ไลฟ์สไตล์
100 year

เจาะลึก ครอสโอเวอร์หรูรุ่นใหม่ LEXUS NEW NX 2022

ไทยรัฐออนไลน์
20 มิ.ย. 2564 10:00 น.
SHARE

New Lexus NX ขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่ระบบส่งกำลัง 6 แบบ รวมถึงรถยนต์ปลั๊กอิน แนวคิด Lexus Electrified กับการสานต่อรถ Crossover หรู NX เจเนอเรชันแรกที่เปิดตัวในปี 2014 Lexus NX รุ่นใหม่ล่าสุด มีการปรับโฉมเต็มรูปแบบ เอกลักษณ์การขับที่มีลักษณะเฉพาะ Lexus Driving Signature ซึ่งเคยถูกแนะนำครั้งแรกในรุ่น IS เป็นการยกระดับความสามารถด้านสมรรถนะการขับ การออกแบบ เทคโนโลยีขั้นสูง งานตกแต่งภายใน โดยทิศทางการออกแบบของ Lexus อยู่ระหว่างความเรียบง่ายและเอกลักษณ์เฉพาะตัว เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงล่าสุดของ Lexus พร้อมระบบ Multimedia Interface ที่ปรับปรุงความสะดวกสบายในการใช้งาน ตามแนวคิดที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางของแบรนด์หรูญี่ปุ่น

ข่าวแนะนำ

Lexus เปิดตัว The New Lexus NX เพื่อขยายตลาดรถอเนกประสงค์แนว Luxury SUV รถรุ่นใหม่ ออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า Lexus ทั่วโลกแพร่ขยายความหรูหราที่ยั่งยืนนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1989 Lexus รับมือกับความท้าทายในการนำเสนอเทคโนโลยีและค่านิยมใหม่ ด้วยการเปิดตัว RX รุ่นแรกในปี 1998 Lexus สร้างรถยนต์ Luxury Crossover SUV ระดับหรูรูปแบบใหม่ จนกลายเป็นผู้นำตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากนั้น NX ที่จะสานต่อความเป็นผู้นำในรถยนต์ SUV สุดหรู ก็ตามออกมาด้วยรูปแบบที่มีขนาดเล็กกว่ารุ่น RX

Lexus NX เจเนอเรชันแรก เปิดตัวในปี 2014 แนวคิด Premium Urban Sports Gear ตั้งแต่นั้นมารถยนต์ Crossover ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากราคาที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในไทย กับสมรรถนะการขับที่คล่องตัว NX มียอดขายประมาณหนึ่งล้านคันทั่วโลก (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2021) ในกว่า 90 ประเทศ สำหรับ New NX ใช้สัดส่วนของรถที่ดูสะดุดตา มีการเสริมความแข็งแกร่งของพื้นฐานรถ พร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ Plug in Hybrid 

การควบคุมรถยนต์ที่ต้องวิ่งผ่านกระแสอากาศ หลักการแอร์โรไดนามิกส์ถูกนำมาปรับใช้เพื่อขัดเกลาตัวถังให้ถูกหลักอากาศพลศาสตร์ มีการลดน้ำหนักที่พิจารณามาอย่างละเอียด เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่รวมไว้เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพของรถรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นจุดเด่นของรถยนต์ Lexus ในอนาคตทั้งหมด ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ “Lexus Electrified” The New NX จะวางขายทั้งรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV) และรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดแบบปลั๊กอิน (PHEV) รุ่นแรกของ Lexus สำหรับทางเลือกของเครื่องยนต์ที่หลากหลายใน Lexus NX รุ่นใหม่ ช่วยเร่งการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แบรนด์หัวลูกศรให้เร็วขึ้น เป็นการเสนอทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น เพื่อเพิ่มการแสวงหาความเป็นกลางของคาร์บอน นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกระบบส่งกำลังอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง NX จะมีให้เลือกในเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ และเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงสี่สูบ เทอร์โบชาร์จ ความจุ 2.4 ลิตร

NX ใช้ระบบส่งกำลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเพื่อให้เกิดสังคมที่ปราศจากคาร์บอน ระบบส่งกำลังที่ออกขาย ได้แก่ NX PHEV รุ่นแรกของยานยนต์ Lexus PHEV ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุสูง เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.4 ลิตร พัฒนาขึ้นใหม่ และเครื่องยนต์ที่ไม่มีระบบอัดอากาศ แบบ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.5 ลิตร ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) มีให้ในรุ่นที่ติดตั้งระบบปลั๊กอินไฮบริด PHEV และรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ 2.4 ลิตร ในขณะที่ทั้ง AWD และระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) มีอยู่ในรุ่นไฮบริด กับ New NX รุ่นเครื่อยนต์ 2.5 ลิตร

