ดีเซล 2.0 ลิตร BITURBO เครื่องยนต์แรงบิดดีของ RANGER RAPTOR และ FX4 MAX

ข่าว

    ดีเซล 2.0 ลิตร BITURBO เครื่องยนต์แรงบิดดีของ RANGER RAPTOR และ FX4 MAX

    ไทยรัฐออนไลน์

    30 ก.ค. 2564 14:00 น.

    สมรรถนะและความทนทานคือสิ่งที่เจ้าของรถต้องการ นอกเหนือไปจากนั้น การบริการที่ดี มีความรู้ความเข้าใจในการแก้ปัญหาที่ถูกจุด และให้ความสำคัญกับลูกค้า นั่นคือสิ่งที่เจ้าของรถคาดหวังเมื่อตัดสินใจซื้อรถคันใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะที่ได้รับความนิยม ความทนทานกับงานบริการที่ดี มักถูกมองหาเป็นสิ่งแรก แต่ปัจจุบัน สิ่งที่ผู้ซื้อรถและนักขับสายออฟโรดต้องการ นั่นก็คือ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เครื่องยนต์และระบบเกียร์ของรถ ต้องเน้นประหยัดน้ำมัน โดยเฉพาะเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งาน การผสมผสานเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร เข้ากับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด คือความลงตัวของสมรรถนะ ความทนทาน และการประหยัดน้ำมัน เป็นงานวิศวกรรของ Ford ที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จนได้เครื่องยนต์ Biturbo ที่มีประสิทธิภาพดี

    เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ของ Ford Ranger ไม่ว่าจะเป็นรถ Ranger รุ่นต่างๆ รวมไปถึงกระบะสมรรถนะสูงอย่าง FX4 MAX และ Raptor ประกอบด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 ตัว ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกัน เทอร์โบตัวแรก จะมีขนาดที่เล็ก และอีกตัวจะมีขนาดที่ใหญ่กว่า การออกแบบและติดตั้งระบบอัดอากาศในลักษณะดังกล่าว เมื่อขับที่รอบเครื่องต่ำ เทอร์โบทั้งสองจะทำงานแบบต่อเนื่องและสอดประสานกัน เพื่อเพิ่มแรงบิดและการตอบสนองของเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อความเร็วรอบเครื่องยนต์สูงขึ้น เทอร์โบแรงดันต่ำที่มีขนาดใหญ่กว่า จะเข้ามาทำงานแทนเทอร์โบแรงดันสูงทั้งหมด ทำให้รถมีแรงบิดคงที่และต่อเนื่องเมื่อใช้รอบสูง

    Ford นำเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบมาใช้เป็นครั้งแรก ในรถกระบะสมรรถนะสูงรุ่น Ranger Raptor ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2561 เชื่อมต่อกับชุดส่งกำลังออโตเมตริก ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เครื่องดีเซล Biturbo แบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ 1750 รอบต่อนาที เมื่อเปรียบเทียบกับรถกระบะคู่แข่งในราคา 1 ล้านนิดๆ กับ FX4 MAX ที่วางเครื่องยนต์รุ่นนี้และมีราคา 1.1 ล้านบาท คุณจะเห็นว่า เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ดีเซลเทอร์โบคู่ของ Ford มีแรงบิดมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่เครื่องยนต์ของ Toyota Hilux REVO Cocco รุ่นสูงสุด ที่มีความจุมากกว่าเครื่องยนต์ของ Ford ถึง 800 ซีซี. พร้อมการปรับจูน ECU ใหม่ เครื่องดีเซลความจุไม่เกิน 2 ลิตร ติดตั้งอยู่ใน Ranger รุ่นต่างๆ รวมถึงรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ Everest และ Ranger Raptor X รุ่นล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวในประเทศไทยไปเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 

    นอกจากพละกำลังแรงแล้ว ความทนทานในการใช้งานก็เป็นสิ่งที่เจ้าของรถคาดหวัง เครื่องยนต์แบบเทอร์โบคู่ของ Ford ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานอย่างหนัก Ford นำระบบคอมพิวเตอร์ช่วยงานด้านวิศวกรรมมาใช้ในขั้นตอนของการพัฒนา โดยทำการวิเคราะห์เครื่องยนต์อย่างละเอียดเพื่อหาจุดบกพร่อง ทั้งจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการและบนสนามทดสอบรถยนต์ของ Ford ทั่วโลก

