ไลฟ์สไตล์
100 year

MAZDA 3 ขับดี มีความหล่อ

ไทยรัฐออนไลน์
17 มิ.ย. 2564 14:05 น.
SHARE

ประวัติศาสตร์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะจนเกิดเป็นเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่น จากอดีตจวบจนปัจจุบัน เช่นเดียวกับการเดินทางมาถึงเมืองไทยครั้งแรกของ Mazda 3 ที่เข้ามาสร้างตำนานประดับวงการรถยนต์ของประเทศไทย จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีรถยนต์รุ่นใดกล้าเทียบรัศมี การเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2547 Mazda 3 กลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปิดประเด็นกันอยู่เสมอ เมื่อรถยนต์รุ่นนี้ได้สร้างกระแสฟีเวอร์ เกิดเสียงตอบรับจากลูกค้า จนต้องรอคิวรับรถกันนานข้ามปี ก่อเกิดปรากฏการณ์ใหม่ของการจองรถ สร้างความมหัศจรรย์ให้กับตลาดรถยนต์เป็นอย่างมาก


สามเจเนอเรชั่นแรกออกวางจำหน่ายระหว่างปี พ.ศ.2547-2554 มียอดขายสะสมกว่า 30,000 คัน ส่วนเจนฯ 2 ปี 2554-2557 มียอดขาย 15,000 คัน และเจนฯ 3 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ปี 2557-2562 มียอดขายสะสมสูงถึง 32,000 คัน ปัจจุบันก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2562 ภายใต้ตัวถังสองรูปแบบมีทั้งซีดานและฟาสต์แบค คว้ารางวัล Thailand Car of the Year 2019 ในปีนั้นมาครอง และชนะเลิศเวทีระดับโลกอย่าง World Car Design of the Year 2020 รวมถึงรางวัลอื่นอีกมากมายจากนานาประเทศ ลองวิเคราะห์กันว่า Mazda 3 มีคุณสมบัติโดดเด่นอะไรบ้างถึงเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกรวมทั้งลูกค้าชาวไทย ตลอดจนการคว้ารางวัลการันตีความสำเร็จมากมายเช่นนี้


1. ยืนยันเรื่องดีไซน์จาก โคโดะ เจเนอเรชั่นที่ 2 

ข่าวแนะนำ

สิ่งที่สะดุดตาของ Mazda 3 เกิดจากการถ่ายทอดแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ มาผสมผสานกับการเคลื่อนไหวที่เป็นหนึ่งเดียว โดยรวมทิศทางของแสงและเงาที่สะท้อนลงบนตัวถัง ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ด้วยการออกแบบที่แตกต่าง ทำให้ Mazda 3 เป็นรถที่มีสองบุคลิก คือ จิตวิญญาณอิสระ ทำตามความเชื่อมั่น ไม่ถูกจำกัดอยู่กับภูมิปัญญาแบบดั้งเดิม ถ่ายทอดผ่านการออกแบบรุ่นฟาสต์แบค ที่ให้อารมณ์สปอร์ต กระตุ้นความรู้สึก อีกบุคลิกหนึ่ง กับแนวคิดปัจเจกชนยึดมั่นในสไตล์ดั้งเดิม ผ่านรูปแบบซีดาน เพื่อให้เกิดความเรียบง่ายในทุกองค์ประกอบ การออกแบบโดยลดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นลง และเพิ่มการเล่นแสงที่ตกกระทบบนตัวรถ จึงทำให้ดูเรียบง่าย โฉบเฉี่ยว หรูหรา สง่างามในทุกมุมมอง สะกดทุกสายตาแก่ผู้พบเห็น จนถึงกระทั่งได้รับการตัดสินให้เป็นรถยนต์ที่มีการออกแบบยอดเยี่ยมของโลก ประจำปี 2020 หรือ World Car Design of the Year

2. วัสดุคุณภาพพรีเมียม เรียบหรู ประณีต                                            ภายในห้องโดยสารมีความสวยงามเรียบหรูไม่แพ้กัน โดยมาสด้าเลือกใช้แต่วัสดุคุณภาพสูงที่ได้รับการคัดสรรอย่างประณีตและพิถีพิถันในทุกรายละเอียดเสมือนงานที่ทำจากมือ จึงทำให้การตกแต่งภายในดูมีชีวิตชีวาและมีความพรีเมียม อีกทั้งยังจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ในตำแหน่งที่เหมาะสมและเน้นหลัก “เรียบง่ายแต่งดงาม” หรือ less is more เช่นเดียวกับภายนอก เพื่อลดความซับซ้อนและเพิ่มความสะดวกในการใช้งานของห้องโดยสาร สร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจในการได้ครอบครอง

