คุณอาจเป็นหนึ่งในลูกค้าจำนวนน้อยนิดเพียงแค่ 1,499 ราย ที่สามารถจ่ายเงินกว่า 30 ล้านบาท เพื่อแลกกับ Lamborghini Huracan รุ่นพิเศษที่มีความแปลกแยกและแตกต่างไปจากพี่น้องร่วมวงศ์ตระกูล นี่คือ Sterrato วัวเถื่อนตัวใหม่ที่สวมใส่หัวใจของรถแรลลี่ ไม่น่าเชื่อว่าแบรนด์ซุปเปอร์คาร์เก่าแก่ของอิตาเลียนที่เน้นผลิตแต่รถสปอร์ตทางเรียบ จะกล้าแหวกประเพณีดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ด้วยการสร้างรถที่สามารถบุกตะลุยฝ่าทางวิบาก กระโจนผ่านบ่อโคลน หรือฟรีทิ้งบนทางลูกรัง ด้วยอนุพันธ์ของ Huracan รุ่นพิเศษสุด น่าเศร้าใจที่เครื่องยนต์ V10 ซึ่งเต็มไปด้วยศักยภาพในการทำความเร็วของ Lamborghini Huracan จะกลายเป็นอดีต เนื่องจากเครื่องยนต์เบนซินเพียวๆ แบบหายใจเองโดยไม่พึ่งพาเทอร์โบรุ่นสุดท้ายตัวนี้จะถูกยกเลิกสายการผลิต หลังจากนั้น รถซุปเปอร์คาร์รุ่นขายดีที่สุดของ Lambo จะถูกแทนที่ด้วยระบบส่งกำลังแบบปลั๊กอินไฮบริด เพื่อทำให้มันผ่านมลพิษที่เข้มงวดของยุโรปและอเมริกา Huracan Sterrato คือรถซุปเปอร์คาร์ออฟโรดสายโหดคันแรกของแบรนด์กระทิงเปลี่ยว มันถูกหุ้มด้วยเกราะป้องกันที่ส่วนใต้ท้องของรถ เพื่อการลุยฝ่าทางหฤโหดแบบไม่ต้องไปยั้งหรือกลัวพัง ทั้งหมดทั้งปวงของ Sterrato ออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนทางวิบากออฟโรด ทางลูกรังหรือเส้นทางขุรขระที่เจ้าของรถซุปเปอร์คาร์ทั่วไปได้แต่ส่ายหน้าไม่กล้าเอารถลงไปลุย เพราะกลัวกระจาย
...
เมื่อไม่นานมานี้ Porsche เพิ่งจะเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นพิเศษ ด้วย 911/992 Dakar กบในตำนานที่เคยวิ่งตะลุยทะเลทรายในการแข่งขันแรลลี่สุดหฤโหดเมื่อนานมาแล้ว และ Lambo ก็กำลังทำในสิ่งเดียวกัน แม้ว่าผู้บริหารของแบรนด์กระทิงเปลี่ยวจะยืนยันว่าไม่มีใครลอกการบ้านของคนอื่น ในขณะที่พวกเยอรมันอย่าง Porsche เปิดตัว 911/992 Dakar ในเนินทรายที่น่ากลัวของโมร็อกโก คนอิตาเลียนที่กระตือรือร้น ได้เปิดตัวรถซุปเปอร์แรลลี่คันแรกบนเกาะบาหลี เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า Lamborghini Sterrato เป็นรถซุปเปอร์แรลลี่ที่เร็วกว่า สำหรับซิ่งบนเส้นทางออฟโรด มันจะดีแค่ไหนถ้าเจ้าของรถจะสนุกกับวัวเถื่อนรุ่นนี้ได้ทั้งในสนามแข่ง หรือบนเส้นทางวิบากที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ
Lamborghini รู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถเพิ่มกำลังและความเร็วได้อีกต่อไป ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ถูกเพิ่มมาตลอด ตั้งแต่ตกไปอยู่ภายใต้การครอบครองของ Audi จนรถบางรุ่นมีกำลังและความเร็วเกินขีดจำกัดที่เหมาะสมมานานแล้ว Lamborghini ต้องหาช่องทางใหม่ เพื่อเพิ่มความสนุกเร้าใจของลูกค้า นั่นหมายถึงตัวเลขยอดขายที่แซงหน้าคู่แข่งร่วมสัญชาติไปไกลลิบ รถที่ให้เสียงและความเร้าใจของซุปเปอร์คาร์แบบดั้งเดิม แต่เพิ่มสไตล์ Mad Max ผสมผสานกับการเข้าถึงสัมผัสอันโหดร้ายของโอเวอร์สเตียร์ได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่ขับในย่านความเร็วต่ำ นั่นคือคำตอบที่พอจะเป็นไปได้ในการให้กำเนิดรถรุ่นพิเศษอย่าง Sterrato
...
