Crown เพชรยอดมงกุฎของแบรนด์สามห่วง เปิดตัวครั้งแรกในปี 1955 ในชื่อ “Toyopet Crown” รถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดกลางรุ่นแรกของ Toyota เมื่อเริ่มต้น รถรุ่นแรกได้รับการพัฒนาอย่างเข้มข้น จน Crown กลายเป็นสัญลักษณ์ของ นวัตกรรม การก้าวข้ามขีดจำกัด และได้รับการยอมรับในญี่ปุ่นว่าเป็นรถซาลูนระดับพรีเมียมของ Toyota นอกจากนี้ Crown ยังเป็นรถยนต์ญี่ปุ่นคันแรกที่ถูกส่งออกไปขายบนแผ่นดินอเมริกาในปี 1958 (พ.ศ. 2501) จนถึงปี 1972 (พ.ศ. 2515)
...
ตลอด 15 เจเนอเรชันของ Crown สร้างตำนานบนถนนด้วยสัญลักษณ์ของความนิ่มนวลและสบาย เป็นยานพาหนะที่คน Toyota มีความภาคภูมิใจ และ Crown ก็กลายเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่น การแสวงหาคุณค่าผ่านวิศวกรรมที่ล้ำหน้าของ Toyota ล่าสุด กับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ได้รับการแนะนำเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับ Crown ใหม่ เจเนอเรชันที่ 16 ทีมออกแบบและวิศวกรของ Toyota ใช้เวลาหลายปีด้วยความพยายามที่จะผลักดันขีดข้อจำกัดต่างๆ ของรถยนต์ยุคใหม่ ฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ แผนกออกแบบ และวิศวกร ทำงานร่วมกันเพื่อเจียระไนเพชรยอดมงกุฎรุ่นนี้ เพื่อส่งขึ้นไปเป็นเรือธงลำใหม่ของพี่โต ด้วยรูปแบบของตัวถังสี่แบบ เช่น ครอสโอเวอร์ / เอสยูวี / สปอร์ต (แฮตช์แบ็กยกสูง) / และซาลูนสี่ประตู ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ จาก Toyota Media เน้นไปที่ Crown 2023 รุ่นซาลูนสี่ประตู
Toyota Crown 2023 ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่แชสซี เปลือกตัวถัง ระบบขับเคลื่อน ไปจนถึงระบบมัลติมีเดียแบบใหม่ Crown รุ่นล่าสุด สลัดแนวคิดเดิมของรถซาลูนคันโตหน้าตาโบราณออกไป เพื่อเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยตัวถังที่มีความหลากหลาย ใช่ครับ Crown ใหม่ มีให้เลือกทั้งรถเก๋งและรถเอสยูวี มันมาพร้อมล้อเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ ที่พยายามจะแข่งกับพวกเยอรมัน ทำให้ Crown 2023 มีสไตล์ที่ทรงพลังมากกว่าเดิม ประตูหลังที่ถูกออกแบบใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้า-ออก รวมถึงงานดีไซน์บั้นท้ายและฝากระโปรงท้ายที่โดดเด่นแปลกตา จนทำให้แฟนคลับ Toyota Crown บางคนถึงกับตกใจ ดีไซน์ของภายนอกและภายในที่แปลกใหม่ Toyota ยังคงใส่ใจในรายละเอียดเหมือนเดิม ภายในของ Crown ใหม่ ตกแต่งด้วยวัสดุและโทนสี เพื่อความสบายเสมือนอยู่ในห้องรับแขกที่โอ่โถง ระบบส่งกำลังของ Crown 2023 ประจำการด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดสองแบบที่มีสมรรถนะแตกต่างกันออกไป HYBRID MAX จะมาพร้อมอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดีขึ้น และ THS เพื่อการขับที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิง รวมถึงระบบขับเคลื่อนทุกล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ออนดีมานด์ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของทุกรุ่น นับเป็น Crown ที่สลัดภาพลักษณ์ความเป็นรถของคนสูงวัยออกไปจนหมดสิ้น
...
Toyota Crown ซาลูนสี่ประตูรุ่นใหม่ประจำปี 2023 นำเสนอขุมกำลังสองทางเลือกซึ่งเป็นเครื่องยนต์ไฮบริดทั้งคู่ เริ่มจาก HYBRID MAX ซึ่งเป็นเครื่องยนต์พลังงานผสมแบบไฮบริด มาพร้อมกำลังในรูปของแรงบิดที่มากกว่าเดิม รวมถึงเครื่องยนต์ Toyota Hybrid System (THS) เครื่องยนต์ไฮบริดในเจเนอเรชันที่สี่ ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
...
