ขอต้อนรับสู่โลกใหม่ที่อุดมไปด้วยระบบดิจิทัลอันก้าวล้ำและมีประสิทธิภาพ (มากยิ่งขึ้น) นี่คือ Mercedes-Benz New C-Class ใหม่ รหัสตัวถัง W206 รถซีดานไซส์เล็กรุ่นล่าสุดที่ครบทั้งความไฮเทคและสมรรถนะ ทั้งสองอย่างถูกควบรวมเข้าด้วยกัน เพื่อการเอาชนะคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง BMW Series-3 กับ Audi A4 การสร้างขอบเขตของความสะดวกสบายที่พร้อมรองรับโลกแห่งอนาคต ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงระบบขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นทั่วโลก New C-Class เป็นรถ Mercedes-Benz ซีรีส์คลาสสิกรุ่นแรกที่ใช้ระบบพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเทคโนโลยี  Mild Hybrid 48 โวลต์ นอกจากนั้น ยังมีการปรับมาตรฐานการขับของรถรุ่นนี้ให้สูงขึ้น และเนื่องจาก C-Class เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่มีปริมาณการผลิตสูงสุดของแบรนด์ตราดาว การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ส่วนหนึ่ง ก่อนที่ C-Class จะกลายเป็นยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (ในอนาคตอันใกล้) Mercedes-Benz C-Class Sedan รุ่นใหม่ เดินทางมาถึงตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยแล้วในช่วงกลางปี 2022 ด้วยภาพลักษณ์ที่ยังคงยึดโยงกับคำขวัญเดิมๆ นั่นก็คือ ความเป็น Baby S-Class นั่นเอง 

...

ทศวรรษที่ผ่านมา C-Class เป็นโมเดลยอดนิยมรุ่นขายดีของ Mercedes-Benz โดยมีปริมาณการขายสูงสุด นับตั้งแต่มีการเปิดตัวกว่า 2.5 ล้านคัน มันเป็นยานพาหนะที่ถูกส่งออกไปขายทั่วโลก และประเทศจีนก็กลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ C-Class Sedan นับจากปี 2016 นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และอังกฤษ ยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับ C-Class Sedan และ C-Class ตัวถัง Wagon ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา C-Class Sedan และ Wagon โดยเฉพาะรถรุ่นที่ผ่านมา (W205) ถูกส่งมอบให้กับลูกค้ามากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

...

เรื่องราวความสำเร็จของ C-Class เริ่มต้นขึ้นในปี 1982 เมื่อ Mercedes-Benz เปิดตัวรถรุ่น 190 เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่เล็กที่สุด ในกลุ่มยานยนต์ของ Mercedes-Benz ในขณะนั้น 190 จึงได้รับฉายาว่า Baby Benz เครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีประสิทธิภาพ เช่น 190 E 2.5-16 Evolution ขุมกำลังแบบสปอร์ต ประจำการด้วยเครื่องยนต์สี่วาล์วต่อสูบ ความจุ 2.5 ลิตร ที่สร้างชื่อเสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสนามแข่ง รวมไปถึงยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 190 E Elektro ซึ่งเป็นรถทดลองจากซีรีส์ 201 ซึ่งถูกเปิดตัวในงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยี "ฮันโนเวอร์" เมื่อปี 1990 ตามด้วยงานแสดงรถยนต์เจนีวามอเตอร์โชว์ในปี 1991 ระบบขับเคลื่อนของ 190 E Elektro ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวรสองตัว แต่ละตัวมีกำลัง 21 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่โซเดียม/นิกเกิลคลอไรด์ มอเตอร์ขับเคลื่อนส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังเช่นเดียวกับ EQS ที่กำลังโลดแล่นอยู่ในปัจจุบัน 

หลังจากปรากฏการณ์ 190E (W201) Mercedes-Benz นำรถ C-Class เจนแรกสุดมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 1993 แต่ก่อนหน้านั้น มีการส่งมอบรถยนต์ Mercedes-Benz ไซส์เล็ก มากกว่า 10.5 ล้านคัน ให้กับลูกค้ามาตั้งแต่ปี 1982 หลังจากนั้น โมเดล C-Class ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของลูกค้าใหม่ในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ Luxury โดยเฉพาะในประเทศจีนและเกาหลีใต้ C-Class Sedan เป็นรถยนต์พรีเมียมที่ถูกเลือกเป็นรถหรูคันแรกของครอบครัว โดยมีผู้ซื้อเฉลี่ยประมาณ 50% C-Class Sedan ยังเป็นรถที่ดึงดูดลูกค้าคุณสุภาพสตรีในสัดส่วนที่สูงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ ครึ่งหนึ่งของรถ C-Class ถูกซื้อโดยคุณผู้หญิง 

...

