โครงการไอเอ็มวี (IMV) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Innovative International Multi-purpose Vehicle เริ่มประกาศดำเนินโครงการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2545 โดย Toyota Motor Thailand ได้รับความไว้วางใจจาก Toyota Motor Corporation ประเทศญี่ปุ่น ให้นำโครงสร้างของรถกระบะมาแตกไลน์ออกเป็นรถยนต์สามรุ่น นั่นก็คือ Toyota Hilux / Toyota Fortuner และ Toyota Innova
วัตถุประสงค์ของ โครงการไอเอ็มวี (IMV) เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ในโครงการนี้ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท โดยผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน รถยนต์อเนกประสงค์ PPV SUV และรถยนต์ครอบครัว MPV รวมถึงเครื่องยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ และส่งออกจำหน่ายไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก จากความสำเร็จของการส่งออกรถกระบะ Hilux ในโครงการ IMV ไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลก รวมถึงการส่งออกรถกระบะ Hilux ไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น ส่วนรถอเนกประสงค์ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานหลากหลายอย่าง Fortuner ก็ทำตลาดได้ดีในไทยและในกลุ่มอาเซียน รวมถึงรถยนต์ครอบครัวขนาดกลางอย่าง Innova ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ในอินโดนีเซีย
...
หลังจากผ่านไป 21 ปี โครงการ IMV ประสบความสำเร็จอย่างดี โดนมีรถยนต์ Toyota ทั้งสามรุ่น ที่ผลิตภายใต้โปรเจกต์นี้มากกว่า 3.3 ล้านคันที่ถูกส่งออกไปขายใน 124 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะกระบะ Hilux REVO ถูกส่งไปขายในประเทศที่มีมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มข้นอย่างญี่ปุ่นอีกต่างหาก สำหรับ Innova เจเนอเรชันล่าสุดที่ประกอบในอินโดนีเซียและส่งออกมาขายในประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ ก็คือ โครงสร้างแพลตฟอร์ม เปลี่ยนมาใช้ TNGA-C เพื่อวางรากฐานใหม่ให้กับระบบขับเคลื่อน จากโครงสร้างที่เคยใช้ร่วมกับรถกระบะมาเป็นโครงสร้างแชสซีของรถเก๋ง เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนใหม่ จากขับเคลื่อนล้อหลังมาใช้การขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า เครื่องยนต์ที่เคยใช้เครื่องดีเซลของ Toyota Hilux กลายเป็นเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.0 ลิตร ระบบบังคับเลี้ยว จากพวงมาลัยพาวเวอร์เปลี่ยนมาเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า EPAS electric power assisted steering
...
...
...
ล่าสุด แบรนด์สามห่วงได้เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ของครอบครัวในรูปแบบของการนำเข้ามาจากอินโดนีเซีย พร้อมระบบส่งกำลังแบบไฮบริด แพลตฟอร์มที่เปลี่ยนจากแชสซีออนเฟรมไปเป็นโมโนค็อก ฐานล้อยาวขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย เบาะที่นั่งปรับไฟฟ้าแบบแยกส่วน Captain Seat นี่คือ Toyota New Innova 2023 รถ MPV 6 ที่นั่ง นำเสนอด้วยรูปแบบใหม่ พร้อมขนาดที่ใหญ่กว่า โครงสร้างที่ได้รับการเจียระไนใหม่ ให้กลายเป็น Unibody (monocoque) แพลตฟอร์ม Toyota New Global Architecture (TNGA-C) เหมือนกับ Toyota Corolla Cross และ Lexus UX ทำให้ Innova รุ่นใหม่ เปลี่ยนไปใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เครื่องยนต์ไฮบริด Dynamic Force ความจุ 2.0 ลิตร เน้นความประหยัด ประสิทธิภาพด้านแรงบิดและการลดมลพิษ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกพวกเบาะแถวกลางปรับไฟฟ้าพร้อมที่รองต้นขา ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์ใต้กันชนหลัง ระบบความปลอดภัย TSS 3.0 เชื่อมโยงกับรูปลักษณ์ที่เหมือน SUV มากกว่าจะเป็น MPV
Toyota Innova Zenix ราคา
Toyota Innova Zenix 2.0HEV Premium ราคา 1,479,000 บาท