Toyota Crown ซาลูน 4 ประตู มีให้เลือกสามรุ่นคือ รุ่น XLE รุ่น Limited และ Platinum พร้อมระบบส่งกำลังไฮบริดสองแบบ: HYBRID MAX กับ Toyota Hybrid System (THS) เจเนอเรชันที่สี่ ระบบส่งกำลัง HYBRID MAX ประจำการอยู่ใน Crown Platinum เท่านั้น นี่คือระบบไฮบริดสมรรถนะสูงแบบใหม่ของ Toyota กำลังสูงสุดประมาณ 340 แรงม้า ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ เบนซินแถวเรียงสี่สูบ ความจุ 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (น่าจะ 8 สปีดได้แล้ว) Toyota เคลมว่า เครื่อง HYBRID MAX สร้างแรงบิดที่ทรงพลังในรอบต่ำ เพื่อมอบอารมณ์การตอบสนองแบบสปอร์ต รวมถึงการประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อขับในเมือง/ทางหลวง ด้วยความเร็วคงที่
Toyota Crown รุ่น XLE และรุ่น Limited ประจำการด้วยเครื่องยนต์ Toyota Hybrid System (THS) ซึ่งเป็นระบบไฮบริดที่ถูกปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แบตเตอรี่แบบไบโพลาร์นิกเกิลเมทัลไฮไดรด์กำลังสูง พัฒนาใหม่หมด สามารถบรรลุอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยทั้งในเมือง/ทางหลวงรวมกันที่ 16 กิโลเมตรต่อลิตร!
...
Crown สร้างขึ้นจากแชสซีที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยใช้แพลตฟอร์ม GA-K มีความสูงโดยรวมมากกว่า Camry เกือบสี่นิ้ว ความสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของซาลูนรุ่นใหม่นี้ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมอง เป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์ สมรรถนะ และฟังก์ชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่
Crown XLE มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน THS, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD เครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 2.5 ลิตร โหมดการขับเคลื่อนที่เลือกได้สามแบบ, ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว, เบาะนั่งด้านหน้าแบบผ้าทอที่มีระบบทำความเย็นหรืออุ่นเบาะ ระบบมัลติมีเดียที่ Toyota พัฒนาขึ้นมาใหม่ หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ลำโพง 6 ตัว สีตัวถัง มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ Black, Oxygen White, Magnetic Grey Metallic, Heavy Metal และ Supersonic Red พร้อมภายในสีดำ
Crown Limited เพิ่มไฟหน้า LED แบบ Multi Beam LED, หลังคา Panorama, Softex® เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าที่ปรับอุณหภูมิและระบายอากาศได้, ระบบเสียง JBL พร้อมลำโพง 11 ตัว, กรอบกระจกกันฝน ที่ปัดน้ำฝนทำงานด้วยโซนาร์อัจฉริยะ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจเทคโนโลยีขั้นสูง เพิ่มล้ออัลลอยสีดำเมทัลลิกขนาด 21 นิ้ว แบบ 10 ก้าน กล้องมองรอบคันและกุญแจดิจิทัล (พร้อมสมาชิก Remote Connect) ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำและสีน้ำตาลเข้ม
Crown Platinum รวมทุกสิ่งทุกอย่างใน XLE และ Limited และยกระดับเพิ่ม ด้วยระบบส่งกำลัง HYBRID MAX, โช้คอัพ AVS Adaptive Variable Suspension ที่ดีงามและมีราคาแพง, โหมดการขับขี่ที่เลือกได้หกโหมด, ระบบจอดรถอัตโนมัติแบบคนขี้เกียจหรือ Advanced Park และล้ออัลลอย 10 ก้านขนาด 21 นิ้ว ที่กลึงด้วยเครื่องจักรแล้วพ่นสีดำ Crown Platinum เพิ่มตัวเลือกสีทูโทนรุ่นแรกของ Toyota ด้วยสีดำที่ลากจากฝากระโปรงหน้าถึงท้ายรถ จับคู่กับสี Oxygen White, Heavy Metal, Supersonic Red หรือสีใหม่ Bi-tone เฉพาะสี Bronze Age