Mercedes-Benz สร้างมาตรฐานใหม่ ไม่เพียงแต่ในด้านวิศวกรรม แต่ยังลงลึกไปถึงรูปทรงของตัวถังที่กว้างขึ้น รถรุ่น Wagon ที่เปิดตัวในปี 2000 เป็นรถเก๋งขนาดกลาง หลังจากนั้นมีการเปิดตัว C-Class Sports Coupe ซึ่งเป็นรูปแบบตัวถังใหม่ทั้งหมด การเปิดตัว C-Class รุ่นที่ 4 ออกสู่ตลาดในปี 2007 (พ.ศ. 2550) ทำให้โลกยนตรกรรมได้เห็นรถที่มีการออกแบบใหม่ นับเป็นครั้งแรกที่ดีไซน์ส่วนหน้าของ Mercedes-Benz ตัวถัง Sedan ขนาดเล็ก จะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอุปกรณ์ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของสัญลักษณ์ดาวสามแฉกดั้งเดิมบนฝากระโปรงหน้า ซึ่งย้ายไปติดอยู่กึ่งกลางกระจังหน้า ด้วยรถเวอร์ชันสปอร์ตของ AMG 

...

Mercedes-Benz C220d W206 ราคา 2,590,000 – 2,990,000 บาท (ประกอบในประเทศ)

Mercedes-Benz C220d Avantgarde 2,590,000 บาท
Mercedes-Benz C220d AMG Dynamic 2,990,000 บาท

ดีไซน์ภายนอก C220d AMG Dynamic W206
C-Class ใหม่ ถูกปรับให้ดูอ่อนเยาว์ จากงานดีไซน์ไฟหน้าและกระจังหน้าใหม่หมด สัดส่วนด้านข้างแสดงออกถึงไดนามิก การผสมผสานระหว่างระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านหน้าที่สั้นกุด ระยะฐานล้อยาวเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับห้องโดยสาร และระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านหลังที่ลงตัว ฝากระโปรงหน้าแบบสปอร์ตพร้อมเพาเวอร์โดม เน้นรูปลักษณ์ของการเคลื่อนไหวแบบพุ่งทะยานไปข้างหน้า เพาเวอร์โดมที่เคยอยู่ในรถ AMG ถูกโยกมาใส่บนฝากระโปรงหน้าของ New C-Class เพื่อสร้างแรงดึงดูดด้านสายตา สำหรับ W205 ซึ่งเป็น C-Class รุ่นก่อนหน้า แสดงถึงความก้าวหน้าในแง่ของความน่าดึงดูดที่มีมูลค่าจากงานตกแต่งภายใน ส่วน C-Class ใหม่ W206 นั้นก้าวไปไกลกว่า ในแง่ของความหรูหราที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์แบบใหม่ที่ทันสมัย ภายในก็ยังคงทำตามแนวคิดเดิม นั่นก็คือการใช้ไฮไลต์ของรถรุ่นเรือธงอย่าง S-Class ใหม่ มาปรับแต่งให้เข้ากับห้องโดยสารที่มีขนาดกะทัดรัดกว่าพี่ใหญ่รุ่นเรือธง เพิ่มความสปอร์ตด้วยรูปแบบของอุปกรณ์ไฮเทคและตกแต่งด้วยวัสดุหรูหราราคาแพงเหมือนเดิม

กระจังหน้าของ C220d รุ่น AMG Dynamic ประดับประดาด้วยดาวสามแฉกชิ้นเล็กๆ ประดับประดาอยู่บนชุดกระจังแบบใหม่ New C-Class ทุกรุ่นมีกระจังหน้าที่ติดตั้งตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกตรงกลาง การออกแบบใหม่ในลักษณะของกระจังหน้าที่มีความแตกต่างกันในรายละเอียด ไฟหน้า LED พร้อมไฟหรี่ LED Daytime Running Light น่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่ C220d AMG Dynamic ไม่มีระบบไฟ Multi Beam LED โดยแทนที่ด้วยไฟหน้า LED High Performance Headlamps กันชนหน้ามีองค์ประกอบของชิ้นงานตกแต่งในช่องระบายอากาศ ขณะที่กระจังหน้าและกันชนหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม รุ่น AMG Dynamic คือกระจังหน้าเพชรที่โดดเด่นจากดีไซน์รูปดาวดวงเล็กๆ สะท้อนแสงด้วยพลาสติกพื้นผิวโครเมียม

เมื่อมองจากด้านข้าง พื้นผิวตัวถังที่ลื่นไหล สร้างเอฟเฟกต์เวลากระทบกับแสงยามเย็นของสนามช้าง ดีไซเนอร์ลดจำนวนเส้นสายรอบตัวถังให้เหลือน้อยที่สุด เส้นแนวยื่นด้านข้างที่กลมกลืนมากยิ่งขึ้น รูปลักษณ์แบบสปอร์ตซีดานที่ปราดเปรียว ความกว้างของแทร็กที่มากกว่าเดิม รวมไปถึงล้ออัลลอยลายใหม่แบบครีบเทอร์ไบน์ ขนาด 19 นิ้ว (ล้างอย่างยาก) มิติตัวถัง มีขนาดความยาว 4,793 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 10 มิลลิเมตร กว้าง 1,820 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 10 มิลลิเมตร สูง 1,446 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,865 มิลลิเมตร ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ขนาด 455 ลิตร ความจุถังเชื้อเพลิง 66 ลิตร

