รถยนต์ไฟฟ้ากับการชาร์จพลังงานทั้งในและนอกบ้านกลายเป็นเรื่องที่อาจทำให้รู้สึกงง ของคนที่อยากเปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า กระแสความนิยมในรถยนต์พลังงานสะอาด ทำให้การคิดค่าพลังงานไฟฟ้าต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับคนที่กำลังจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การค้นข้อมูลเพื่อคิดคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าที่เจ้าของรถต้องจ่ายต่อการชาร์จ 1 ครั้ง คำนวณได้ดังนี้.... 

ชาร์จไฟบ้านตอนกลางคืน ถูกกว่ากลางวัน
คิดจากบ้านพักอาศัยทั่วไปเป็นหลัก ถ้าเป็นค่าไฟฟ้าแบบปกติ ไม่มี อัตราค่าไฟฟ้าที่แตกต่างตามช่วงเวลาการใช้ หรือ “TOU” (Time of Use Rate) ประมาณ 5 บาท/หน่วย (Unit) ราคาเดียวเท่ากัน แต่ถ้ายื่นเรื่องขอทำ TOU ก็จะมี 2 เรต คือ ช่วง Peak ตั้งแต่ 09.00-22.00 น. ราคาประมาณ 5.8 บาท/หน่วย และในช่วง Off-peak ตั้งแต่ 22.00-09.00 น. จะอยู่ที่ 2.63 บาท/หน่วย (คิดจากไฟฟ้าแรงดันต่ำกว่า 22 กิโลโวลต์ ซึ่งเป็นของไฟบ้านปกติ) คิดตามเรต Off-peak นี้ หรือชาร์จตอนกลางคืน เพราะส่วนใหญ่การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV มักจะเป็นเวลาช่วงกลางคืนที่กลับมาถึงและอยู่บ้านจนถึงเช้า เมื่อตั้งเวลาชาร์จไว้ตั้งแต่ 22.00 น. ซึ่งอยู่ในช่วง Off-peak ก็จะมีค่าไฟถูกกว่าช่วง 09.00-22.00 น.
(ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.grandprix.co.th)

...


การคำนวณอัตราค่าพลังงานน้ำมัน มีรายละเอียดดังนี้
- ราคาน้ำมันอัตราเฉลี่ย ขึ้นๆ-ลงๆ ปัจจุบันอยู่ที่ 40 บาท/ลิตร
- รถยนต์กินน้ำมันเฉลี่ยในปริมาณ 16 km./ลิตร
- ทุก 1 กิโลเมตร จะมีค่าเชื้อเพลิง 2.5 บาท
- ใช้รถยนต์เดือนละ 2,000 km.
- เสียค่าน้ำมันเชื้อเพลิงตกเดือนละ 5,000 บาท

การคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าของการชาร์จรถยนต์ EV มีรายละเอียดดังนี้

- ค่าไฟบ้านปกติหน่วยละ 4.5888 บาท รวมค่า FT
- เปลี่ยนมาใช้ EV แล้วชาร์จไฟที่บ้านในอัตรา TOU ของไฟฟ้านครหลวง (www.mea.or.th/profile/109/111) หลัง 4 ทุ่มจะเหลือหน่วยละ 2.804 บาท รวมค่า FT

- รถยนต์ EV โดยเฉลี่ยกินไฟประมาณ 5 km./หน่วยไฟฟ้า ใช้ขับในเมือง ไม่เกินเดือนละ 2,000 กิโลเมตร
- ขับใช้งานในอัตราเดียวกันเดือนละ 2,000 กิโลเมตร ทุก 1 กิโลเมตร เสียค่าไฟ ประมาณ 0.5608 บาท
- จะเสียค่าไฟในอัตราเดือนละ 1,121 บาท

