MAZDA เตรียมเสริมเก๋งและเอสยูวีบุกตลาดครึ่งปีหลัง

ข่าว

    MAZDA เตรียมเสริมเก๋งและเอสยูวีบุกตลาดครึ่งปีหลัง

    ไทยรัฐออนไลน์

    9 ก.ค. 2564 14:05 น.

    ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยและผู้คนทั่วโลก Mazda แจ้งว่า ขอส่งกำลังแรงใจไปยังบุคลากรทางด้านสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนชาวไทยทุกคน ขอให้ทุกคนเข้มแข็งและอดทน เราจะจับมือก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน Mazda ขอขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศที่ให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรก 2564 สามารถส่งมอบ Mazda รุ่นใหม่ให้กับลูกค้าไปแล้วกว่า 19,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 23% (เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา) โดยเฉพาะรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด CX-3 และ CX-30 ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัวแนะนำลงสู่ตลาด ประกาศยุทธศาสตร์แผนบริหารธุรกิจในครึ่งปีหลัง ด้านผลิตภัณฑ์เตรียมบุกตลาดด้วยรถยนต์รุ่นใหม่และรถอเนกประสงค์เอสยูวีเสริมทัพอีกเพียบ เดินหน้าปรับนโยบายการบริหารงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของลูกค้าและผู้จำหน่ายให้สามารถก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน

    ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร Mazda Sales Thailand กล่าวว่า นับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนและขยายออกไปเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องหันมาระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิม จนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นยอดจำหน่ายรถยนต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 จึงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยภาพรวมของอุตสาหกรรมมียอดสะสมอยู่ที่ 370,000 คัน (ประมาณการ) อย่างไรก็ตาม ยังสามารถบวกเพิ่มขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2563 ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าสถานการณ์ของตลาดรถยนต์จะค่อยๆ กลับมาดีขึ้น คาดว่ายอดขายรวมจะไปถึง 800,000 คัน ในขณะที่ Mazda ตั้งเป้าหมายไว้สูงเช่นกันที่ 50,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 30%

    ในขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 Mazda มียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 18,908 คัน เพิ่มขึ้น 23% โดยรถยนต์นั่งมียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 10,895 คัน เพิ่มขึ้น 3% แบ่งออกเป็น Mazda 2 จำนวน 9,622 คัน เพิ่มขึ้น 3% Mazda 3 จำนวน 1,270 คัน เพิ่มขึ้น 1% และ Mazda MX-5 รถสปอร์ตเปิดประทุนมียอดขาย 3 คัน ในขณะที่รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี มียอดจำหน่ายรวมที่ 7,347 คัน เพิ่มขึ้น 83% โดย Mazda CX-30 ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดจำหน่าย 4,194 คัน เพิ่มขึ้น 124% ตามมาด้วย Mazda CX-3 จำนวน 2,231 คัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 299% ในขณะที่ Mazda CX-8 มียอดจำหน่ายที่ 532 คัน ลดลง 26%, Mazda CX-5 จำนวน 390 คัน ลดลง 54% ส่วน Mazda BT-50 มียอดจำหน่าย 666 คัน ลดลง 16%

    “จากยอดจำหน่ายข้างต้น เมื่อแบ่งออกเป็นรายไตรมาสจะพบว่ายอดขายไตรมาสแรกระหว่างมกราคม – มีนาคม 2564 มีจำนวน 10,890 คัน เพิ่มขึ้น 7% ส่วนไตรมาสที่สองระหว่างเมษายน – มิถุนายน 2564 มีจำนวน 8,018 คัน เพิ่มขึ้นถึง 53% ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาด นับเป็นหนึ่งในสัญญาณบวกว่าความต้องการซื้อรถยนต์ในประเทศยังคงมีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องคอยติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มทิศทางและนำมาปรับกลยุทธ์เพื่อประคับประคองธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังให้เดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้” นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติม

    ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส Mazda Sales Thailand กล่าวถึงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ว่า Mazda ทุกภาคส่วนขอส่งกำลังแรงใจไปยังพี่น้องคนไทยและผู้ประกอบการทุกท่านให้ก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันอีกครั้ง Mazda มีการปรับแผนงานเพื่อให้สอดรับกับเหตุการณ์ควบคู่ไปกับการสร้างแผนธุรกิจแบบเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อเตรียมพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังวิกฤติเริ่มคลี่คลาย Mazda ประสานความร่วมมือกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับนโยบายแบบเร่งด่วนให้เกิดประโยชน์กับลูกค้า ทั้งการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าปัจจุบันให้ดีที่สุด โดยเฉพาะมาตรการเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า รวมถึงการมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยร่วมมือกับทางบริษัทไฟแนนซ์ที่จะเข้ามาซัพพอร์ต อาทิ เงินดาวน์น้อย ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระให้ยาวนานที่สุด อัตราดอกเบี้ยต้องต่ำสุด ซึ่งหลายรุ่นมาสด้าจัดดอกเบี้ย 0% รวมถึงการผ่อนชำระต่องวดให้น้อยที่สุด เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าและสามารถนำรถไปประกอบกิจการให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    นอกจากนี้ รองประธานบริหารอาวุโส Mazda Sales Thailand ยังได้กำหนดยุทธศาสตร์การบริหารงานเพื่อให้เกิดการเติบโตในช่วงวิกฤติ เพราะในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ โดยมาสด้าได้เตรียมความพร้อมทางด้านกลยุทธ์การบริหารงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 เพื่อรับมือกับสถานการณ์และวางรากฐานผลักดันให้องค์กรเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ดังนี้