บั้นท้ายโค้งมน ขอบของฝากระโปรงท้ายยกสันนูนเพื่อเพิ่มมิติมุมมอง ไฟท้าย LED คุณภาพสูง ดึงดูดสายตาด้วยรูปลักษณ์ของไฟท้ายแบบสองชิ้น เลนส์ไฟถอยสีขาวอยู่ตรงมุมของไฟท้าย ตำแหน่งของไฟเลี้ยวที่อยู่ตรงกึ่งกลาง มองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืนจากความเข้มและกำลังในการส่องสว่างของหลอด LED เป็นครั้งแรกที่ไฟท้ายมีดีไซน์แบบสองชิ้นใน C-Class โดยแบ่งฟังก์ชันไฟระหว่างส่วนด้านข้างของบั้นท้ายและฝากระโปรงท้าย การตัดแต่งเสริมเฉพาะเส้นในกันชนหลัง ทำให้มุมมองด้านหลังดูผสมผสานกันอย่างกลมกลืน สีตัวถัง เริ่มจาก สีขาว Polar White / สีดำ Obsidian Black / สีเทา Graphite Grey และ สีเงิน High-tech Silver

ภายใน
แผงหน้าปัดของ W206 มีการแบ่งโซนการใช้งาน ทั้งส่วนบนและล่าง แดชบอร์ดคอนโซล มีลักษณะคล้ายปีกของอากาศยาน พร้อมช่องแอร์ทรงกลมแบบใหม่ที่มีดีไซน์แปลกตา ทำให้นึกถึงส่วนหน้าของเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ต การตกแต่งที่งดงาม จากคอนโซลกลางไปยังแดชบอร์ด โฟกัสของคนขับเพิ่มความสปอร์ตด้วยแผงหน้าปัด TFT LCD และจอแสดงผลส่วนกลางที่วางองศาของจอภาพให้เอียงไปทางฝั่งคนขับเล็กน้อยประมาณหกองศา เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน จอภาพมาตรวัดของคนขับ ติดตั้งหน้าจอ TFT thin film transistor ความละเอียดสูง ขนาด 12.3 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มาตรวัดจอภาพแบบ Panorama แตกต่างไปจาก C-Class W205 ที่ใช้หน้าปัดทรงกลมแบบคลาสสิก การแสดงผลของหน้าปัดมาตรวัดสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้อย่างหลากหลาย ทั้งแบบสปอร์ต แบบคลาสสิก รวมไปถึงรูปแบบของระบบนำทางและระบบความปลอดภัยที่สามารถนำขึ้นมาแสดงผลบนจอภาพมาตรวัดได้อย่างคมชัด

การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไปสู่ระบบดิจิทัลยุคใหม่ ปรากฏอยู่ในจอแสดงผลส่วนกลางที่คล้ายกับ New S-Class จอกลางแนวตั้ง สามารถควบคุมและแสดงผลการทำงานของระบบต่างๆ การปรับตั้งและเชื่อมต่อฯ ผ่านการสั่งงานบนหน้าจอระบบสัมผัสคุณภาพสูง การวางจอภาพในแนวตั้งทำให้มองเห็นได้ชัดเจนและเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียมหรือกล้องมองรอบคัน หน้าจอสัมผัสออกแบบให้ดูเหมือนลอยอยู่เหนือแดชบอร์ด เช่นเดียวกับชุดแดชบอร์ดที่หรูหรา หน้าจอมอนิเตอร์กลางปรับองศาให้เอียงเล็กน้อยไปทางคนขับ จอแสดงผลส่วนกลางขนาด 11.9 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ New C-Class ทุกรุ่นอีกด้วย จอแสดงผลส่วนกลางยังมีการตกแต่งที่ลงลึกในด้านรายละเอียด เช่น การล้อมรอบจอภาพด้วยสีดำเงาวาวและขอบสีเงินที่ตัดกับสีดำและขยายไปยังคอนโซลกลางได้อย่างลงตัว รายละเอียดการตกแต่งที่ประณีต การตัดขอบด้วยโครเมียมคุณภาพสูง ช่วยให้ห้องโดยสารของ C220d AMG Dynamic น่ามองมากยิ่งขึ้นและเหมือนกับห้องโดยสารของ New S-Class ที่ถูกย่อสัดส่วน

แผงประตูเรียบง่ายโดยมีปุ่มปรับตั้งเบาะพร้อมหน่วยความจำ 3 ระดับ มาให้เหมือนเดิม กรวยลำโพงที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ปุ่มควบคุมกระจกไฟฟ้า ช่องใส่ของกระจุกกระจิก เแผงประตูตรงกลางในตำแหน่งที่วางแขนในตัวมีการพัฒนาจากพื้นผิวแนวตั้งเป็นแนวนอน สะท้อนการออกแบบให้เชื่อมโยงกับคอนโซลกลาง สามารถใช้เป็นที่จับหรือปิดได้ การออกแบบเบาะนั่งใน C-Class ใหม่ ใช้ชั้นและพื้นผิวที่อ่อนนุ่มห่อหุ้มด้วยหนังแท้ พนักพิงศีรษะได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยใช้การยึดติดตัวเบาะเข้ากับพนักพิงด้วยแท่งพลาสติก แดชบอร์ดที่หุ้มด้วย MB-Tex พร้อมเส้นคาดที่ทำให้มีความหรูหรา สำหรับ C-Class เวอร์ชัน AMG Dynamic แสดงพื้นผิวที่เป็นนวัตกรรมใหม่ มีแผ่นอะลูมิเนียมฝังอยู่ตามส่วนโค้งของแผงหน้าปัด จอภาพมาตรวัดและจอแสดงผลกลางที่คล้ายกับ S-Class ใหม่ รูปทรงของจอภาพมาตรวัด ถูกปรับให้เข้ากับการแสดงผลแบบใหม่ถึงสามรูปแบบ (แบบ Sport / Classic / คลาสสิก และแบบ Normal) อีกสามโหมดสำหรับการแสดงผลในระบบนำทางดิจิทัล ระบบความปลอดภัย การตั้งค่า ใน "สปอร์ตโหมด" จอภาพมาตรวัดใช้โทนสีแดงที่เร้าใจ วัดรอบเครื่องยนต์และวัดความเร็วแสดงผลเป็นตัวเลขอยู่ตรงกลาง C-Class ใหม่ยังมาพร้อมกับระบบแสง Ambient Light LED ตกแต่งภายในปรับเปลี่ยนเฉดสีได้ 64 สี 