Crown 2023 แต่ละรุ่นจะมาพร้อมกับระบบมัลติมีเดียแบบใหม่และมาตรฐานระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0 คาดว่าจะมาถึงตัวแทนจำหน่ายในอเมริกาและญี่ปุ่นช่วงปลายปีนี้
ระบบไฮบริดเจนสี่ของ Toyota มีการปรับปรุงเพื่อประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและให้แรงบิดที่ต่อเนื่อง ย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วกับ Prius เจเนอเรชันแรกที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงระบบขับเคลื่อน ทุกวันนี้ Toyota ยังคงขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า (bZ4X) โดย Crown รุ่นใหม่ ได้เข้ามาเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota ด้วยระบบ HYBRID MAX ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่อง แรงบิดที่นุ่มนวลและทรงพลัง รวมถึงประสิทธิภาพด้านความประหยัด บนรถรุ่นใหม่ที่จะกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
HYBRID MAX เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงสี่สูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ขนาด 2.4 ลิตร ถูกปรับจูนให้เข้ากับแรงบิดสูงสุด ระหว่าง 2,000-3,000 รอบต่อนาที มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งด้านหน้า ช่วยเสริมแรงบิดสูงสุด eAxle ล้อหลังที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าระบายความร้อนด้วยน้ำ เป็นชุดส่งกำลังที่มีเอาต์พุตสูง ผสานกับเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เทอร์โบ เพื่อส่งแรงไปยังล้อทั้งสี่แบบ AWD
เครื่องยนต์ไฮบริด THS รุ่นที่สี่ใน Toyota Crown 2023 เป็นเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงสี่สูบ ฝาสูบแบบ DOHC ความจุ 2.5 ลิตร ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวในระบบ ที่มีขนาดกะทัดรัด ระบบวาว์ลแปรผัน Variable Valve Timing-Intelligence ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (VVT-iE) บนเพลาลูกเบี้ยวไอดี และ VVT-i บนเพลาลูกเบี้ยวไอเสีย ช่วงแปรผันสำหรับการกำหนดคาบเวลาเปิด-ปิดวาล์วของทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย ถูกตั้งค่าให้มีความเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง
เครื่องยนต์ไฮบริด THS 2.5 ลิตร มีโหมดการขับขี่สามโหมด เช่น NORMAL, ECO และ SPORT ช่วยปรับแต่งบุคลิกภาพและการตอบสนอง สมรรถนะของ Toyota Crown ในโหมด SPORT เพิ่มการตอบสนองของลิ้นปีกผีเสื้อให้รวดเร็วขึ้น ทำให้การขับรถไฮบริดยุคใหม่สนุกยิ่งขึ้น โหมด ECO ปรับเปลี่ยนการตอบสนองของคันเร่ง และตรรกะของการลดมลพิษเพื่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ผู้ขับมุ่งไปที่การเพิ่มระยะทางสูงสุดจากเชื้อเพลิงและแบตเตอรี่ ในขณะที่โหมด NORMAL เหมาะสำหรับการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ โหมด EV ยังช่วยให้ขับขี่ด้วยไฟฟ้าในย่านความเร็วต่ำบนระยะทางสั้นๆ
Crown Platinum กับเครื่องยนต์ HYBRID MAX มีโหมดการขับที่ครอบคลุมมากขึ้น เริ่มจากโหมด NORMAL, ECO และ SPORT โดยมีการเพิ่มโหมด SPORT+ ที่เน้นการตอบสนองของพวงมาลัย การเข้าโค้งที่ราบเรียบด้วยความรู้สึกมั่นคง โหมด COMFORT ให้การขับที่นุ่มนวล เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสาร โหมด CUSTOM ผู้ขับสามารถปรับการตั้งค่าแยกย่อยต่างๆ ให้เหมาะกับพฤติกรรมการขับและความชอบของตัวเอง