...
เครื่องยนต์จาก STO และ Technica กำลัง 610 แรงม้า จากเครื่อง V10 ขนาด 5.2 ลิตร ที่ยังคงเปล่งประกายฉายแสงแวววาวและวางอยู่กลางลำตัว เชื่อมต่อระบบส่งกำลังผ่านกระปุกเกียร์คลัตช์คู่เจ็ดสปีด แรงบิดมากเกินพอสำหรับการปั่นยางทั้งสี่บนดิน อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.4 วินาที และแตะขีดจำกัดที่ 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การจำกัดความเร็วด้วยระบบอีเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดความเสี่ยงเมื่อขับบนเส้นทางที่ขรุขระ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วปลายระดับ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในย่านความเร็วระดับนั้นอาจเกิดอันตรายกับลูกค้า ราคา 26,690,000 บาท ถูกกว่า Huracan STO และยังหนักกว่าประมาณ 90 กิโลกรัม ที่น้ำหนัก 1,470 กิโลกรัม
...
กันชนหน้าและหลังใหม่และสเกิร์ตข้างได้รับการเสริมความแข็งแกร่งและปรับรูปทรงใหม่เพื่อให้เข้าโค้งและพุ่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งได้ดีขึ้น แผ่นกันกระแทกด้านหน้าและเกราะใต้ท้องรถช่วยปกป้องในจุดที่อยู่ใกล้กับพื้นดิน ไฟสปอตไลต์ติดที่ฝากระโปรงหน้าสไตล์แรลลี่ ทำให้ได้อารมณ์แบบรถแข่ง WRC เข้ากับซุ้มล้อพลาสติกสีดำยึดด้วยสลักเกลียวเปิดโล่งอย่างจงใจ แทร็กกว้างขึ้น 30 มิลลิเมตร ที่ด้านหน้า และ 34 มิลลิเมตรที่ด้านหลัง ความสูงของรถเพิ่มขึ้น 44 มิลลิเมตร ระยะยุบตัวของล้อเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ที่ด้านหน้า และ 35 เปอร์เซ็นต์ที่ด้านหลัง แม้ว่าโช้คอัพแบบปรับได้จะเหมือนกันกับรุ่นอื่นๆ ยาง Bridgestone Dueler รันแฟลต ผลิตขึ้นสำหรับ Sterrato โดยเฉพาะ ห่อรัดอยู่บนล้อขนาด 19 นิ้ว ทั้งหน้าและหลัง เติมเต็มส่วนโค้งอย่างสวยงามของบั้นท้าย
สิ่งสกปรกพวกทราย ฝุ่น เศษดิน ที่กระเดนไปทั่วขณะขับลุยทางฝุ่น ทำให้ต้องออกแบบและย้ายตำแหน่งของช่องรับอากาศเข้าสู่ท่อร่วมไอดีใหม่หมด สกู๊ปบนหลังคาแบบใหม่ จะดึงอากาศสะอาดเข้าสู่เครื่องยนต์เพื่อป้องกันฝุ่นละออง แต่นั่นหมายความว่าทัศนวิสัยด้านหลังทั้งหมดจะหายไป ราวแรคหลังคา ทำให้ยึดสัมภาระบนหลังคาได้ แม้ว่าจะไม่เหมือนกับ 911 Dakar ตรงที่ไม่มีเต็นท์หรือชั้นวางบนหลังคาในออปชั่นเสริม ภายใน นอกจากตราสัญลักษณ์ Sterrato และฟังก์ชั่นเข็มทิศบนหน้าจอส่วนกลางแล้ว ทุกอย่างของ Sterrato ยังเหมือนกับ Huracan รุ่นมาตรฐานทั่วไป
การขับรถเร็วในสนามแข่งนั้นเป็นประสบการณ์ที่ดี แต่ Sterrato กับการควบคุมบนทางลูกรังนั้นนับเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อเลือกโหมด 'Rally' ซึ่งเป็นโหมดใหม่เฉพาะใน Sterrato สมองกลไฟฟ้าที่ควบคุมการทำงานของโหมดขับเคลื่อน จะสั่งงานให้ระบบ AWD แบบถาวรส่ง ส่งกำลังไปที่ล้อหลัง พร้อมกับคลายความเข้มงวดของ ESC ลง (จากนั้นปิด ESC โดยสิ้นเชิง) ไม่ว่าจะเป็นเสียงสูดอากาศของท่อไอดีบนหัว เสียงการทำงานของกลไกในกระปุกเกียร์คลัตช์คู่ พวงมาลัยที่ไวปานสายฟ้าแลบ ตำแหน่งการขับขี่ที่ต่ำเตี้ย Huracan Sterrato ทำความเร็วได้ช้ากว่า Huracan STO ก็จริง เพราะภารกิจของ STO คือการเพิ่มความเร็วและความเร้าใจให้สูงสุด แต่ Sterrato ถูกสร้างมาเพื่อความสนุกล้วนๆ บนเส้นทางที่ STO เข้าไม่ถึง