MBUX รุ่นล่าสุด
เช่นเดียวกับ S-Class ใหม่ C-Class รุ่นล่าสุด มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ MBUX รุ่นที่สอง (Mercedes-Benz User Experience) ภายในของ W206 เป็นระบบดิจิทัลที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น เนื่องจากทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มีความก้าวล้ำ (อย่างมาก) ภาพที่สวยงามบนจอแสดงผลความละเอียดสูง ทำให้ง่ายต่อการควบคุมรถ การปรับตั้งฟังก์ชันต่างๆ รวมถึงความสะดวกสบายที่ใส่มาให้อย่างเต็มที่ จอแสดงผลสำหรับคนขับและจอภาพมอนิเตอร์กลาง นำเสนอความสุนทรียภาพแบบองค์รวม ข้อมูลต่างๆ ถูกนำเสนอในลักษณะที่มีโครงสร้างอย่างชัดเจน เข้าและออกจากเมนูต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น  Mercedes-Benz ได้พัฒนารูปแบบการแสดงผลที่สวยงามสำหรับ S-Class ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นพื้นฐานสำหรับรุ่นอื่นๆ อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะใน New C-Class รูปลักษณ์ของหน้าจอสามารถปรับให้เข้ากับรูปแบบการแสดงผลได้ตามต้องการ หน้าปัดมาตรวัดแบบ Classic ใช้มาตรวัดทรงกลมที่มีรูปแบบคุ้นเคย การแสดงผลที่คมชัดของจอ TFT 

ระบบสั่งงานด้วยเสียง Hey Mercedes

Hey Mercedes กับซอฟต์แวร์ใหม่ สามารถโต้ตอบและเรียนรู้ได้มากขึ้น โดยเปิดใช้งานบริการออนไลน์ในแอป Mercedes me นอกจากนี้ การสั่งงานบางอย่าง สามารถทำได้แม้ไม่มีคีย์เวิร์ดเปิดใช้งาน Hey Mercedes ซึ่งรวมถึงการรับโทรศัพท์ ระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบใหม่ ยังสามารถอธิบายฟังก์ชันของรถอีกด้วย ตัวอย่างเช่น สามารถแนะนำ เมื่อถูกถามถึงวิธีเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วยบลูทูธ หรือตำแหน่งที่จะพบกับชุดปฐมพยาบาล ระบบนี้ ยังสามารถจดจำเสียงของผู้โดยสารได้ คนขับสามารถโหลดโปรไฟล์ส่วนตัวโดยใช้การควบคุมด้วยเสียง เมื่อมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ใหม่จาก Mercedes-Benz จะมีข้อความปรากฏขึ้นบนหน้าจอ MBUX โดยแสดงผลผ่านแอป Mercedes Me ซอฟต์แวร์สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งทันที หรือกำหนดเวลาไว้ในภายหลัง Mercedes-Benz ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเคลื่อนที่แบบใหม่ เพื่อถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างปลอดภัย การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-air (OTA) แนะนำคุณลักษณะใหม่ของการใช้งาน 

จากความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการปล่อยมลพิษจำนวนมากของเครื่องยนต์ดีเซล หลังจากเมื่อหลายปีก่อน เกิดเรื่องอื้อฉาวการโกงตัวเลขมลพิษของ Volkswagen ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์เกิดการตื่นตัวในเรื่องของตัวเลขการปล่อย Co2 เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ Mercedes-Benz ต้องพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ตรงตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษทั่วโลกในอนาคต เช่น Real Driving Emissions (RDE) และการทดสอบยานพาหนะ (WLTP) ขุมกำลังดีเซลขนาดเล็กรุ่นใหม่ที่ประจำการอยู่ใน New C-Class W206 CKD นั่นก็คือ เครื่องยนต์ Mercedes-Benz OM 654 M รุ่นดัดแปลง พร้อม ISG Mild Hybrid 48V ซึ่งช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อย CO2 ลง 13 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่มีกำลังเพิ่มขึ้นอีก 24 แรงม้า (201 แรงม้า 440 นิวตันเมตร) เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซล OM 651 สำหรับ OM 654 เป็นเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียงสี่สูบ ความจุ 2.0 ลิตร 1,950 ซีซี อัดอากาศด้วยเทอร์โบเดี่ยวรุ่นแรกในตระกูลเครื่องยนต์ใหม่ของ Mercedes น้ำหนัก 168 กิโลกรัม ถือเป็นเครื่องดีเซลที่มีประสิทธิภาพรุ่นสุดท้าย ก่อนที่รถยนต์ทั้งหมดของแบรนด์ตราดาวจะเปลี่ยนไปขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ในการสร้างเครื่องยนต์ดีเซลที่จะต้องปรับให้ตรงตามมาตรฐานมลพิษที่เข้มงวด และยังคงทำงานได้ดี Mercedes-Benz เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนวัสดุทำบล็อกเครื่องยนต์ที่ออกแบบและปรับเปลี่ยนใหม่หมด โดยใช้ประสบการณ์ด้านการพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลมานานกว่า 80 ปี ผสมผสานกับแพลตฟอร์มใหม่ เครื่องยนต์ OM 654 เป็นเครื่องยนต์ดีเซลสี่สูบ บล็อกอะลูมิเนียมขนาดกะทัดรัด สามารถทนต่อแรงดันภายในสูงสุดได้ถึง 2,973.27 psi ช่วยลดน้ำหนักชิ้นส่วนต่างๆ ลงได้มากกว่าบล็อกเหล็กหล่อถึง 17 เปอร์เซ็นต์

การเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และการปฏิบัติตามข้อกำหนดการปล่อยมลพิษระดับใหม่ เริ่มต้นด้วยการปรับส่วนประกอบภายในให้เหมาะสม เพิ่มระบบ EQ Boost ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่อยู่ในระบบเกียร์ 9G Tronic ช่วยในการออกตัว กำลัง 20 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์ 200 นิวตันเมตร เครื่องยนต์ OM 654 ใช้ลูกสูบเหล็กที่มีการออกแบบห้องเผาไหม้แบบขั้นบันได เนื่องจากความสามารถในการลดการปล่อยอนุภาค ตัวเลขมลพิษที่ลดลง เป็นผลมาจากการเพิ่มปริมาณอากาศที่เครื่องยนต์สามารถรับเข้าไปได้ และปริมาณความร้อนที่สะสมอยู่ในบริเวณที่เกิดการเผาไหม้

วัสดุเหล็กสำหรับลูกสูบ ช่วยเพิ่มการกักเก็บความร้อนในกระบอกสูบ และเพิ่มการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพทางอุณหพลศาสตร์ของเครื่องยนต์ ลดระยะเวลารอบการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นจริง โลหะเหล็กยังช่วยให้ระยะห่างระหว่างลูกสูบและผนังกระบอกสูบมีความสม่ำเสมอมากขึ้น (อะลูมิเนียมจะขยายตัวเมื่อถูกความร้อน) การขยายตัวของลูกสูบน้อยลง เมื่อรวมกับการเคลือบผนังกระบอกสูบ Nanoslide ที่มีแรงเสียดทานต่ำเป็นพิเศษของ Mercedes ช่วยลดแรงเสียดทานได้ 40 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลูกสูบให้ดียิ่งขึ้น เพลาข้อเหวี่ยงจะถูกชดเชยไปทางด้านไอดีของบล็อก 0.5 นิ้ว และใช้ก้านสูบขนาด 6 นิ้ว (154 มม.) การจัดเรียงนี้ช่วยลดแรงด้านข้างของลูกสูบได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์

เพลาข้อเหวี่ยงแบบใหม่ ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างด้านไอเสียของบล็อก สำหรับระบบปล่อยมลพิษขนาดกะทัดรัดแบบใหม่ ที่ติดตั้งกับเครื่องยนต์โดยตรง การปรับตั้งที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบการปล่อยมลพิษเฉพาะรถยนต์ อุปกรณ์ประกอบด้วย ตัวเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันดีเซล และตัวกรองอนุภาคดีเซล การเคลือบตัวเร่งปฏิกิริยา ฉนวน และติดตั้งในตำแหน่งที่ใกล้เครื่องยนต์ของ diesel particulate filter (DPF) ทำให้ระบบสูญเสียความร้อนต่ำ มีการปรับอุณหภูมิการทำงานให้เหมาะสม ทำให้ปล่อยมลพิษลดลง และประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น DPF มีพื้นที่ผสม พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับไอเสียที่เกิดจากการเผาไหม้น้ำมันดีเซล เพื่อกระจายไปยังตัวกรองอนุภาคไอเสียอย่างสม่ำเสมอ และระเหยอย่างรวดเร็วเพื่อลดการปล่อย NOx นอกจากนี้ ยังใช้วาล์วหมุนเวียนไอเสียแบบหลายทาง โดยผสมผสานก๊าซแรงดันสูงและแรงดันต่ำที่ระบายความร้อนด้วยระบบทำความเย็น เพื่อลดการปล่อยไอเสียที่ไม่ผ่านการบำบัดตลอดช่วงรอบต่อนาที ในขณะที่มีการปรับการเผาไหม้เพื่อให้เหมาะสมกับอัตราสิ้นเปลือง นั่นก็คือ เน้นความประหยัดเชื้อเพลิง

เกียร์ 9G-TRONIC ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมแรงบิดในตัว ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม ปั๊มน้ำมันเสริมไฟฟ้าช่วยลดอัตราการส่งเชิงกลลง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดีต่อประสิทธิภาพของชุดส่งกำลัง นอกจากนี้ ยังใช้ระบบควบคุมการรับส่งข้อมูลแบบครบวงจรรุ่นใหม่ มีโปรเซสเซอร์แบบมัลติคอร์ พร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแรงบิดแบบใหม่ นอกจากการส่งกำลังที่มีความลื่นไหลและต่อเนื่องแล้ว อัตราทดเกียร์ทั้ง 9 สปีดยังครอบคลุมการใช้งาน ทั้งขับในย่านความเร็วต่ำในเมืองและพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงบนไฮเวย์ 