NX ใหม่ ปรับโฉมเต็มรูปแบบ LDS ที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาโดยตรง ผ่านคุณสมบัติต่างๆ เช่น ความเสถียรของรถยนต์ กำลังเครื่องยนต์ และความปลอดภัย NX ใหม่ ให้ความรู้สึกในการขับที่ตอบสนองได้ทันที ด้วยการสื่อสารกับพวงมาลัยโดยตรง ระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ วิศวกรของ Lexus ให้ความสำคัญกับชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้า เพื่อปรับให้การบังคับทิศทางของ Lexus NX ตอบสนองต่อความตั้งใจของผู้ขับอย่างตรงไปตรงมา ดำเนินการประเมิน และทดสอบรถยนต์ที่ศูนย์เทคนิค Shimoyama เพื่อปรับแต่งให้ไดนามิกส์ของ New NX ตรงกับความพึงพอใจในการขับระดับสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตลอดเวลา ถูกนำไปใช้กับรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ ความจุ 2.4 ลิตร NX ยังแสดงองค์ประกอบของการออกแบบ Lexus ด้วยรูปแบบที่ดึงดูดสายตา โดยจำลองลักษณะภายนอกทุกส่วนใหม่หมด ด้วยเค้าโครงที่มีพลัง ที่สามารถรับรู้ผ่านได้จากแพลตฟอร์มของรถยนต์รุ่นใหม่ ภายในของ NX เป็นห้องโดยสารแรกที่รวมเอาแนวคิด Tazuna Concept มาใช้ในการออกแบบบริเวณแผงควบคุมด้านหน้า ช่วยให้ผู้ขับเชื่อมต่อกับรถได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีสมาธิกับการขับ เทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันล่าสุด และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกขั้นสูง เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

- "Lexus Safety System"+เทคโนโลยีความปลอดภัย

- ระบบ E-latch ที่ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกใน Lexus จะควบคุมการล็อกและปลดล็อกประตูแบบอิเล็กทรอนิกส์ NX สามารถติดตั้งระบบ "Advanced Park" ของ Lexus 

TAKEAKI KATO หัวหน้าวิศวกร LEXUS INTERNATIONAL

การพัฒนา NX ใหม่ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่สำหรับ Lexus เราใช้ "การพัฒนาแบบดิจิทัล" เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพ โดยใช้การประเมินโครงสร้างงานออกแบบที่รอบคอบ ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบการทำงาน ในแง่ของการขับ นักแข่งรถมืออาชีพ ทดสอบเพื่อประเมินผลที่สนามทดสอบ Shimoyama โดยทดสอบโครงสร้างตัวถังรถอย่างละเอียด รวมถึงการทดลองควบคุมแรงขับเคลื่อน เครื่องยนต์ที่มีให้เลือกหลากหลาย รวมถึง PHEV รุ่นแรกของ Lexus เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.4 ลิตร พัฒนาขึ้นใหม่ และ full-time AWD ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นของใหม่ทั้งหมดจากงานวิจัยของ Lexus ตลอดจนเทคโนโลยีขั้นสูง และมัลติมีเดียรุ่นใหม่ การออกแบบและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ถูกปรับให้น่าดึงดูดใจ ทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือของผู้จัดจำหน่าย ช่างและวิศวกร ควบรวมกับนวัตกรรมในเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง การวางแผน การพัฒนา วิศวกรรม ผลิตเชื่อมต่อกันทางออนไลน์ข้ามพรมแดน ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก เช่น การเคลื่อนย้ายที่มีขีดจำกัด และเป็นครั้งแรกสำหรับ Lexus ที่การผลิตถูกดำเนินการในสามแห่งทั่วโลก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยทีมงานที่ทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ หวังว่าคุณจะได้สัมผัสกับความท้าทายของ Lexus รุ่นใหม่ และ NX ใหม่ ซึ่งเรา ทีมพัฒนาได้ทุ่มเทความตั้งใจให้กับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดี่ที่สุดให้กับท่าน"

ALL-NEW NX: ข้อมูลจำเพาะ

ความยาว 4,660 (ยาวขึ้น +20) มม. ความกว้าง 1,865 (กว้างขึ้น +20) มม. สูง 1,640 (สูงขึ้น +5) มม. ความยาวช่วงล้อ 2,690 (ฐานล้อยาวขึ้น +30) มม.