    หนึ่งตัวอย่างของการทดสอบสุดโหดคือการทดสอบการต้านทานต่อความร้อน ด้วยการเพิ่มความร้อนให้เทอร์โบทั้งสองตัว จนถึงระดับร้อนจัดเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 200 ชั่วโมง ชิ้นส่วนของเทอร์โบและท่อร่วมไอเสีย ทำจากโลหะผสมคุณภาพสูง เป็นวัสดุเดียวกันกับที่ใช้ในเครื่องยนต์ที่ต้องการความคงทนในระดับสูง ออกแบบให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดที่อุณหภูมิสูงถึง 860 องศาเซลเซียส ซึ่งร้อนกว่าการใช้งานจริงอย่างมาก โดยมีน้ำช่วยระบายความร้อน ตลับลูกปืนเทอร์โบ และเทอร์โบแรงดันต่ำขนาดใหญ่ เพื่อลดอุณหภูมิและปกป้องชิ้นส่วนต่างๆ 

    การทำงานเป็นชุดของเทอร์โบขนาดต่างกันสองตัว ทำให้ได้แรงดันเทอร์โบเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ส่งผลให้ได้สมรรถนะที่ดี ทั้งในความเร็วต่ำและความเร็วสูง ขณะเดียวกันก็มอบอัตราการประหยัดน้ำมัน (ที่บางครั้งอาจดูเหมือนจะไม่ค่อยประหยัดเท่าที่ควร) เครื่องยนต์และระบบเกียร์ 10 สปีด ให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ดี โดยเฉพาะแรงบิดในช่วงออกตัว ไปจนถึงการวิ่งด้วยความเร็วคงที่บนไฮเวย์ การใช้งานเทอร์โบคู่ ช่วยทำให้เครื่องยนต์มีขนาดที่เล็กลง โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการใช้งาน

    เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ของฟอร์ดยังได้รับการพัฒนาให้ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ผ่านบททดสอบอย่างหนักไม่น้อยไปกว่าการทดสอบความทรหดของเครื่องยนต์ดีเซล ด้วยการทดสอบความทนทานในการขับขี่ระยะทางรวมกว่า 6 ล้านกิโลเมตร ผ่านการประเมินโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยงานวิศวกรรมกว่า 800 รูปแบบ เพื่อให้มั่นใจในความแข็งแกร่งและทนทาน เกียร์ชุดนี้ ยังผ่านการทดสอบบนไดนาโมมิเตอร์และการทดสอบอีกหลายรูปแบบ ระบบควบคุมการทำงานของระบบส่งกำลังแบบอิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงาน สำหรับเกียร์ลูกนี้ มีอัลกอริธึมควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่ารถจะอยู่ในเกียร์ที่ถูกต้อง ด้วยความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่ ECU จะต้องปรับอัตราทดให้เหมาะสม และมีความหลากหลายผสมผสานกันทุกสภาพเส้นทาง 

    อัตราทดของเกียร์ 10 สปีด ที่มีช่วงทดชิดกันช่วยให้ส่งกำลังได้สม่ำเสมอ การเว้นระยะระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ให้น้อยที่สุด ทำให้จังหวะเร่งความเร็วเป็นไปได้อย่างราบรื่น กลไกการทำงานของเกียร์ ตอบสนองต่อการเร่งความเร็ว เมื่อขับอยู่บนทางหลวง ขับขึ้นทางภูเขาสูงชัน หรือลากจูงเทรลเลอร์ที่มีน้ำหนัก 3.5 ตัน ช่องว่างระหว่างช่วงทดที่น้อยลงยังช่วยให้รถมีสมรรถนะที่ดีในรอบต่ำ พูดง่ายๆ ก็คือ เกียร์ 10 สปีด มีอัตราทดที่ครอบคลุม ทั้งการขับออฟโรดในย่านความเร็วต่ำ ไปจนถึงการวิ่งด้วยความเร็วสูงบนไฮเวย์ข้ามจังหวัด 

    การออกแบบ พัฒนา และทดสอบเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ว่าฟอร์ด เรนเจอร์, ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็ปเตอร์ เอ็กซ์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบสนองทุกรูปการใช้งาน ไม่ว่าจะอยู่บนถนนเส้นทางวิบาก ลากจูงรถพ่วง หรือการใช้งานในเมือง

    อีกสิ่งที่โดดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด คือ ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ Ford เคลมมาต่ำสุดถึง 6.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยของรถ ความสนุกและอาการในย่านความเร็วสูงที่ค่อนข้างเป็นกลางของ FX4 MAX และ Raptor อาจทำให้อัตราสิ้นเปลืองไม่เป็นไปตามคาด แต่ก็แลกกลับด้วยการตอบสนองที่รวดเร็วใช้ได้ เมื่อขับเร็วอย่างต่อเนื่อง รถทั้งสองรุ่นแม้จะกินน้ำมันมากขึ้น ก็ถือว่ายอมรับได้ ดีกว่าวิ่งไม่ค่อยได้ดั่งใจแล้วยังกินน้ำมันเยอะครับ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ฟอร์ด เรนเจอร์ แรปเตอร์ฟอร์ด เรนเจอร์FORD RANGERFORD RANGER FX4RANGER FX4 MAXอาคม รวมสุวรรณดีเซลดีเซลเทอร์โบคู่

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 17:13 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์