในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/