ระบบส่งกำลัง

เครื่องยนต์เบนซิน สี่สูบแถวเรียงขนาด 2.5 ลิตร พร้อมระบบไฟฟ้าไฮบริดแบบปลั๊กอิน

เครื่องยนต์เบนซิน สี่สูบแถวเรียงขนาด 2.5 ลิตร พร้อมระบบไฟฟ้าไฮบริด

เครื่องยนต์เบนซิน สี่สูบแถวเรียงขนาด 2.5 ลิตร

เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบสี่สูบแถวเรียงขนาด 2.4 ลิตร

ขนาดยาง

235/50R20

235/60R18

NX Plug in Hybrid รถยนต์ระบบ PHEV รุ่นแรกจาก Lexus

วิสัยทัศน์ด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Lexus Electrified ที่ประกาศในปี 2019 Lexus ตั้งเป้าที่จะผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอัตสาหกรรมยานยนต์ แม้กระทั่งในยุคของสังคมแห่งการเคลื่อนไหว ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา การทำเช่นนี้ทำให้จำเป็นต้องมีวิวัฒนาการของสมรรถนะพื้นฐานของรถยนต์ Lexus เพิ่มความเร็วในการผลิตและใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (พร้อมกับ HEV) ด้วยการเปิดตัวระบบส่งกำลังปลั๊กอินไฮบริด PHEV รุ่นแรกของ Lexus ใน new Lexus NX PHEV โมเดลหลัก นำเสนอช่วงการใช้งานของมอเตอร์ไฟฟ้าในรูปแบบยานยนต์กึ่ง EV ที่เป็นไปได้จริง ประสิทธิภาพการเร่งความเร็ว และความเงียบในสไตล์ของ Lexus คือ หนักแน่น นุ่นนวลและมั่นคงสูงสุด

Plug in Hybrid ที่ใช้ในเวอร์ชัน PHEV ของ NX ติดตั้งด้วยเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงขนาด 2.5 ลิตร ขุมกำลังที่มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุสูง มอเตอร์ไฟฟ้าสองตำแหน่ง ติดตั้งที่ด้านหน้าและด้านหลัง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีประสิทธิภาพในการจ่ายกระแสไฟน่าประทับใจถึง 18.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) มอบช่วงการใช้งาน EV สามารถเลือกโหมดการขับได้สี่โหมด (โหมด EV โหมด AUTO EV/HEV โหมด HEV และโหมดชาร์จเอง) ด้วยการกดสวิตช์ในโหมด HEV เครื่องยนต์และมอเตอร์จะทำงานร่วมกันเพื่อให้ได้อัตราเร่งต่อเนื่อง โหมด AUTO EV/HEV ป้อนปลายทางเข้าสู่ระบบนำทาง โหมด EV/HEV ที่คาดการณ์ล่วงหน้าของ Lexus จะเปลี่ยนไปใช้โหมด HEV บนทางหลวงและสภาพถนนอื่นๆ โดยอัตโนมัติ ตามข้อมูล เช่น พลังงานแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ เส้นทาง และข้อมูลการจราจร ทั้งหมดเพื่อการขับที่เน้นประหยัดพลังงาน

NX ใหม่ ใช้โครงสร้างสถาปัตยกรรมยานยนต์ GA-K เพื่อให้ได้ตัวถังที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรง มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพื่อให้สามารถบังคับควบคุมรถได้อย่างเหนือชั้น สมรรถนะพื้นฐานของรถได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสืบทอดเอกลักษณ์การขับขี่ในแบบเฉพาะของ Lexus ซึ่งเป็นการขับขี่ที่สามารถตอบสนองต่อการบังคับเลี้ยวของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการควบคุมที่ปรับปรุงเพื่อให้ได้การตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวระบบส่งกำลังให้เลือกถึง 8 รุ่น รวมถึง PHEV รุ่นแรกของ Lexus เพื่อนำเสนอระบบส่งกำลังที่เหมาะสมในระดับสากล ช่วยให้ท่านได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ผสมผสานความสะดวกสบาย เสถียรภาพ ความคล่องตัว พละกำลัง และความปลอดภัยได้อย่างลงตัว การเชื่อมต่อการควบคุม และความมั่นใจของผู้ขับขี่จะได้รับการยกระดับในทุกสภาวะด้วยปรัชญาในการพัฒนารูปแบบการขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lexus