การจ่ายน้ำมันหล่อลื่นและการระบายความร้อนโดยใช้ปั๊มสองตัว
เพื่อให้มั่นใจได้ว่า การจ่ายน้ำมันหล่อลื่นแบบสังเคราะห์ ในรุ่นที่ 2 ที่มีความทนทาน และทนต่อแรงเฉือน ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในเวลาเดียวกัน ระบบเกียร์ 9G-TRONIC ติดตั้งปั๊มสองตัว ปั๊มหลักเชิงกลที่ลดขนาดลงอย่างมากซึ่งติดตั้งอยู่นอกแกน โดยอยู่ถัดจากเพลาหลักและขับเคลื่อนด้วยโซ่ ในระบบเกียร์อัตโนมัติรุ่นเก่า เช่น 7G-TRONIC ปั๊มน้ำมันหล่อลื่นหลัก จะพ่วงต่อกับเพลาส่งกำลังและทำหน้าที่ขับเคลื่อนปั๊มโดยตรง ด้วยเหตุนี้ปั๊มเซลล์ใบพัดแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง จึงถูกวางไว้ข้างเพลาหลัก บริเวณแกนด้านนอก และมีการลดขนาดลงเพื่อให้เหมาะสมกับการติดตั้ง ปั๊มหลักเชิงกล ช่วยให้มั่นใจได้ว่า การจ่ายน้ำมันหล่อลื่นไปยังเกียร์อัตโนมัติที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า จะมีความเสถียรและเมื่อเครื่องยนต์สันดาปภายในทำงาน จะมีการสำรองโดยปั๊มเสริมไฟฟ้าแยกต่างหาก ในแง่หนึ่ง การออกแบบในลักษณะดังกล่าวนี้ ช่วยทำให้ระบบหล่อลื่นของเกียร์ สามารถควบคุมการไหลของน้ำมันหล่อลื่นและสารหล่อเย็นได้ตามความต้องการ ในขณะเดียวกัน 9G-TRONIC จะได้รับประโยชน์จากระบบ Auto Start Stop ในระบบไฮบริดเสริม 48 โวลต์ หรือ EQ Boost พร้อมกลไกไฟฟ้าของ starter alternator ระบบจะส่งถ่ายน้ำมันหล่อลื่นเกียร์เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ขับยกคันเร่ง รถจะยังคงไหลไปข้างหน้า โดยมีความเร็วเกือบจะคงที่ และค่อยๆ ลดความเร็วลงช้าๆ เกียร์จะถูกปลดเป็นเกียร์ว่าง เมื่อผู้ขับยกคันเร่ง รอบเครื่องยนต์จะหล่นลงมาที่ 1,000 รอบต่อนาที เพื่อลดอัตราสิ้นเปลือง ต่อเมื่อผู้ขับแตะคันเร่งอีกครั้ง รอบเครื่องยนต์จะกลายไปอยู่ที่รอบปกติ ตามความเร็วที่ใช้ในขณะนั้น พร้อมด้วยการทำงานอย่างรวดเร็วของเกียร์ ด้วยการเข้าสู่ตำแหน่งเกียร์ที่สอดรับกับความเร็วที่ใช้อยู่ในคาบเวลานั้นๆ การปลดระบบส่งกำลังเข้าสู่เกียร์ว่าง เมื่อผู้ขับยกคันเร่ง จะช่วยลดการสูญเสียเชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น และช่วยทำให้ใช้พลังงานในรูปของแรงเฉื่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนกว่าผู้ขับจะแตะเบรก หรือคันเร่งอีกครั้ง เครื่องยนต์และเกียร์จะกลับมาทำงานพร้อมกันอีกครั้ง อย่างรวดเร็วและนุ่มนวลจนคุณแทบจะไม่รู้สึก

OM 654 M (M คือรุ่นดัดแปลง) ติดตั้งระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสตาร์ตเตอร์เจนเนอเรเตอร์แบบบูรณาการเป็นครั้งแรก เพิ่มกำลังสูงสุด 22 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ทำให้ Mercedes เป็นผู้ผลิตรายแรกที่ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบรวม (ISG) ในปี 2560 ในเครื่องยนต์ดีเซลรุ่น OM656 M สำหรับ ISG เป็นเครื่องจักรไฟฟ้าที่สามารถทำงานได้ ทั้งในสภาวะ "การขับเคลื่อน" (การสตาร์ตเครื่องยนต์และการรองรับระบบไฟบางส่วน) และในสภาวะ "เครื่องกำเนิดไฟฟ้า" จุดประสงค์ของเทคโนโลยี Mild Hybrid อยู่ที่การเพิ่มความสะดวกสบายและการประหยัดเชื้อเพลิง มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 22 แรงม้า ไม่สามารถขับเคลื่อนรถเพียงลำพังได้ แต่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซล ระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ที่ใช้ ISG สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้อย่างรวดเร็วและมีน้ำหนักเบากว่าสตาร์ตเตอร์ 12 โวลต์ ให้ความสะดวกสบายและความนวลในการสตาร์ต ในเวลาเดียวกัน ISG ถูกใช้เพื่อสร้างพลังงานในโหมดขับเคลื่อน เสริมแรงบิดร่วมกับเครื่องยนต์ Mercedes เรียกสิ่งนี้ว่า "EQ Boost"

