หลังจากออกขายมานานถึง 7 ปีก็ได้เวลาที่จะต้องเปลี่ยนโฉมและเพิ่มระบบขับเคลื่อนแบบใหม่กันแล้ว ล่าสุด แบรนด์ตราใบพัดฟ้า-ขาว ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์ซาลูนรุ่นเรือธง New BMW-7 Series ยานยนต์ระดับสูงของผู้บริหารที่เข้าสู่เจเนอเรชันที่ 7 ด้วยการมาถึงของรถรุ่นใหม่ประจำปี 2023 แม้จะมีข่าวคราวที่ถูกปล่อยออกมาเป็นระยะก่อนหน้านี้ แต่เรือธงรุ่นใหม่ก็ไม่ได้มีแค่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเท่านั้น มันยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงประสิทธิภาพสูงรหัส B58B30 พร้อมรุ่นปลั๊กอินไฮบริดที่ขับมันสุดๆ รวมถึงรุ่น V8 ทวินเทอร์โบที่แรงสุดกู่ แต่เครื่องยนต์ V12 ที่เคยประจำการอยู่ใน M760Li ถูกโละทิ้งเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ด้านมลพิษ นับเป็นสวรรค์ชั้น 7 ที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่ BMW เคยผลิตออกขาย เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2520 ที่ 7-Series มีเครื่องยนต์ให้เลือกอย่างหลากหลายรวมถึง i7 เรือธงไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์คู่
...
ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันบริษัทเข้าสู่ระบบพลังงานไฟฟ้า ตามแผนงานเดิม Oliver Zipse นายใหญ่ของ BMW Group กล่าวว่า รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของ BMW จะเปิดตัวเยอะขึ้นในปีหน้า (2023) และ BMW มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ที่จะปฏิบัติตามข้อตกลง Paris Climateโดยทำการวางแผนงานที่จะย้ายไปสู่สายการผลิตไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต ต่อจาก Rolls-Royce และ Mini ในอนาคตอันใกล้ BMW Group อาจมีรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่มากถึง 10 ล้านคันบนท้องถนนภายในปี 2030 (2573) โดย i7 จะเข้าร่วมกับ iX iX3 และ i4 ที่ออกขายก่อนหน้านี้ Zipse CEO BMW โปรยว่า นี่คือ "เวทมนตร์แห่งเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของ BMW"
...
BMW นำเสนอ New Series-7 ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สองแบบทั้งเบนซินและดีเซล เริ่มจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง เทอร์โบ ความจุ 3.0 ลิตร (มีให้เลือกแยกย่อยอีกรุ่นในเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด) และรุ่นเครื่องยนต์เบน V8 ทวินเทอร์โบที่ทรงพลังกว่า สำหรับ BMW New 740i รุ่นพื้นฐาน อัปเกรดด้วยเครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์ พ่วงด้วยระบบไฮบริดจิ๋ว Mild Hybrid 48 โวลต์
...
เอาต์พุตหรือกำลังโดยรวมสำหรับ 740i อยู่ที่ 375 แรงม้า แรงบิด 540 นิวตันเมตร กำลังมากขึ้นอีก 40 แรงม้าเมื่อเทียบกับ 740i รุ่นที่ผ่านมา ระบบ Mild Hybrid 48 โวลต์ คอมแอร์ ปั๊มน้ำ และสตาร์ตเตอร์ เจนเนอเรเตอร์ไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อลดการกินกำลังเครื่องยนต์และลดจุดเชื่อมต่อสายพานหน้าเครื่องยนต์ 740i ทำอัตราเร่งในช่วงเวลาสั้นๆได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยแรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตร ทำให้สามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.3 วินาที
BMW New Series-7 รุ่น M760i xDrive ขับเคลื่อนสี่ล้อ เรือธงระดับบนสุด ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.4 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่ พร้อมระบบ Mild Hybrid 48V แบบเดียวกัน ให้กำลังทั้งหมด 536 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร นั่นทำให้ 760i เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 4.4 วินาที รถทั้งสองคันใช้เกียร์อัตโนมัติ ZF 8 HP เกียร์แปดสปีดแบบเดียวกับที่ประจำการในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ BMW แต่มีการปรับอัตราทดให้เหมาะสมกับกำลังและแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้น
BMW New 740d xDrive วางเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ แถวเรียง 3.0 อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ กำลัง 304 แรงม้า แรงบิดมากถึง 670 นิวตันเมตร ระบบไฮบริดจิ๋ว Mild Hybrid 48V มอเตอร์ไฟฟ้า 18 แรงม้า ให้แรงบิด 200 นิวตันเมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive
...