<ระบบส่งกำลัง>

• PHEV e-FOUR 2.5 ลิตร (A25A-FXS + THS II Plug-in + มอเตอร์ด้านหลัง)

• HEVe-FOUR 2.5 ลิตร (A25A-FXS + THS II + มอเตอร์ด้านหลัง)

• HEVFF 2.5 ลิตร (A25A-FXS +THS II)

เครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงขนาด 2.5 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ ที่มีประสิทธิภาพ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้การคำนวณระบบควบคุมซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของ Lexus เพื่อให้ได้มาซึ่งสมดุลที่ดี ระหว่างประสิทธิภาพการเร่งความเร็ว อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบขับเคลื่อน E-Four มีการกระจายแรงขับเคลื่อนไปยังล้อหน้า/ล้อหลัง แบบแปรผันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โหมด 100:0 ไปจนถึง 20:80 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวเวอร์ชัน FWD ขับเคลื่อนล้อหน้า ในราคาที่เป็นมิตร เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ในเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ แถวเรียงสี่สูบ ความจุ 2.4 ลิตร (T24A-FTS + Direct Shift-8AT + AWD แบบควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) ประกอบด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จแบบสี่สูบแถวเรียงขนาด 2.4 ลิตร Direct Shift-8AT แรงบิดสูง และชุดส่งกำลังสี่ล้อ AWD แบบควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตลอดเวลา ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ นอกจากระบบเผาไหม้แบบใหม่แล้ว เครื่องยนต์ยังมีระบบฉีดเชื้อเพลิง center-injection direct-injection รุ่นแรกของ Lexus มีการวางตำแหน่งเทอร์โบชาร์จเจอร์ไว้ใกล้กับเครื่องกรองไอเสียเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก ระบบส่งกำลัง ถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ ช่วยสร้างแรงบิดสูงได้แม้จะมีความเร็วรอบเครื่องยนต์ต่ำ เทคโนโลยีควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบใหม่ สามารถเร่งความเร็วและลดความเร็วได้ตรงตามความต้องการของคนขับ ให้รอบเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ที่น่าพอใจ นอกจากนี้ AWD แบบควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตลอดเวลาปรับการกระจายแรงขับเคลื่อนไปยังล้อหน้า/ล้อหลัง อย่างต่อเนื่องจาก 75:25 เป็น 50:50 (ขึ้นอยู่กับสถานการณ์) ระบบรองรับถูกปรับใหม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งการสัมผัสของหน้ายางกับพื้นผิวถนนและสัมผัสในการบังคับเลี้ยวที่ตอบสนองได้อย่างตรงไปตรงมา

AWD 2.5 ลิตร (A25A-FKS + Direct Shift-8AT + AWD) แบบมีการควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์สำรอง และ FF 2.5 ลิตร (A25A-FKS + Direct Shift-8AT)

เครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงขนาด 2.5 ลิตร เกียร์ AT 8 สปีด แบบ Direct Shift ระบบ AWD มีการกระจายแรงขับเคลื่อนไปยังล้อหน้า/ล้อหลังแบบแปรผันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วง 100:0 (ล้อหน้า 100% ล้อหลัง 0%) ไปจนถึง 50:50 ด้วยเทคโนโลยีการควบคุมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะและอัตราทดเฟืองท้ายที่ถูกปรับให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร รอบเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ระหว่างขับขี่ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวรุ่นขับหน้า FWD เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าของเรา