Automobili Lamborghini S.p.A ใช้เกาะบาหลีที่สวยงาม เปิดตัว Huracán Sterrato ซุปเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นแรกที่ออกแบบเพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับแนวบู๊ล้างผลาญ จัดความดิบที่เร้าใจทั้งบนไฮเวย์และทางฝุ่น งานเปิดตัว Lamborghini Huracán Sterrato ได้รับเกียรติจากบุคคลระดับสูงทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียมากกว่า 250 คน ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามยามอาทิตย์อัสดงของบาหลี ในช่วงค่ำกับงานเลี้ยงต้อนรับบุคคลระดับวีไอพีโดย Lamborghini ตลอดค่ำคืน
ศิลปวัฒนธรรมที่เต็มเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ทัศนียภาพอันน่าประทับใจ และจิตวิญญาณอันน่าหลงใหลของบาหลี ล้วนสอดคล้องกับจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและสมรรถนะของ Huracán Sterrato อย่างสมบูรณ์แบบ และถือเป็นสถานที่เปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษสำหรับลูกค้าในภูมิภาคนี้ที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ล้ำสมัย แต่ Huracán Sterrato ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อการผจญภัยอย่างแท้จริง สื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของลัมโบร์กินีในการพัฒนาด้านนวัตกรรมและงานฝีมือ โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์ของแบรนด์ไว้อย่างมั่นคง Francesco Scardaoni ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Automobili Lamborghini กล่าว
Huracán Sterrato ซุปเปอร์สปอร์ตคาร์สไตล์แรลลี่มีศักยภาพที่แตกต่างไปจากพี่น้องร่วงวงศ์ตระกูล มันมีการควบคุมที่สมบูรณ์แบบในทุกสภาวะของการขับ นับตั้งแต่ทางหลวงไปจนถึงถนนดินลูกรัง เมื่อเปรียบเทียบกับ Huracán EVO จะเห็นได้ว่า Sterrato มีระบบ LDVI (Lamborghini Integrated Vehicle Dynamics) ที่อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด มีการคาลิเบรตโหมด STRADA และ SPORT โดยเฉพาะ พร้อมนำเสนอโหมด RALLY สำหรับการขับขี่บนพื้นผิวที่มีการยึดเกาะต่ำให้แก่ซุปเปอร์สปอร์ตตระกูล Huracán เป็นครั้งแรก
การออกแบบภายนอกของ Sterrato เพิ่มระยะความสูงใต้ท้องรถ 44 มิลลิเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับ Huracán EVO เพื่อการลุยฝ่าทางวิบาก ระบบกันสะเทือนถูกปรับการทำงานให้รองรับผิวถนนที่ขรุขระ เพิ่มความกว้างช่วงล้อหน้า 30 มิลลิเมตร ล้อหลัง 34 มิลลิเมตร ติดตั้งแผ่นอะลูมิเนียมใต้ท้องรถส่วนหน้า แผ่นธรณีประตูรถแบบเสริมแรง ดิฟฟิวเซอร์ท้าย และซุ้มล้อพลาสติกกันกระแทกที่ให้มุมมองแบบรถแรลลี่ ติดตั้งท่อลมเข้าแบบคลาสสิกบนหลังคาลากยาวไปจนจดกับฝาครอบส่วนท้าย ช่วยให้อากาศ ไหลเข้าสู่ท่อร่วมไอดีได้อย่างสะดวกและสะอาดเมื่อต้องวิ่งบนเส้นทางที่มีฝุ่นดิน