Toyota Innova Zenix 2.0HEV Smart ราคา 1,379,000 บาท
Innova Zenix 2.0HEV Premium มีหน้าตาละม้ายคล้ายกับรถเอสยูวีไซล์กลาง รุ่นสูงสุด Premium มีกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมทำจากพลาสติกสีเทาล้อมกรอบด้วยโครเมี่ยม ไฟหน้า LED กันชนหน้าเชื่อมโยงกับรูปแบบของชุดกระจังเพื่อความกลมกลืน ไฟเลี้ยว LED อยู่ตรงมุมของกันชนทั้งสองข้าง ไฟตัดหมอกและไฟท้าย LED ปนวตัวถังด้านข้างเรียบๆ แต่มือจับที่เปิดประตูของรุ่น Premium ทำออกมาอย่างหรูหรา ล้อมกรอบกระจกด้านข้างด้วยวัสดุโครเมี่ยม สัญลักษณ์ Hybrid ที่บานประตูหน้าต่ำลงมาจากแนวของกระจกมองข้าง กันชนหลังออกแบบให้ระดับความสูงที่ต่ำกว่าปกติเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับยกสัมภาระเข้าไปเก็บได้อย่างสะดวก ไฟท้ายทรงเหลี่ยมคล้ายกับ Corolla Cross แต่มีขนาดที่ใหญ่กว่า ฝาท้ายไฟฟ้า สั่งงานด้วยเซนเซอร์ด้านล่างใต้กันชนหลัง หรือใช้มือกดปุ่มเปิดที่ใต้สัญลักษณ์สามห่วงจะสะดวกกว่า เพราะถ้าแหย่ขาไม่ตรงกับเซนเซอร์ ฝาท้ายก็จะไม่เปิด เวลาเปิดหรือปิดฝาท้ายมีสัญญาณเสียงแจ้งเตือนที่ปรับระดับความดังได้ ฝาท้ายไฟฟ้ามีระบบป้องกันการหนีบติดมาให้เพื่อความปลอดภัย
มิติตัวถังของ Innova Zenix 2023 ยาวขึ้นเล็กน้อย โดยมีขนาดความยาว 4,760 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตร ขนาดความกว้างของตัวถังมากกว่า Innova โฉมที่แล้วแค่ 20 มิลลิเมตร แต่มีสัดส่วนความสูงเท่าเดิมที่ 1,795 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร ยาวขึ้นถึง 100 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,550 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,571 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 160 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.7 เมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 52 ลิตร ล้ออัลลอย ขอบ 18 นิ้ว ยาง Dunlop SP Sport MAXX 050 ไซล์ 225/50R18 99Y
Toyota All-New Innova มีสไตล์ที่ดูบึกบึนและดูเหมือน SUV มากกว่าจะออกไปทาง MPV บังโคลนพลาสติกสีดำ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ภายในยังคงกลิ่นอายของ MPV ฐานล้อที่ยาวขึ้น สถาปัตยกรรมโครงสร้าง TNGA-C ขับเคลื่อนล้อหน้า ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในให้มากกว่าเดิม เกียร์ที่ติดตั้งบนแดชบอร์ด ระบบอินโฟเทนเมนต์สไตล์แท็บเล็ตขนาด 10 นิ้ว พอร์ต USB Type C และที่ชาร์จอุปกรณ์ไร้สาย
Innova มีให้เลือกสองรุ่น คือ 2.0 HEV Premium รุ่นสูงสุด และรุ่นเริ่มต้น 2.0 HEV Smart รุ่นสูงสุด ให้เบาะนั่งสไตล์โซฟาขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง เบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารตอนหน้ายังใช้การปรับด้วยมือ สำหรับเบาะแถวที่สองแบบ Captain Seat มีพื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างเบาะทั้งสองฝั่ง เบาะแถวกลางสองที่นั่งปรับระดับพร้อมที่รองต้นขาด้วยไฟฟ้า เป็นที่พักเท้าแบบขยายได้ Innova 2.0 HEV Premium ติดตั้งระบบความบันเทิงด้านหลังมาให้ ระบบไฟ LED สร้างอารมณ์แบบคู่ ระบบควบคุมสภาพอากาศแบบ 2 โซน พร้อมระบบแอร์อัตโนมัติ ซันรูฟแบบพาโนรามา ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0 เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน ระบบควบคุมความเร็วคงที่แบบปรับได้ ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ ไฟสูงอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยสองถึงหกใบ, ABS พร้อม EBD, กล้อง 360 องศา และไฟแสดงจุดบอด