อย่าลืมว่าในการเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยคำนวณจากความคุ้มค่าประหยัดมากกว่าการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงก็จริง แต่ข้อแตกต่างของรถยนต์ไฟฟ้าก็คือ หากชาร์จตามสถานีชาร์จไฟทั่วไป คุณต้องนั่งรอนาน 30 นาทีไปจนถึง 2 ชั่วโมง จนกว่าแบตเตอรี่จะมีไฟ 80% หรืออาจนานกว่านั้นถ้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ไม่รองรับการชาร์จเร็ว DC อีกเรื่องหนึ่งก็คือ แนวคิดในเรื่องของความคุ้มค่า แต่ละคนนั้นคิดไม่เหมือนกัน ถ้าซื้อรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงราคา 1 ล้านบาท ขับใช้งานรวมระยะทาง 3,000-3,500 กิโลเมตร ต่อเดือน เติมน้ำมันเฉลี่ยเดือนล่ะ 7,000 กว่าบาท เมื่อเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า เหลือค่าชาร์จไฟที่ต้องจ่ายเดือนล่ะ 1,500-2,000 บาท เทียบกับน้ำมัน 7,000 จะประหยัดไปได้ถึง 3,500 ต่อเดือน คิดเป็นปีละ 44,000 บาท แต่อาจมีการหักกลบลบหนี้บางอย่างออกไป ก็น่าจะประหยัดกันได้ถึงปีละ 40,000 บาท ซึ่งถือเป็นเงินที่จะเอาไปทำอย่างอื่นได้อีก ในจุดนี้ถือว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายในการชาร์จพลังงานถูกกว่ารถยนต์ที่ต้องเติมเชื้อเพลิง ยิ่งราคาเชื้อเพลิงในปัจจุบันเกิดการผันผวนอย่างหนัก สถานการณ์สงครามในยูเครน และโควิด-19 ที่เบาบางลง การไม่เพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปค ทำให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ช่วยเร่งทำให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้นเรื่อยๆ   

...

1. การชาร์จไฟที่บ้านจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายค่าใช้จ่ายในการชาร์จได้มาก เนื่องจากสามารถชาร์จไฟในเวลากลางคืน ทำให้อัตราค่าไฟที่บ้านเป็นแบบ TOU ที่ช่วงกลางคืนมีราคาถูก (หลัง 22.00 น. ถึง 09.00 น.)

2. ชาร์จไฟตาม Charging Station ที่ให้บริการฟรี มีอยู่หลายที่ แต่อาจต้องเสียเวลานั่งรอครั้งละประมาณ 30 นาทีเป็นต้นไป แต่อีกไม่นานสถานีชาร์จฟรีเหล่านั้นจะเริ่มเก็บเงินค่าชาร์จไฟแล้วล่ะครับ อย่าง PTT EV จะเริ่มเก็บเงินในวันที่ 1 สิงหาคม 2565 เหลือเวลาฟรีอีกแค่วันเดียวเท่านั้น

...

...

รถไฟฟ้าที่มีความจุแบตเตอรี่  90kWh วิ่งไกล 450 กิโลเมตร คำนวณอัตราใช้ไฟ 1 หน่วย (4.2 บาท) เท่ากับ 1 kWh หรือ 1 kWh เท่ากับ 4.2 บาท เมื่อชาร์จไฟจนเต็ม 90kWh จะเท่ากับ 90 หน่วย มีค่าใช้จ่าย (ไฟบ้านพักอาศัย) ประมาณ 380 บาท บวก-ลบการวิ่งใช้งานจริง ไกลประมาณ 400 กิโลเมตร ถือว่าประหยัดใช้ได้ เมื่อเทียบกับค่าเชื้อเพลิงในปัจจุบัน บนระยะทางขับ 400 กิโลเมตร ที่จะต้องจ่ายประมาณ 800 บาท หรือมากกว่านั้นถ้าเป็นรถยุโรปและใช้ความเร็วสูงต่อเนื่อง

สถานีชาร์จไฟกับค่าใช้จ่ายต่อการชาร์จ

EleX by EGAT
สำหรับราคาค่าชาร์จไฟฟ้า ที่เริ่มจัดเก็บเชิงพาณิชย์ เมื่อเดือน เม.ย.ปีที่ผ่านมา (2564) ในราคาประมาณ 6-8 บาทต่อหน่วย หรือ 1.30 บาทต่อกิโลเมตร เมื่อชาร์จไฟแมว ORA Good Cat GT ใส่แบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary (NMC) ความจุ 63.139 kWh โดยชาร์จเร็วกระแสตรง DC 0-80% ใน 1 ชั่วโมง และ 30-80% ใน 40 นาที จะมีค่าไฟเฉลี่ย 455-500 บาท บวก-ลบ ปริมาณไฟที่เหลืออยู่ในแบตฯ แต่ส่วนใหญ่ไฟเหลือน้อยจนแทบจะหมดแล้วทั้งนั้นถึงตาลีตาเหลือกหาที่ชาร์จ 