Huracán Sterrato เครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 610 แรงม้า แรงบิด 560 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังคลัตช์คู่ 7 สปีด ระบบขับเคลื่อน All-wheel drive ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเฟืองท้ายระบบกลไกแบบล็อกตัวเอง เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 260 กม./ชม. ระบบเบรกใช้คาลิเปอร์อลูมิเนียมแบบฟิกซ์โดยมีลูกสูบเบรกหน้า 6 ตัวและลูกสูบเบรกหลัง 4 ตัว ชุดเบรกหน้า ติดตั้งจานเบรกเซรามิก พร้อมครีบระบายความร้อน จานเบรกเจาะรูแบบ Cross-drilled เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 380 มิลลิเมตร และหนา 38 มิลิเมตร จานเบรกหลังขนาด 356 มิลิเมตร หนา 32 มิลลิเมตร Huracán Sterrato ยังมาพร้อมล้อขนาด 19 นิ้ว ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้กับยางรันแฟลต Bridgestone Dueler AT002 เป็นยางสปอร์ตที่ออกแบบพิเศษสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ เพื่อความคล่องตัวและสามารถวิ่งได้บนทุกสภาพถนน ยางหน้าขนาด 235/40 R19 ยางหลังขนาด 285/40 R19 ผสานเทคโนโลยียางแบบ Run-flat ซึ่งช่วยให้ขับต่อไปได้อย่างปลอดภัยแม้ยางถูกของมีคมตำทะลุจนไม่มีลม โดยจะวิ่งต่อไปได้อย่างน้อย 80 กม.บนความเร็ว 80 กม./ชม. ที่ความดันลม 0 บาร์ ยาง Bridgestone รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้สอดรับกับดีเอ็นเอของแบรนด์กระทิงเปลี่ยว ออกแบบลายดอกยางใหม่ ใช้สารประกอบที่ล้ำสมัย ที่ช่วยให้ยางมีแรงยึดเกาะที่ดี ไม่ว่าจะวิ่งบนทางกรวดหรือถนนลาดยาง
ดีไซน์ห้องโดยสารภายใน แรงบันดาลใจจากเบาะรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟใน Alcantara Verde Sterrato ปรัชญา ‘Feel like a pilot’ ประยุกต์ใช้กับรถยนต์ Huracán จอแบบทัชสกรีน พร้อมการแสดงผลด้วยกราฟิกแบบใหม่ ฟีเจอร์พิเศษสำหรับการขับขี่ออฟโร้ด มาตรวัดความลาดเอียงแบบดิจิทัลพร้อมด้วยตัวบอกระยะการยกตัวและการเอียงตัวของรถ เข็มทิศ ตัวบ่งชี้พิกัดทางภูมิศาสตร์ และตัวบ่งชี้มุมบังคับเลี้ยวแบบครบครัน ระบบติดตามรถยนต์ Lamborghini Connect ผสานการทำงานกับ Amazon Alexa เพื่อช่วยในการปรับแต่งฟีเจอร์การทำงานต่างๆ ของรถ เช่น เครื่องปรับอากาศและไฟส่องสว่าง รวมถึงการควบคุมและระบบนำทาง การคุยสายโทรศัพท์และความบันเทิง ซึ่งควบคุมได้ง่ายๆ ผ่านระบบการสั่งการด้วยเสียง นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมรถยนต์จากระยะไกลได้ด้วยแอป Lamborghini UNICA ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสอบความเร็วรถจากระยะไกลและการส่งพิกัดจุดหมายไปยังระบบนำทางได้โดยตรง
Huracán Sterrato มาพร้อมระบบเชื่อมต่อระยะไกลที่ช่วยให้นักขับสามารถตรวจสอบสมรรถนะรถยนต์และวิเคราะห์ข้อมูลผ่านทางแอป UNICA โดยผู้ที่ใช้ Apple Watch ยังสามารถซิงค์ข้อมูลอัตราการเต้นหัวใจเข้ากับระบบเชื่อมต่อ เพื่อตรวจวัดสมรรถนะการขับขี่ของตัวเอง โดยสามารถใช้ฟังก์ชั่น Lamborghini Drive Recorder เพื่อบันทึกประสบการณ์การขับขี่ได้ตามต้องการ ให้นักขับเก็บช่วงเวลาในสนามแข่ง หรือเส้นทางออฟโรด ในรูปแบบคลิปวิดีโอ ซึ่งช่วยยกระดับการใช้งานฟีเจอร์ Board Diaries ซึ่งเป็นสมุดบันทึกดิจิทัลที่ผสานการทำงานเข้ากับแอป Lamborghini UNICA ไว้อย่างลงตัว