เหล็กเสริมความแข็งแรงและแผงตัวถัง ถูกติดตั้งเพิ่มเข้ากับคานรองรับและชิ้นส่วนอื่นๆ ของรถ เพื่อรองรับแรงบิดตัวขณะขับเคลื่อนด้วยกำลังสูงสุด ความแข็งแรงของโครงสร้าง GA-K คำนึงถึงรูปร่างของโครงกระจังหน้า มีการเพิ่มความหนาของแผ่นตัวถัง โครงสร้างส่วนบนของตัวรถได้รับประโยชน์จากฝากระโปรงหน้าที่มีโครงสร้างแบบล็อกคู่ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรถยนต์ Lexus นอกจากโครงสร้างรูปวงแหวนแล้วยังมีการติดตั้งสารโฟมที่มีโครงสร้างแข็งแรงตามการวิเคราะห์ CAE เอาไว้ เพื่อลดการเสียรูปในช่องเปิดห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง นอกจากเทคโนโลยี laser screw welding (LSW) และกาวยึดโครงสร้างแล้ว การใช้ laser peening เพื่อเชื่อมโครงรถ ด้วยการวางตำแหน่งที่เหมาะสม ขยายความยาวของส่วนที่เชื่อมต่อ แรงยึดจะเพิ่มขึ้นประมาณ 35% เมื่อเทียบกับรุ่นธรรมดา แผ่นเหล็กกันกระแทกด้านนอก ผลิตขึ้นจากเหล็กกล้า 1180 MPa ด้วยกระบวนการเชื่อมแบบเทเลอร์แบล็งค์ (เบากว่าชิ้นส่วนโครงสร้างทั่วไป 1.6 กก.) ตัวเสริมความแข็งแรงบริเวณกลางหลังคา ผลิตขึ้นรูปจากเหล็กแผ่นแบบรีดเย็น ทนแรงดึง 1470 MPa*3 (เบากว่าชิ้นส่วนโครงสร้างทั่วไปประมาณ 0.3 กก.) โครงสร้างที่ทำจากเหล็กที่มีความต้านทานแรงดึงสูงดังกล่าว ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความปลอดภัยเมื่อเกิดการชนปะทะ และการควบคุมรถที่มีประสิทธิภาพ ชิ้นส่วนต่างๆ ช่วยลดน้ำหนักของรถลงได้

ระบบช่วงล่าง เบรก และยาง

ช่วงล่าง NX ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ด้านหน้า เป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และใช้ระบบช่วงล่างหลังแบบปีกนกคู่ โช้คอัพที่พัฒนาขึ้นใหม่ ช่วยคงแรงสั่นสะเทือนที่ความเร็วต่ำ ออกแบบชิ้นส่วนที่มีแรงเสียดทานสูงอย่างระมัดระวัง F SPORT ติดตั้งมาพร้อมกับโช้คอัพประสิทธิภาพสูง Adaptive Variable Suspension (AVS) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วในระดับสูง สร้างความสบายในการขับขี่ โครงสร้างยึดล้อถูกเปลี่ยนจากการยึดด้วยโบลท์สตัดและนอตดุมล้อมาเป็นการยึดด้วยโบลท์ดุมล้อ เพิ่มความแข็งแรงและลดน้ำหนักของรถส่วนที่ไม่ได้รองรับด้วยช่วงล่าง (น้อยกว่าประมาณ 0.7 กก. เมื่อขันนอตดุมล้อ) ส่งผลให้ได้สัมผัสในการบังคับเลี้ยวที่เฉียบคม ตอบสนองได้ดี ยางขนาด 20 นิ้ว และ 18 นิ้ว ถูกติดตั้งมาพร้อมกับ Extended Mobility Tyre (EMT)*4  ยางของรถยนต์สามารถใช้ในการขับขี่ตามระยะทางที่ปลอดภัย ในกรณีที่เกิดยางรั่ว การบังคับเลี้ยวยังใช้แร็คเกียร์ 5 แบบปรับได้ที่ใช้เป็นครั้งแรกในรถยนต์ Lexus เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับด้วยความเร็วสูง ตอบสนองต่อการเลี้ยวเข้าโค้งได้อย่างรวดเร็ว แร็คพวงมาลัยในชุดบังคับเลี้ยวแบบแปรผันรุ่นใหม่ ยังใช้งานได้ดีกับการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ สำหรับระบบเบรก พัฒนาแป้นเบรกรูปทรงใหม่ ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อให้การสลับระหว่างแป้นเหยียบและการเหยียบแป้นเบรกง่ายขึ้น PHEV และ HEV เป็นรถยนต์ Lexus รุ่นแรกที่มีกลไกลดแรงสั่นสะเทือนของแป้นเหยียบ ช่วยเพิ่มคุณภาพในการเคลื่อนตัวเมื่อปล่อยแป้นเหยียบให้ดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แอ็คชิวเอเตอร์เบรก ที่ได้รับการพัฒนารองรับการทำงานของ Lexus Safety Sense+ ได้ดีขึ้น