Toyota Crown ปี 2023 มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ออนดีมานด์ รุ่น XLE และรุ่น Limited มาพร้อมกับ E-Four AWD ส่วน Crown Platinum มาพร้อมกับ E-Four Advanced ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบส่งกำลังแบบไฮบริด แทนที่จะใช้กล่องเกียร์และเพลาขับไปที่ล้อหลัง ชุด Electronic On-Demand AWD ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งด้านหลังแยกต่างหาก เพื่อขับเคลื่อนล้อหลังเมื่อจำเป็น E-Four AWD บรรลุสมรรถนะที่เสถียร โดยการขับเคลื่อนล้อหลังด้วยมอเตอร์ด้านหลัง เพื่อให้รถมีการยึดเกาะถนนเมื่อจำเป็น ในสภาพถนนลื่น Toyota Crown ใช้วิวัฒนาการล่าสุดของระบบนี้ เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับแรงขับเคลื่อนของมอเตอร์ด้านหลัง เมื่อเปรียบเทียบกับชุด E-Four ทั่วไป Electronic On-Demand AWD ช่วยเพิ่มเสถียรภาพเมื่อเข้าโค้ง การกระจายแรงขับเคลื่อนล้อหน้าและล้อหลังจะถูกควบคุมอย่างแม่นยำเพื่อความสมดุล การส่งแรงบิดไปยังล้อหน้าและล้อหลังระหว่าง 100:0 ถึง 20:80 เพื่อประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง และฟีลลิ่งการขับที่เน้นความสบายตามสไตล์ของ Crown
E-Four Advanced AWD ที่จับคู่กับเครื่องยนต์ HYBRID MAX ใน Crown Platinum ส่งกำลังไปยังล้อหน้าและล้อหลัง ผ่านมอเตอร์ไฮบริดที่ติดตั้งด้านหน้า และไปยังล้อหลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า eAxle ที่ติดตั้งด้านหลัง ระบบนี้ช่วยให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพของชุดขับสี่ AWD ที่เสถียร การเร่งความเร็วกับอัตราทดของเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด direct shift ในระบบ E-Four Advanced แรงขับเคลื่อนล้อหน้าและล้อหลัง จะถูกควบคุมอย่างแม่นยำระหว่าง 70:30 ถึง 20:80 มอเตอร์ด้านหลังซึ่งสร้างกำลังแรงบิดใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำ สามารถเพิ่มแรงบิดสูงสุดให้กับล้อหลังได้ ระบบ AWD ใหม่นี้ ช่วยเพิ่มแรงขับเคลื่อนของล้อหลังและให้ความรู้สึกถึงความคล่องแคล่วในการขับเคลื่อนผ่านล้อคู่หลัง การทรงตัวในแนวตรง การเลี้ยวที่มั่นคง และการเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งที่ดีกว่าเดิม
Toyota Crown เสนอระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ direct shift (เฉพาะ Crown Platinum) หรือระบบส่งกำลังแบบแปรผันต่อเนื่องที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (eCVT) (ใน Crown รุ่น XLE และรุ่น Limited) ระบบเกียร์ 6 สปีด direct shift ให้อัตราเร่งที่ฉับไว จากคลัตช์เปียกหลายแผ่นแบบไฮดรอลิกของ Toyota คันเร่งได้รับการปรับปรุงใหม่ เกียร์ 6 สปีด ยังมีมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เป็นเจเนอเรเตอร์หรือเครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้าของระบบ HYBRID MAX เพื่อลดการสูญเสียพลังงาน สามารถเปลี่ยนเกียร์ให้อยู่ในเกียร์ธรรมดา เพื่อความสนุกในการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง
เกียร์ eCVT ใน Crown XLE และ Limited ใช้ระบบ shift-by-wire เปลี่ยนเกียร์ด้วยสมองกลอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์สั่งงานที่ชาญฉลาด จับคู่กับ transaxle ที่ด้านหน้าและด้านหลัง ระบบไฮบริด THS มีตัวเลขสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ มีเสียงการทำงานที่เบาตามสไตล์รถยนต์ไฮบริด อัตราทดเกียร์ที่ปรับให้เหมาะสมรวมถึงระบบเบรกสะสมพลังงาน regenerative braking ช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง
Toyota Crown ใช้แพลตฟอร์ม Toyota New Global Architecture K (TNGA-K) เป็นแพลตฟอร์มใหม่ในกลุ่มรถยนต์ซีดานและครอสโอเวอร์ของ Toyota ด้วยเหตุนี้ Crown จึงมีทั้งความสะดวกสบายในการขับขี่แบบรถเก๋งคันโตและความสูงแบบครอสโอเวอร์ ความสูงโดยรวมของ Crown ใหม่ อยู่ที่ 60.6 นิ้ว เทียบกับ 56.9 สำหรับ Camry ความยาวโดยรวมคือ 194 นิ้ว ความกว้าง 72.4 นิ้ว และระยะฐานล้อ 112.2 นิ้ว แพลตฟอร์ม TNGA-K ยังช่วยให้ปรับสตรัทด้านหน้าและด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ช่วยเสริมความคล่องตัวและให้การขับขี่ที่นุ่มนวล
Crown Platinum ใช้ระบบกันสะเทือนแปรผันที่มีกลไกของวาว์ลภายในโช้คอัพ เป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบรองรับแบบ AVS ที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อรองรับกำลังแรงบิดของเครื่องยนต์ 2.4 L Turbo Hybrid Engine ช่วงล่าง eAxle AVS ใช้โช้คอัพแรงดันน้ำมันแบบปรับได้ ระบบนี้จะควบคุมแรงเสียดทานภายในโช้คโดยอัตโนมัติ เมื่อทำการเลี้ยว เพื่อควบคุมแรงหน่วงขณะที่แรงบิดถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ นั่งนุ่มสบายเมื่อเจอกับถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งแอคชูเอเตอร์แบบโซลินอยด์ในระบบเพื่อปรับให้โช้คอัพสอดรับกับสภาพถนนและความเร็ว
วิศวกรของ Toyota ปรับแต่งระบบกันสะเทือนสำหรับ Crown เพื่อทำให้รถมีความคล่องตัวและการขับขี่ที่ผ่อนคลาย ส่วนประกอบของระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบสตรัท (MacPherson) และจุดยึดใหม่ในการติดตั้งแรคพวงมาลัยไฟฟ้า ช่วยให้บังคับเลี้ยวได้ตรงและชัดเจนมากยิ่งขึ้น ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือน ระบบกันสะเทือนหลังแบบ multi-link ที่พัฒนาขึ้นใหม่ให้มีความแข็งแกร่งสูง ก้านยึดช่วงล่างด้านหลังถูกปรับให้เหมาะสม เพื่อลดค่าการเปลี่ยนแปลงในแนวตั้ง ทำให้เกิดความรู้สึกในการขับขี่ที่ราบเรียบ
ระบบเบรกที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Active Cornering Assist (ACA) ซึ่งควบคุมการทรงตัว เพื่อลดอาการอันเดอร์สเตียร์ในบางสถานการณ์ (หน้าดื้อโค้ง) ยางและล้อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ ทำให้ Toyota Crown มีสไตล์ที่ใกล้เคียงกับรถอเนกประสงค์ สำหรับ Crown รุ่น XLE และรุ่น Limited ใช้ล้ออัลลอยสีทูโทน ขนาด 19 นิ้ว รุ่น Limited ใสล้ออัลลอยสีดำ แบบ 10 ก้าน ขนาด 21 นิ้ว สำหรับแพ็กเกจ Advanced Tech รุ่น Platinum มาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว แบบ 10 ก้านขนาด 21 นิ้ว ตกแต่งด้วยสีดำ
Toyota Crown ติดตั้งเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าแบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง การปรับเบาะนั่งด้านหน้ามีทั้งแบบเลื่อน ปรับเอน เอียง ปรับความสูง และส่วนรองรับเอว (เฉพาะเบาะคนขับ) เบาะนั่งด้านหลังมีระบบรองรับแรงกระแทกและหมอนรองด้านข้างที่ทำให้รู้สึกสบายตัวเมื่อเดินทางระยะไกล เบาะนั่งคู่หน้าแบบปรับอุณหภูมิได้คล้าย Lexus ES รุ่น Limited และ Platinum เพิ่มเบาะนั่งด้านหน้าพร้อมระบบปรับอากาศ เบาะหลังแบบอุ่น เบาะหุ้มผ้าทอสีดำในรุ่น XLE, Softex และเบาะแบบมาตรฐานที่หุ้มด้วยผ้าในรุ่น Limited และเบาะหนังในรุ่น Platinum