ออปชั่นการตกแต่งด้วย Lamborghini Ad Personam เลือกโทนสีภายนอกได้ถึง 350 เฉดสี ตลอดจนสีของหนังและการตกแต่งแบบ Alcantara ได้มากกว่า 60 โทน
Lamborghini Huracán Sterrato ราคา 26,690,000 บาท
ข้อมูลด้านเทคนิค
CHASSIS AND BODY
Chassis Hybrid chassis made from aluminum and carbon fiber
Bodyshell Outer skin made from aluminum and composite material
Suspension Independent double-wishbone suspension
Springs and dampers
Steel springs and hydraulic dampers. “MagneRide” electromagnetic damper control
Electronic Stability Control (ESC)
ESC/ABS characteristics can be adjusted via ANIMA;
ESC can be deactivated
Steering Electromechanical power steering
Brakes
Discs
Ventilated disc brakes hydraulic transmission with diagonal dual independent circuits (X-layout), with vacuum servo.
Carbon-ceramic ventilated and cross drilled discs (CCB) with 6 piston aluminum fixed monoblock calipers (front) and 4 piston (rear). ∅ 380 x 38 mm front, ∅ 356 x 32 mm rear
Tires (standard)
BRIDGESTONE Dueler 235/40 R19 (front) – 285/40 R19 (rear)
Wheels (standard) 8.5J x 19" ET 27 (front) - 11J x 19" ET 40 (rear)
Mirrors Electrically controlled exterior mirrors
Airbags Full size dual-stage front airbags. Full size lateral airbags.
Knee airbags.
ENGINE
Type
V10, 90°
Displacement 5204 cm3 (317.57 cu in)
Bore/stroke Ø 84.5 mm x 92.8 mm (3.33 x 3.65 in)
Valve control Intake and exhaust camshafts with continually variable adjustment
Compression 12.7: 1
Max. power 610 hp at 8,000 rpm
Max. torque 560 Nm (417 lb. ft.) at 6,500 rpm
Emission class EURO 6
Exhaust treatment Two catalytic converters with lambda regulation
Cooling system Cross-flow water and oil cooling
Engine management Bosch MED 17 Master Slave
Lubrication Dry sump
DRIVETRAIN
Type
Electronically controlled all-wheel drive system (Haldex gen. V) with rear mechanical self-locking differential
Transmission
7-speed LDF dual-clutch transmission, variable shift characteristics via ANIMA system
Clutch
Double plate clutch ∅ 187 mm (7.36 in)
PERFORMANCE
Top speed 260 km/h
0–100 km/h 3.4 s
0–200 km/h 9.8 s
Braking (100-0 km/h) 39 m
DIMENSIONS
Wheelbase 2,629 mm
Width 1,956 mm
Width (incl. ext. mirrors) 2,236 mm
Height 1,248 mm
Front track 1,698 mm
Rear track 1,654 mm
Turning circle 11.5 m
Weight (dry) 1,470 kg
Weight distribution 43% (front) – 57% (rear)
CAPACITIES
Fuel80 liters
Trunk 100 liters
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/