Innova Zenix 2.0HEV Premium มาพร้อมงานตกแต่งที่เน้นความหรูหรา ยกระดับความน่าใช้ด้วยเบาะทูโทนสีน้ำตาลสลับสีเทา เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับมือ (เหมือนเดิม) แดชบอร์ดคอนโซลพลาสติกแบบทูโทนสีน้ำตาลตัดด้วยสีดำ เบาะแถวกลางสองตำแหน่งปรับไฟฟ้า มาพร้อมที่รองต้นขาซึ่งทำให้สบายขึ้นเมื่อนั่งโดยสารทางไกล หลังคากระจก Panoramic Roof เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าก็มีมาให้ เบาะแถวสามสองตำแหน่งปรับด้วยมือ สามารถพับราบไปกับพื้นเพื่อเปิดพื้นที่เก็บของให้กว้างขึ้น แต่ถ้าไปกันเต็มรถ 6 ตำแหน่ง พื้นที่เก็บของใต้ฝาท้ายจะลดลงไปมาก ใส่กระเป๋าเดินทางขนาดกลางได้ แต่ถ้าเป็นกระเป๋าใบใหญ่ต้องพับเบาะแถวสามเพื่อเปิดพื้นที่ ความสบายในการนั่งเบาะแถวกลางถือว่าทำออกมาได้ดี แต่พื้นที่ของเบาะแถวสามยังคงเหมาะกับเด็กๆ มากกว่าจะให้ผู้ใหญ่ตัวโตๆ ลงไปนั่ง
พวงมาลัยหุ้มหนังแบบสามก้าน ก้านวงมีสวิตช์ปรับระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์บลูทูธ ปุ่มเลือกโหมดในระบบอินโฟรเทนเมนต์ ปุ่มสั่งงานด้วยเสียง ซุ้มเกียร์อยู่บนคอนโซลกลาง ล้อมกรอบด้วยพลาสติกสีเงิน คันเกียร์ออกแบบให้จับได้อย่างถนัดมือ เมื่อผลักคันเกียร์มาทางด้านขวาในตำแหน่ง +/- จะเข้าสู่โหมดเกียร์แมนนวล ข้างคันเกียร์ด้านขวามีสวิตช์เบรกมือไฟฟ้า สวิตช์สั่งงาน Auto Brake Hold ปุ่ม Drive Mode ปุ่ม EV Mode และปุ่มปิดการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัว VSC ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบแยกโซนช่องแอร์แบบเหลี่ยมล้อมกรอบด้วยพลาสติกสีเงิน ต่ำลงมาจากซุ้มเกียร์ เป็นที่อยู่ของช่องใส่แก้วน้ำสองตำแหน่ง โดยภาพรวม วัสดุของ Innova Zenix 2.0HEV Premium อยู่ในระดับกลางๆ ไม่หรูหรามากนักแต่มีความเรียบง่าย จุดที่ทำได้ดีก็คือความสบายของเบาะนั่งคู่หน้าและเบาะแถวกลางกับพื้นที่ตรงกลางเพื่อสร้างความปลอดโปร่ง
ภายใต้ฝากระโปรง Innova ใช้เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด Dynamic Force 2.0 ลิตร (M20A-FXS) ระบบเชื้อเพลิงแบบพอร์ตและไดเรคอินเจคชั่น ความจุ 1,987 ซีซี เครื่องยนต์ให้กำลัง 152 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดจากเครื่องยนต์ 188 นิวตันเมตร ในย่าน 4,400 ถึง 5,200 รอบต่อนาที ระบบไฮบริด มอเตอร์เสริมแรงบิดให้กำลังสูงสุด 113 แรงม้า แรงบิดอยู่ที่ 206 นิวตันเมตร กำลังรวมสูงสุด 186 แรงม้า ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ระยะการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อย CO2 ดีขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับโฉมที่แล้วซึ่งใช้เครื่องดีเซล แบตเตอรี่นิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ (Ni-MH) ในระบบไฮบริด ติดตั้งอยู่ใต้ที่นั่งด้านหน้า
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตร Dynamic Force บนระบบส่งกำลังแบบ e-CVT ทำได้ 9.87 วินาที เร็วกว่าเครื่องยนต์ดีเซลของ Innova รุ่นที่แล้วซึ่งทำได้ 11.58 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ Innova ใหม่ เครื่องเบนซิน 2.0 HEV Toyota เคลมว่า ทำได้ 18.5 กิโลเมตรต่อลิตร ประหยัดกว่าเครื่องดีเซล 1GD FTV 2.8 ลิตร ใน Innova รุ่นที่แล้ว ซึ่งทำได้ 14.8 กิโลเมตรต่อลิตร ประหยัดขึ้น 21.5%
ระบบกันสะเทือนของ Innova ใหม่ ด้านหน้าจะยังคงใช้ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ MacPherson ระบบกันสะเทือนหลังที่ไม่มีเพลาขับเปลี่ยนเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ระบบเบรกเปลี่ยนเป็นดิสก์เบรกทั้งสี่ล้อ มาพร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้าในทุกรุ่นย่อย ระบบความปลอดภัยของตัวรถถือว่าครบครันเลยทีเดียวเพราะมีระบบถังลมนิรภัย 6 จุด, ระบบเซนเซอร์ช่วยจอด, ระบบ VSC+HSA, ระบบกล้องมองหลัง, ระบบกล้องรอบคัน, ระบบตรวจจับเบาะหลัง, ระบบ DVR, ระบบตรวจจับรถในจุดอับสายตา และที่โดดเด่นที่สุดคือระบบ Toyota Safety Sense 3.0 สามารถตรวจจับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และคนเดินเท้าได้ กล้องมองรอบคัน Panoramic View Monitor
สีตัวถังมีให้เลือก 4 สี
สีน้ำเงินเข้ม Dark Steel Mica
สีดำ Attitude Black Mica
สีเงิน Silver Metalic