3. ขับง่าย นั่งสบาย ยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง
รถยนต์รุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นจากท่วงท่าการเดินของมนุษย์ และนำมาต่อยอดเพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่กับรถตามหลักปรัชญา Jinba-Ittai เพื่อให้ตำแหน่งการขับขี่เป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับสรีระมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเบาะนั่งเพื่อรองรับกระดูกเชิงกราน และรักษาแนวของกระดูกสันหลังให้เป็นรูปตัว S ตามธรรมชาติของมนุษย์ การวางตำแหน่งของแป้นเหยียบ การปรับเบาะนั่ง การบังคับพวงมาลัย รวมถึงรูปแบบคอนโซลกลาง และพนักวางแขนก็ถูกออกแบบเพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง ช่วยให้สามารถปรับตำแหน่งการขับขี่ให้เหมาะสมกับสรีระมากที่สุด

4. ช่วงล่าง
ควบคุมได้ง่าย ฟีลลิ่งในการขับขี่ที่ดี ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน ระบบเบรกแม่นยำ ระบบการควบคุมการขับขี่ขั้นสูง G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) เพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ ลดความเมื่อยล้าสะสมจากการขับรถทางไกลและการโคลงตัวไปมาของผู้โดยสาร รวมถึงเพิ่มความมั่นใจ

5. เครื่องยนต์
เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซินขนาด 2.0 ลิตร ฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง หัวฉีดใหม่ มีอัตราส่วนกำลังอัดสูง แรงบิดเพิ่มขึ้น และประหยัดน้ำมัน มีกำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด

6. ห้องโดยสาร
มีการปรับปรุงเรื่องการลดเสียงรบกวน การสั่นสะเทือน และเสียงรบกวนจากภายนอก เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงเข้าสู่ห้องโดยสารและลดการสั่นสะเทือน โดยใช้โครงสร้างผนังสองชั้น ใช้แผงหลังคาและพรมปูพื้นที่สามารถดูดซับเสียงความถี่สูง ใช้ยางและสปริงที่ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนน 

7. โครงสร้างตัวถัง
ทำจากเหล็กกล้าแข็งแรงเป็นพิเศษ เป้าหมายของการพัฒนารถยนต์ของ Mazda คือ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความปลอดภัย Mazda ใช้โครงสร้างตัวถังที่ทำจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงพิเศษ (Ultra-high-tensile steel) สามารถดูดซับและกระจายแรงกระแทกจากด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง เพื่อให้เกิดการเสียรูปของห้องโดยสารน้อยลง การตกแต่งภายในยังใช้โครงสร้างป้องกันที่ถูกพัฒนาขึ้นตามลักษณะทางกายภาพของมนุษย์ สามารถลดการบาดเจ็บได้อย่างดีเยี่ยม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญด้านมาตรฐานความปลอดภัย

8. ระบบความปลอดภัย i-Activsense
ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนถนนมากมาย เช่น ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า (CTS), ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance, ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC, ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA, ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R เป็นต้น พร้อมยังมีระบบแสดงภาพ 360° รอบทิศทาง ถุงลมนิรภัยถึง 7 ตำแหน่ง และระบบความปลอดภัยเชิงปกป้อง

9. ระบบ Infotainment 
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้าที่มีความละเอียด เชื่อมต่อการสื่อสารด้วยระบบ Mazda Connect รองรับระบบ Apple CarPlay และระบบ Android Auto หน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ปุ่มควบคุม Center Commander ระบบเสียงจาก Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

นี่คือส่วนหนึ่งของอีกหลายๆ เหตุผลที่ Mazda พยายามปรับให้รถรุ่น 3 ครองใจผู้ใช้ จากการใช้งานจริง ราคาเริ่มต้น 969,000 บาท ไปจนถึงรุ่นท็อปสุดที่ล้านนิดๆ สีเทาคือสีที่สวยงาม แต่ก็มีเจ้าของเอาไปทำเป็นสีส้ม สวยไปอีกแบบครับ.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาสด้า 3Mazda 3Mazdaอาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 5 สิงหาคม 2564 เวลา 10:15 น.