Toyota Audio Multimedia ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์ Bluetooth แบบคู่พร้อมกันได้ พร้อมรองรับ Apple CarPlay® และ Android Auto™ แบบไร้สาย การสมัครสมาชิก Wi-Fi Connect มีการเชื่อมต่อ 4G สำหรับอุปกรณ์สูงสุดห้าเครื่อง เพิ่มความสามารถในการเล่นเสียงด้วย HD Radio, ข้อมูล USB และ SiriusXM® Platinum Plan แบบทดลองใช้ 3 เดือนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว Wi-Fi Connect ยังเปิดใช้งานคุณสมบัติการสตรีมในตัว ให้ความสามารถในการเชื่อมโยง Apple Music® และ Apple Music® แยกจากกัน การสมัครสมาชิก Amazon Music กับรถยนต์สำหรับการควบคุมออนบอร์ด
แน่นอนว่าในอเมริกา Toyota Crown จะมาพร้อมกับบริการเชื่อมต่อและแพ็กเกจ Safety Connect 1 ปี ในรถทุกรุ่นมีปุ่มโทรออกเพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง มีการติดตั้งระบบแจ้งเตือนการชนแบบอัตโนมัติไปที่ศูนย์บริการ ทำการระบุตำแหน่งรถที่ถูกขโมย และให้ความช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ระบบ Service Connect รายงานสภาพรถ การแจ้งเตือนการบำรุงรักษา และการแจ้งเตือนต่างๆ ผ่านมือถือ
สำหรับนักขับที่ขี้เกียจขับถอยหลังเพื่อเข้าที่จอดรถ ระบบ Advanced Park จะเข้ามารองรับทำให้การจอดรถง่ายขึ้น ใช้เซนเซอร์ระบุพื้นที่จอดรถแบบครอบคลุม จากนั้น ระบบจะควบคุมการบังคับเลี้ยว ความเร็ว และการเบรก สำหรับการจอดรถในแนวขนานหรือแบบถอยหลังโดยอัตโนมัติ
Crown ทุกรุ่นมาพร้อมกับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0 (TSS 3.0) เซนเซอร์ระบบตรวจจับที่ทำงานเร็วขึ้น ระบบ Pre-Collision ตรวจจับคนเดินถนน สามารถแยกแยะตัวแปรต่างๆ โดยตรวจจับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และราวกั้นได้ในบางสภาวะ เมื่อเลี้ยวหรือเข้าใกล้ทางแยก TSS 3.0 ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจจับยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือด้านข้าง แจ้งเตือนด้วยเสียงหรือภาพบนจอภาพ HUD โดยมีการเชื่อมต่อกับระบบเบรกอัตโนมัติในบางสภาวะอีกด้วย
Toyota Crown ติดตั้ง Dynamic Radar Cruise Control (DRCC) สามารถสแกนช่องทางด้วยประสิทธิภาพที่ขึ้น แจ้งเตือนการออกจากเลน พร้อมระบบช่วยบังคับเลี้ยวและระบบช่วยติดตามช่องทาง ระบบเตือนการออกนอกเลนพร้อมระบบช่วยบังคับพวงมาลัยแบบดึงกลับ รวมถึงแจ้งเตือนคนขับผ่านเสียงเตือนและภาพ พวงมาลัยจะมีแรงบังคับเลี้ยวเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อไม่ให้รบกวนการควบคุมของคนขับ หาก DRCC ตรวจพบว่ารถกำลังออกจากเลนโดยไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว เมื่อ DRCC ถูกตั้งค่าและเข้าร่วม Lane Tracing Assist จะใช้เครื่องหมายบอกเลนที่มองเห็นได้หรือรถที่อยู่ข้างหน้าเพื่อช่วยให้รถอยู่ตรงกลางเลนและทิ้งระยะห่างที่ปลอดภัย
ระบบไฟอัตโนมัติ Multi Beam LED ออกแบบมาเพื่อตรวจจับรถที่ขับมาข้างหน้าหรือที่ขับสวนมา และสลับไปมาระหว่างไฟสูงและไฟต่ำโดยอัตโนมัติ Road Sign Assist ออกแบบมาเพื่อจดจำข้อมูลป้ายจราจร โดยใช้กล้องที่ด้านหน้า และแสดงบนจอแสดงผลข้อมูลหลายส่วนบนจอภาพ MID
ทั้งหมดคือความทันสมัยไฮเทคของ New Crown 2023 ซึ่งจะเริ่มออกขายในญี่ปุ่นและอเมริกาประมาณปลายปีนี้ ส่วนประเทศไทยที่มีของหรูหราราคาแพงอย่าง Lexus อยู่แล้ว คงลำบากที่ Crown ใหม่จะได้แทรกตัวเข้ามาทำตลาดละครับ.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/