สีขาว Platinum White Pearl
Toyota Innova Zenix 2.0HEV Premium ราคา 1,479,000 บาท
เครื่องยนต์ M20A-FXS 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาว์ล Dual VVT-i
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,987 ซีซี
กระบอกสูบ 80.5 มิลลิเมตร
ช่วงชัก 97.6 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด 14.0:1
กำลังสูงสุด 112 กิโลวัตต์ 152 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 188 นิวตันเมตร 19.2 กิโลกรัม/เมตร ที่ 4,400-5,200 รอบต่อนาที
น้ำมันเชื้อเพลิง เบนซิน E10
มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 83 กิโลวัตต์
แรงบิดสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้า 206 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ นิกเกิลไฮดราย
เครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด 137 กิโลวัตต์ 186 แรงม้า
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ e-CVT
ระบบกันสะเทือนหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง ทอร์ชันบีม
ระบบเบรก
ด้านหน้า ดิสเบรก
ด้านหลัง ดิสเบรก
ล้อ อัลลอย 18 นิ้ว
ยาง Dunlop SP Sport MAXX 050 ไซล์ 225/50R18 99Y
อุปกรณ์ภายนอก
ไฟหน้า ไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน ไฟตัดหมอก ไฟท้าย LED
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow me Home
กระจกมองข้าง ปรับพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และไฟส่องสว่าง Welcome Lamp
หลังคา พาโนรามิก รูฟ
อุปกรณ์ภายใน
โทนสีภายใน น้ำตาลสลับสีเทา-ดำ
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับมือ
พวงมาลัยปรับสี่ทิศทาง สูงต่ำ ไกลใกล้
บานกระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร
เบาะนั่งผู้โดยสารแถวที่สอง Captain Seat ปรับไฟฟ้าสองที่นั่ง (แถวกลาง) พร้อมเบาะรองน่องปรับไฟฟ้า
เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสาม ปรับพับราบแบบ 50:50
มาตรวัดคนขับ จอภาพแสดงข้อมูล แบบจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว
เบรกมือไฟฟ้า
ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ
โหมดการขับขี่ ECO / Power
เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว
การเชื่อมต่อ Apple Carplay แบบไร้สาย Android Auto
ช่องเชื่อมต่อ USB Type A/C
ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า USB ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง Type C
ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 12V
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน
ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย M Paddle Shift
ระบบความปลอดภัย
สัญญาณเตือนกะระยะ ด้านหน้า 4 ตำแหน่ง ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
ไฟเบรกดวงที่ 3 LED
สัญญาณไฟกระพริบเมื่อใช้เบรกฉุกเฉิน
ระบบเบรก ABS พร้อมระบบเสริมแรงเบรก BA และระบบกระจายแรงเบรก EBD
ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาชัน HAC
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM
ระบบช่วยเตือนขณะขับถอยหลัง RCTA
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS
ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ LDA
ระบบช่วยควบคุมและรักษาช่องทาง LTA
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB
เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า
เข็มขัดนิรภัยที่เบาะหลัง
ถุงลม คู่หน้า ด้านข้าง ม่านนิรภัยด้านข้าง
จุดยึดเบาะสำหรับเด็กเล็ก
ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง
กล้องมองรอบคัน
เซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้าย Kick Activated
ระบบเชื่อมต่อ T Connect
Toyota Innova Zenix 2.0HEV Smart ราคา 1,379,000 บาท