    ผลิตภัณฑ์ใหม่
    เตรียมพร้อมลุยตลาด ด้วยการนำเสนอรถยนต์นั่งและรถเอสยูวีรุ่นใหม่  เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและผลักดันให้ Mazda เดินหน้าไปสู่เป้าจำหน่ายที่วางไว้ได้

    นโยบายส่งเสริมผู้จำหน่าย
    ปรับนโยบายการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับสถานการณ์และให้การสนับสนุนด้านการขายกับผู้จำหน่ายในแต่ละพื้นที่ โดยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดภายใต้แนวทางการทำงานเป็นทีม ONE MAZDA เพื่อให้ผู้จำหน่ายถ่ายทอดไปยังลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดและก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยกัน

    การตลาดและการสื่อสาร
    ดึงกลยุทธ์การตลาดแบบออนไลน์มาเป็นแกนหลักในการสื่อสารผ่าน Mazda Online Platform หรือโซเชียลมีเดีย เพิ่มการนำเสนอรูปแบบใหม่ๆ ผ่านสื่อดิจิทัล ส่งเสริมให้ผู้จำหน่ายทำกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

    ส่งเสริมการขาย 
    จัดแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำงานร่วมกับสถาบันทางการเงิน ในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันมากที่สุด รวมถึงจัดแคมเปญให้เหมาะสมสำหรับรถแต่ละรุ่น โดยร่วมมือกับพันธมิตรและผู้จำหน่ายจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากที่สุด

    เทคโนโลยี
    การวางรากฐานการทำงานระยะยาวให้เกิดความยั่งยืน นำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการบริหารงานและติดต่อสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยเฉพาะผู้จำหน่ายต้องปรับตัวเข้ากับการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล มาสด้าต้องเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมรับมือกับเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดประเทศไทยในเร็วๆ นี้

    บริการหลังการขาย
    ยกระดับและพัฒนาการบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและต้องมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะแผนการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงศูนย์บริการแบบ MAZDA FAST SERVICE ตรวจเช็กตามระยะแบบเร่งด่วนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รองรับปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ลดการรอคิว และอำนวยความสะดวกรวดเร็วให้กับลูกค้าที่มาเข้ารับบริการ

    Mazda จัดโปรโมชั่น ภายใต้แคมเปญ BEST DEAL ระหว่างวันที่ 10 – 18 กรกฎาคม 2564 ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนนาน 60 เดือน ประกันภัยชั้นหนึ่ง เครื่องฟอกอากาศ SHARP มูลค่า 2,990 บาท เฉพาะจองซื้อ CX-5 และ CX-8 (เฉพาะรุ่น) เลือกดอกเบี้ย 0% นาน 84 เดือน หรือผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาทกว่าบาท (อย่างใดอย่างหนึ่ง) คูปองน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท 


    สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์ Mazda ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 เปรียบเทียบกับปี 2563


    Mazda2 ยอดขายปี 2564 9,622 คัน ยอดขายปี 2563 9,342 คัน + 3%
    Mazda3 ยอดขายปี 2564 1,270 คัน ยอดขายปี 2563 1,257 คัน + 1%
    Mazda CX-3 ยอดขายปี 2564 2,231 คัน ยอดขายปี 2563 559 คัน + 299%
    Mazda CX-30 ยอดขายปี 2564 4,194 คัน ยอดขายปี 2563 1,873 คัน + 124%
    Mazda CX-5 ยอดขายปี 2564 390 คัน ยอดขายปี 2563 851 คัน ลดลง - 54%
    Mazda CX-8 ยอดขายปี 2564 532 คัน ยอดขายปี 2563 723 คัน ลดลง  - 26%
    Mazda BT-50 ยอดขายปี 2564 666 คัน ยอดขายปี 2563 797 คัน ลดลง - 16%
    Mazda MX-5 ยอดขายปี 2564 3 คัน ยอดขายปี 2563 6 คัน ลดลง - 50%
    ยอดรวมปี 2564 18,908 คัน ยอดรวมปี 2563 15,408 คัน  + 23%

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mailchang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      มาสด้าMazdaMazda CX-30Mazda 2อาคม รวมสุวรรณรถยนต์

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 เวลา 16:06 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์