PTT EV Station
สถานีชาร์จรถไฟฟ้า จะเริ่มคิดค่าอัตราค่าบริการชาร์จไฟของรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ 1 ส.ค. 65 เป็นต้นไป ตามช่วงเวลา On Peak 09.00-22.00 น. ส่วน Off Peak จะอยู่ที่ 22.00-09.00 น. 

"สถานีชาร์จรถไฟฟ้า" PTT EV Station โดย บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ผ่านเครือข่าย PTT Station แจ้งว่า PTT EV Station จะเริ่มคิดค่าบริการชาร์จไฟใส่รถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ 1 ส.ค. 65 เป็นต้นไป โดยจะแบ่งตามช่วงเวลา ดังนี้

วันจันทร์ถึงศุกร์
- On Peak 09.00-22.00 น. ราคา 7.5 บาท/หน่วย

- Off Peak 22.00-09.00 น. ราคา 4.5 บาท/หน่วย

วันเสาร์-อาทิตย์-วันหยุดราชการ (ไม่รวมวันหยุดชดเชย)

- ทั้งวัน ราคา 4.5 บาท/หน่วย

ยกเว้นอัตราค่าบริการบางพื้นที่เชิงพาณิชย์

สำหรับขั้นตอนการจองสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

1.ค้นหาและเลือกสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการ และกด "จอง" ในหัวชาร์จที่ต้องการใช้งาน

2.เลือกช่วงเวลาว่างที่ต้องการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (ช่องสีขาว)

3.ตรวจสอบข้อมูลการจองและรูปแบบการชำระเงิน พร้อมกดยืนยันการจอง

4.สามารถตรวจสอบประวัติการจองย้อนหลังได้

ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2565 มีการปรับเวลาหลุดจองเหลือ 10 นาที

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน EV Station PluZ ได้ที่นี่

ระบบ IOS > apps.apple.com

ระบบ Andriod > play.google.com

ข้อมูลจาก evstationpluz.pttor.com

EA ANYWHERE
ให้บริการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าชาร์จเร็ว ด้วยระบบกระแสตรง DC (Fast Charge) 150 kW
อัตราค่าบริการ 6.50 บาท/kWh
จันทร์-ศุกร์ เปิดให้บริการเวลา 22.00-08.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ (ไม่รวมวันหยุดชดเชย) ตลอด 24 ชั่วโมง



การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสามรูปแบบ.. 

ชาร์จแบบธรรมดา (Normal Charge) เป็นการชาร์จไฟฟ้าจากตัวเต้ารับโดยตรง โดยขนาดมิเตอร์ขั้นต่ำที่แนะนำคือ 30(100)A และเต้ารับต้องติดตั้งใหม่เฉพาะการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น โดยเป็นการใช้ไฟบ้านที่เป็นกระแสสลับ (AC) ที่ใช้ระยะเวลาในการชาร์จประมาณ 12-16 ชม.

ชาร์จแบบเร็ว (Double Speed Charge) เป็นการชาร์จจากเครื่องชาร์จ EV Charger เป็นตู้ชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging) ที่ช่วยให้ชาร์จพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่รถให้เต็มเร็วยิ่งขึ้น โดยเหลือเวลาชาร์จประมาณ 6-8 ชม.

ชาร์จแบบด่วน (Quick Charge) : เป็นการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charging) ตรงเข้าแบตเตอรี่โดยตรง ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า จาก 0-80% ได้ภายในเวลา 40-60 นาที นิยมใช้ตามสถานีบริการนอกบ้าน ที่ต้องการความรวดเร็วในการชาร์จ แต่ก็มีข้อเสียคือทำให้ตัวแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/