OM654 M มี ISG รุ่นใหม่ ติดตั้งอยู่ในระบบเกียร์อัตโนมัติ 9G Tronic มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบอิเล็กทรอนิกส์กำลัง และระบบส่งกำลัง ได้รับการติดตั้งโดยตรงอยู่ในเกียร์ เพื่อลดน้ำหนัก และลดชิ้นส่วน (ไม่มีสายพาน) และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถปรับให้เข้ากับระบบ Plug-in Hybrid ได้อย่างง่ายดาย

C-Class ใหม่รุ่น C220d AMG Dynamic ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ต เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมทางเลือกด้วยระบบกันสะเทือนแบบถุงลมที่เป็นออปชันเสริม (Air Matic) ส่วนประกอบหลักของระบบกันสะเทือนที่กำหนดค่าแบบไดนามิก คือ เพลาสี่ลิงค์ที่ด้านหน้าและเพลามัลติลิงค์ที่ด้านหลัง ติดตั้งกับเฟรมย่อย ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตของ New C-Class AMG Line เป็นพื้นฐานของระบบกันสะเทือนในยานยนต์ระดับสูงของแบรนด์ตราดาว เน้นความสะดวกสบายในการขับเคลื่อนและเสียงการทำงานที่ลดลง การควบคุมทิศทางที่คล่องตัว และความสนุกสนานในการขับ

ระบบช่วยเหลือผู้ขับ
เมื่อเทียบกับ C-Class รุ่นก่อนๆ Driver Assistance Package ใน Class รุ่นล่าสุด มีฟังก์ชันแยกย่อยเพิ่มเติม ช่วยลดภาระของคนขับในสถานการณ์ประจำวัน เพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัย เมื่อระบบตรวจพบว่าอาจเกิดอันตราย ระบบช่วยเหลือจะเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดของระบบความปลอดภัย เพื่อตอบสนองต่อการชนกันที่จะเกิดขึ้น ตามสถานการณ์นั้นๆ หลักการทำงานของระบบจะแสดงภาพบนจอแสดงผลสำหรับคนขับด้วยเทคนิคการแสดงผลแบบใหม่ที่สังเกตได้ง่าย 

บนถนนทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นทางหลวงแบบไฮเวย์หรือทางด่วน ทางหลวงชนบท หรือถนนในเมือง – Active Distance Assist DISTRONIC สามารถรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าได้โดยอัตโนมัติ คุณลักษณะใหม่คือ การตอบสนองต่อยานพาหนะที่จอดนิ่งอยู่บนท้องถนนด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 62 ไมล์ต่อชั่วโมง (100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) จากเดิม 37 ไมล์ต่อชั่วโมง

ระบบช่วยบังคับเลี้ยวแบบแอ็กทีฟช่วยให้ผู้ขับอยู่ในเลนด้วยความเร็วสูงสุด 209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณสมบัติใหม่ รวมถึงการจดจำเลนเพิ่มเติมด้วยกล้อง 360° ความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของการเข้าโค้งบนถนนที่คับแคบในชนบท และการปรับปรุงระบบรักษาช่องทาง

ระบบจอดรถอัตโนมัติ
เซนเซอร์เซอร์ราวด์ที่ได้รับการปรับปรุงในระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ ทำให้ผู้ขับได้รับการสนับสนุนดียิ่งขึ้นเมื่อขับด้วยความเร็วต่ำ การทำงานเร็วขึ้นและใช้งานง่าย ผสานรวมเข้ากับ MBUX ส่วนฟังก์ชันเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติคอยเฝ้าระวังขณะขับด้วยความเร็วต่ำในเมือง

PRE-SAFE® สำหรับการชนด้านหน้าและด้านหลัง PRE-SAFE® Impulse Side (พร้อมใช้งานร่วมกับ Driver Assistance Package) เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด ในกรณีที่เกิดการกระแทกด้านข้าง PRE-SAFE® Impulse Side ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายคนขับที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ หรือผู้โดยสารด้านหน้า ก่อนการชน ทันทีที่ระบบตรวจพบว่ากำลังจะเกิดการชนปะทะที่ด้านหน้า ถุงลมในบริเวณด้านข้างของพนักพิงที่นั่งด้านหน้าจะพองตัวภายในเสี้ยววินาที

C-Class ใช้โครงสร้างตัวถังแบบใหม่ มีส่วนของห้องผู้โดยสารที่แข็งแรงเป็นพิเศษ โครงสร้างออกแบบให้ถ่ายเทแรงเมื่อเกิดการชนปะทะโดยมีการบิดเบี้ยวได้ในลักษณะเฉพาะ โครงสร้างนิรภัยทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยและระบบถุงลม ในกรณีที่จะเกิดอุบัติเหตุ ระบบจะทำการปรับความตึงของเข็มขัดนิรภัยและเตรียมความพร้อมให้กับถุงลมนิรภัย โครงสร้างได้รับการกำหนดค่าความแข็งแรงใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปกป้องผู้โดยสารที่ดีในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ในทุกแง่มุมของการชนที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ 

มิติตัวถัง มีความยาว 4,751 มิลลิเมตร ความกว้าง วัดจากขอบกระจกมองข้างด้านขวาไปซ้าย 2,033 มิลลิเมตร สูง 1,437 มิลลิเมตร พื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังมากขึ้น ความยาวฐานล้อ 2,865 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,601 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,613 มิลลิเมตร ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศดีกว่าเดิม ด้วยตัวเลข Cd 0.24.