BMW New M760e xDrive เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ แถวเรียง 3.0 อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ มอเตอร์ไฟฟ้าฝังในระบบเกียร์ ZF 8 สปีด กำลังจากเครื่องและมอเตอร์รวม 579 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive พร้อมระบบชาร์จไฟ Plug-in Hybrid อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.3 วินาที
BMW New 750e xDrive เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ แถวเรียง 3.0 อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ มอเตอร์ไฟฟ้าฝังในระบบเกียร์ ZF 8 สปีด กำลัง 497 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive พร้อมระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ Plug-in Hybrid อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5.1 วินาที
BMW New i7 Electric ได้รับการขนานนามอย่างเป็นทางการว่า i7 xDrive60 ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว ตัวแรกวางคร่อมเพลาหน้าขับเคลื่อนล้อหน้า มอเตอร์ตัวที่สองวางอยู่บนเพลาหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง ชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีความจุใช้งานได้ 101.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง มอเตอร์ไฟฟ้าคู่มีกำลัง 536 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร ทำให้ BMW i7 xDrive60 เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดที่ 239 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
BMW ประมาณการว่าระยะการขับขี่สำหรับ i7 xDrive60 ต่อการชาร์จแบตฯจนเต็ม จะอยู่ที่ประมาณ 600 กิโลเมตรในสหรัฐอเมริกา แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ สำหรับการชาร์จสูงสุด i7 สามารถเติมพลังงานไฟฟ้าได้สูงถึง 195.0 กิโลวัตต์ บนสถานีชาร์จกระแสตรง DC แบบชาร์จเร็ว ซึ่งช่วยให้อัดภายในสิบนาทีแล้วไปได้ไกล 200 กิโลเมตร เจ้าของ i7 ในสหรัฐอเมริกาจะได้รับการชาร์จฟรีไม่จำกัดที่ ด้วยโปรแกรม Electrify America ในช่วงสามปีแรกของการเป็นเจ้าของ อันนี้เจ๋งจริง
BMW New Series-7 ทุกรุ่น ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบถุงลม Adaptive Air Suspension เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบกันสะเทือนแบบปรับได้ ทำให้ความสูงของ New Series-7 ลดลง 0.4 นิ้วในโหมด Sport หรือเพิ่มขึ้นเป็น 0.8 นิ้ว สำหรับการขับเคลื่อนบนผิวถนนที่ขรุขระและมีหลุมบ่อขนาดเล็ก นอกจากนี้ i7 ยังลดความสูงแบบอัตโนมัติ เมื่อความเร็วทะยานผ่าน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อการจัดการที่ดีของแอร์โรไดนามิก การเพิ่มประสิทธิภาพของพวงมาลัยแบบปรับได้ในตัว ซึ่งช่วยทำให้มีความแม่นยำมากขึ้น ในย่านความเร็วสูง ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังอัตโนมัติที่คล้ายกับ Mercedes-Benz EQS ทำงานเบี่ยงเบนในมุมที่มากถึง 3.5 องศา เพื่อทำให้รถมีความคล่องตัวมากกว่าเดิม
BMW New Series-7 แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากพี่น้องร่วมตระกูล มันมีส่วนหน้าที่เหมือนกับ BMW X7 LCI จากไฟหน้าแบบใหม่สองชั้น ที่ดูแล้วเหมือนหมูตาหยี ส่วนหน้าใหม่ถูกพบเห็นครั้งแรกใน X7 รุ่นปรับโฉม แล้วระบาดมายังเรือธงรุ่นใหม่ จุดโฟกัสอยู่ตรงกระจังหน้าไตคู่แนวตั้งขนาดใหญ่และการตกแต่งโคมไฟแบบแยกส่วนที่วางไฟหน้าไว้ตรงกลางกันชนและไฟหรี่กลางวัน LED สององค์ประกอบผสานรวมกันใกล้ฝากระโปรงหน้า สำหรับ i7 นั้น การเน้นสีน้ำเงิน Fascia ในขณะที่รุ่นเครื่องยนต์เน้นอุปกรณ์ตกแต่ง M Sport ใส่มาให้ฟรีแบบแอบคิดเงินมาเรียบร้อย ออปชันสำหรับ i7 xDrive60 M Sport ซึ่งทำให้ 7-Series รุ่นไฟฟ้า มีหน้าตาท่าทางด้วยการเสริมแอร์โรพาร์ทที่ดุดันยิ่งขึ้นในบริเวณส่วนหน้า ตัวเลือกล้อ M Sport ขนาด 20 และ 21 นิ้ว ขอบล้อตกแต่ง Shadowline