สิ่งที่รุ่น 2.0HEV Smart ไม่มีก็คือหลังคาพาโนรามิก กล้องมองรอบคัน ที่รองต้นขาเบาะแถวกลาง แต่ใช้โต๊ะทำงานแบบพับได้ให้มาแทน รวมถึงระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift กับโทนสีภายในห้องโดยสารของรุ่น Smart ที่นำเสนอด้วยสีดำ
เครื่องยนต์ M20A-FXS 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาว์ล Dual VVT-i
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,987 ซีซี
กระบอกสูบ 80.5 มิลลิเมตร
ช่วงชัก 97.6 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด 14.0:1
กำลังสูงสุด 112 กิโลวัตต์ 152 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 188 นิวตันเมตร 19.2 กิโลกรัม/เมตร ที่ 4,400-5,200 รอบต่อนาที
น้ำมันเชื้อเพลิง เบนซิน E10
มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 83 กิโลวัตต์
แรงบิดสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้า 206 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ นิกเกิลไฮดราย
เครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด 137 กิโลวัตต์ 186 แรงม้า
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ e-CVT
ระบบกันสะเทือนหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง ทอร์ชันบีม
ระบบเบรก
ด้านหน้า ดิสเบรก
ด้านหลัง ดิสเบรก
ล้อ อัลลอย 18 นิ้ว
ยาง Dunlop SP Sport MAXX 050 ไซล์ 225/50R18 99Y
อุปกรณ์ภายนอก
ไฟหน้า ไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน ไฟตัดหมอก ไฟท้าย LED
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow me Home
กระจกมองข้าง ปรับพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และไฟส่องสว่าง Welcome Lamp
อุปกรณ์ภายใน
โทนสีภายใน ดำ
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับมือ
พวงมาลัยปรับสี่ทิศทาง สูงต่ำ ไกลใกล้
บานกระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร
เบาะนั่งผู้โดยสารแถวที่สอง Captain Seat พร้อมโต๊ะส่วนตัวแบบพับได้
เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสาม ปรับพับราบแบบ 50:50
มาตรวัดคนขับ จอภาพแสดงข้อมูล แบบจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว
เบรกมือไฟฟ้า
ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ
โหมดการขับขี่ ECO / Power
เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว
การเชื่อมต่อ Apple Carplay แบบไร้สาย Android Auto
ช่องเชื่อมต่อ USB Type A/C
ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า USB ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง Type C
ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 12V
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน
ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
ระบบความปลอดภัย
สัญญาณเตือนกะระยะ ด้านหน้า 4 ตำแหน่ง ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
ไฟเบรกดวงที่ 3 LED
สัญญาณไฟกระพริบเมื่อใช้เบรกฉุกเฉิน
ระบบเบรก ABS พร้อมระบบเสริมแรงเบรก BA และระบบกระจายแรงเบรก EBD
ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาชัน HAC
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM
ระบบช่วยเตือนขณะขับถอยหลัง RCTA
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS
ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ LDA
ระบบช่วยควบคุมและรักษาช่องทาง LTA
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB
เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า
เข็มขัดนิรภัยที่เบาะหลัง
ถุงลม คู่หน้า ด้านข้าง ม่านนิรภัยด้านข้าง
จุดยึดเบาะสำหรับเด็กเล็ก
ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง
กล้องมองภาพขณะขับถอยหลัง
เซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้าย Kick Activated
ระบบเชื่อมต่อ T Connect
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/