MERCEDES-BENZ NEW C-CLASS C220D AMG DYNAMIC

รายละเอียดด้านเทคนิค C 220 d 

เครื่องยนต์ดีเซล แถวเรียง/4 สูบ /4 วาล์วต่อสูบ เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
ความจุ 1,993 ซีซี 
กำลังสูงสุด 147 กิโลวัตต์ 201 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที 
แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที
อัตตาเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที
ความเร็วสูงสุด 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความจุถังเชื้อเพลิง 66 ลิตร
พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย 455 ลิตร 

ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ เดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย 
(Steering - wheel Gearshift Paddles)
ล้อและยาง ล้อ AMG ขอบ 19 นิ้ว 
ยางหน้า 225/40 R19
ยางหลัง 255/35 R19

ระบบความปลอดภัย
ถุงลมนิรภัยด้านหน้าสองตำแหน่ง สำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร  
ถุงลมนิรภัยด้านข้างสองตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างปกป้องศีรษะ 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร
ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่า สำหรับผู้ขับขี่
เข็มขัดนิรภัย 3 จุด 5 ที่นั่ง 
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program)
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)
ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill - Start Assist
ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light)
ระบบช่วยเบรกแบบแอ็คทีฟ (Active Brake Assist)
ระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise control) และระบบจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)
ระบบเตือนเพื่อนํารถเขาศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator) 
ระบบเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure loss warning system)
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)
ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC)
กล้องแสดงภาพด้านหลัง ขณะถอยรถ (Reversing camera)
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist)
ระบบแจงเตือนยานพาหนะขณะเปิดประตูรถ (Exit Warning Function)
ระบบแจงเตือนสถานะเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
ใบปัดน้ำฝนทํางานโดยอัตโนมัติ พร้อมเซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน
ไฟหน้าแบบ LED High Performance
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist)
ไฟส่องใต้กระจกมองข้างพร้อมตราสัญลักษณ์ Mercedes-Benz
ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
กระจกมองข้างปรับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า
กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกมองหลัง ปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
ตกแต่งรอบคันแบบ AMG body styling
ระบบกุญแจแบบ KEYLESS GO comfort package
ระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS)
หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
ช่วงล่าง Sports suspension
แผ่นรองกันกระแทกใต้ห้องเครื่องยนต์
ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ multi- spoke ขนาด 19"
ยางรถยนต์แบบ Run-flat


อุปกรณ์มาตรฐานภายใน

ฟังก์ชัน ECO start /stop
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน
ระบบปรับโหมดการขับเคลื่อน DYNAMIC SELECT 
เบาะนั่งแบบ Sports seats
เบาะนั่งคู่หน้า พร้อมระบบดันหลัง 4 ทิศทาง แบบ Lumbar support
เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ สำหรับตำแหน่งที่นั่ง พวงมาลัย และกระจกมองข้าง
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง พับได้แบบ 1/3 และ 2/3
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชนแบบสปอร์ต หุ้มหนัง Nappa
พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control 
ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์แบบ Remote engine start
ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Push Start)
ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต
ตกแต่งห้องโดยสารแบบ AMG Line interior 
วัสดุตกแต่งห้องโดยสารแบบ Black open-pore aluminium lines wood trim 
ด้านบนของคอนโซลหน้า (Instrument panel)
และด้านบนของแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO ตกแต่งลายแบบ Nappa
แผงคอนโซลกลางแบบ high-gloss black สีดำ
ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร ปรับได้ 64 เฉดสี (โหมด color moods 10 รูปแบบ) 
หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับ Digital ขนาด 12.3"
หน้าจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลางขนาด 11.9"
ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless charging)
ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 3D surround sound system
กาบบันไดสเตนเลส พร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz แบบเรืองแสง
ชุดอุปกรณ์จัดเก็บสัมภาระ และช่องเก็บของที่ด้านหลังของเบาะคู่หน้า

Stowage Space package
ที่วางแก้วน้ําบริเวณคอนโซลกลาง
ระบบจดจำโปรไฟล์ผู้ขับด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint scanner)
ช่อง USB Type C 2 ช่อง
พรมปูพื้น AMG 

ระบบความบันเทิงและการสื่อสาร
ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS และ Android (Apple CarPlay™ & Android Auto)
ระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ฟังก์ชันเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานระบบ MBUX 
อุปกรณ์สื่อสารด้วยสัญญาณ LTE สำหรับบริการ Mercedes me connect 
ระบบมัลติมิเดียแบบ MBUX
ระบบมัลติมีเดีย MBUX entertainment พร้อมช่องเชื่อมต่อ Music streaming service
ระบบปรับรูปแบบเครื่องเสียงแบบส่วนตัว (Sound personalization)
ระบบแผนที่นําทางแบบ Hard-disc navigation พร้อมภาพแผนที่แบบ 3 มิติ
ระบบแผนที่นําทาง พร้อมแจ้งเตือนสภาพการจราจร Live Traffic Information.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/