BMW New Series-7 มาพร้อมงานตกแต่งภายในและความสามารถในการควบคุมอุปกรณ์แบบใหม่ Live Cockpit Plus พัฒนาโดย BMW เชื่อมโยงกับซอฟต์แวร์ iDrive 8 เวอร์ชันล่าสุด แดชบอร์ดคอนโซลด้านหน้าและตรงกลางเป็น Curved Display แบบใหม่ ซึ่งเป็นจอภาพกระจกชิ้นเดียวหลอมรวมแบบต่อเนื่องด้วยหน้าจอมอนิเตอร์กลางและจอภาพมาตรวัดที่ทำออกมาสู้กับ MBUX แผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว หลังพวงมาลัย แสดงข้อมูลของการขับเคลื่อนต่างๆ ยุบยับใช้ไม่หมด และหน้าจอสัมผัสกลางขนาด 14.9 นิ้ว กับแผงควบคุมแบบใหม่ ที่มีเฉพาะในรุ่น 7 เท่านั้น มีพื้นผิวที่เป็นผลึกแก้ว พร้อมระบบควบคุมแบบสัมผัส สำหรับการควบคุมและสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ เช่น การระบายอากาศและฟังก์ชันการควบคุมสภาพอากาศ การปรับตั้งโหมดขับเคลื่อน ระบบนำทาง ระบบอินโฟเทนเมนท์และอื่นๆ อีกเพียบ
เบาะแถวที่สองของ 7 Series คือที่ที่ทำให้รู้สึกอยากพักผ่อน จอแสดงผลแบบโรงภาพยนตร์ขนาด 31.3 นิ้ว ลอยเด่นอยู่เหนือเบาะคนขับและเบาะผู้โดยสารตอนหน้า การติดตั้งจอภาพแบบใหม่ที่ยาวเหยียดและอยู่ด้านบนตรงกึ่งกลาง ระหว่างที่นั่งด้านหน้า 2 ที่นั่ง ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังสามารถเข้าถึง Amazon Fire TV ที่มีการฝังแอปแบบในตัวและบริการออนไลน์หลากหลาย ผู้โดยสารตอนหลัง สามารถควบคุมหน้าจอได้โดยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือควบคุมผ่านแท็บเล็ตขนาด 5.5 นิ้ว สองเครื่อง ที่ติดตั้งอยู่ภายในแผงประตู ระบบเสียงรอบทิศทาง Diamond Bowers & Wilkins ด้วยลำโพงคุณภาพสูง 36 ตัว ลำโพงสี่ตัวนั้นรวมอยู่ใน headliner และทั้ง 36 ตัวมีฟังก์ชันเสียง 4D เต็มรูปแบบที่ใช้การสั่นแล้วควบคุมด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อให้ซัฟวูฟเฟอร์เบ่งบานกำลังขับได้ดีขึ้น
ระบบช่วยขับแบบแอ็คทีฟของ BMW ครั้งแรกที่ 7 ซีรีส์ได้รับระบบการขับขี่แบบแฮนด์ฟรี "ระดับ 2 Plus" ใหม่ BMW ทดสอบระบบนี้ในรถต้นแบบ และพบว่าใช้งานง่ายกว่าระบบอื่น เทคโนโลยีควบคุมช่องทางที่ยอดเยี่ยม พร้อมฟังก์ชันเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ทำให้มีฟังก์ชันการทำงานในระบบขับอัตโนมัติมากพอๆ กับ Mercedes-Benz EQS
BMW ขยายฟีเจอร์ Parking Assistant ที่มีอยู่แล้วแต่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นใน New Series-7 และ i7 ขณะนี้ ระบบได้อนุญาตให้ใช้ Remote Smartphone Parking ขั้นสูง สั่งงานในการถอยรถเข้า-ออกจากที่จอดรถ เช่นเดียวกับ Reverse Assist แบบใหม่ที่ช่วยให้ i7 สามารถถอยกลับจากจุดคับแคบ โดยมีการบันทึกทิศทางและกะระยะโดยสมองกลไฟฟ้าตั้งแต่คุณเริ่มขับเข้าไปในซอยตัน เมื่อกดปุ่มสั่งงานระบบ Reverse Assist แล้วปล่อยให้มันทำงานเอง ซอยที่คับแคบก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป มันสามารถหลบหลีกจากสถานการณ์คับขันบริเวณตรอกซอกซอยแคบๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้พวงมาลัย
BMW New Series-7 จะจัดส่งให้ถึงมือลูกค้า (ยุโรปและอเมริกา) ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ราคาของ New 740i เริ่มต้นที่ 94,295 ดอลลาร์ New 760i xDriveเครื่องยนต์ V8 มีราคาอยู่ที่ 114,995 ดอลลาร์ และ i7 แบบไฟฟ้ามีค่าตัวอยู่ที่ 120,295 ดอลลาร์ คาดว่า กว่าจะเข้าไทยก็ต้องมีต้นปี 2566 ละครับ.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/