การควบคุมแอโรไดนามิกและเทคโนโลยีความปลอดภัยใน New NX คิ้วข้างรถจนถึงพื้นผิวประตูและพื้นผิวกระจกออกแบบให้เรียบเสมอกัน เกิดความแตกต่างน้อยที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศและเพื่อสร้างเสถียรภาพในการขับขี่ ที่ด้านล่างของตัวรถ รอยเว้าในแผงป้องกันน้ำกระเซ็นใต้ท้องรถ จะสร้างกระแสลมวนขนาดเล็ก ที่ช่วยเสริมการไหลเวียนของอากาศใต้ท้องรถ ช่วยให้การขับมีเสถียรภาพที่ความเร็วสูง กันชนหน้าออกแบบมาเพื่อปรับให้การไหลเวียนของอากาศและแรงกดเพิ่มขึ้น กันชนหลังมีช่องเปิดเพื่อปรับสมดุลการเคลื่อนตัวของช่วงล่างด้านหลัง

ความเงียบในการขับของ Lexus NX นอกเหนือจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับเสียง และป้องกันเสียงของวัสดุในส่วนต่างๆ ของรถ เพื่อลดเสียงรบกวนที่เข้ามาในห้องโดยสารแล้ว อากาศและเสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารยังลดลงอย่างมาก (ลดลงประมาณ 15% เมื่อเปรียบเทียบกับระดับเสียงในรถยนต์รุ่นก่อน) นอกจากนี้ เพื่อลดเสียงลมเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง มีการปรับปรุงและพัฒนารูปร่างของยางขอบประตูและรางกระจกประตูหน้า เพื่อให้การปิดผนึกประตูมีประสิทธิภาพ กระจกประตูหน้า นำวัสดุป้องกันเสียงชนิดใหม่มาใช้ มีการใช้โครงสร้างแบบล็อกคู่ในฝากระโปรงหน้าเป็นครั้งแรกในรถยนต์ Lexus เพื่อลดการสั่นสะเทือนของฝากระโปรง ที่เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน รุ่นเทอร์โบชาร์จ 2.4 ลิตร มีคุณสมบัติ Active Noise Control/Engine Sound Enhancement ปรับปรุงลักษณะเสียงของเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จสี่สูบ ด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่น่าพึงพอใจ ตามแบบฉบับของ Lexus

ทิศทางการออกแบบที่แสดงถึงเจเนอเรชันใหม่ของ LEXUS ด้วยการผสมผสานไดนามิกเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง สร้างความแตกต่างโดยการเน้นที่สัดส่วนของรถ ช่วยเสริมภาพลักษณ์แบบสปอร์ต สอดคล้องกับสมรรถนะในการขับฟังก์ชัน และความเรียบง่ายที่ชัดเจนของ Crossover ใหม่ สำหรับภายนอก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างส่งผลให้ได้รูปทรงที่แสดงออกถึงความรู้สึกแบบไดนามิกและมีชีวิตชีวา เสริมด้วยมุมที่นุ่มนวลและรูปลักษณ์ที่เป็นธรรมชาติ งานตกแต่งภายในมุ่งไปที่การสร้างพื้นที่น่าใช้งาน สำหรับผู้โดยสารแต่ละคน เป็นครั้งแรกที่รวมเอาแนวคิด Tazuna Concept เข้ามาใช้ในการออกแบบ รูปแบบห้องโดยสารที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์เป็นไปอย่างราบรื่น 

ยางหน้าและหลังเพิ่มขนาดจาก 225/60R18 นิ้ว เป็น 235/50R20 นิ้ว ดอกยางของล้อหน้าและล้อหลังยังขยายขึ้นเพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ไดนามิกของ NX นอกจากนี้ ด้วยการลดระดับจุดรองรับสะโพกของเบาะนั่งด้านหลังลง ทำให้ระยะห่างของศีรษะผู้โดยสารเพิ่มขึ้นและเพิ่มความสบายของผู้โดยสารในเบาะหลัง

Spindle Grille ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ได้รับการปรับปรุงให้ดูลึกซึ้ง NX รักษาเอกลักษณ์ของ Lexus ด้วยการสร้างรูปทรงของรถที่มีบังโคลนหน้าแบบสามมิติแบบโค้งขึ้นด้านบน ผสานเข้ากับบังโคลนหลังที่อยู่ใกล้เคียงกัน ฝากระโปรงหน้าถูกขยายออกไปที่ขอบด้านหน้า ในขณะที่พื้นผิวกระจังหน้าถูกยกขึ้นในแนวตั้งเพื่อเสริมมวลของส่วนหน้า พื้นผิวกระจังหน้าที่ตั้งตรงมากขึ้นยังช่วยให้การไหลเวียนของอากาศมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยระบายความร้อนของหม้อน้ำ กรอบโครเมียมของกระจังหน้าถูกตัดออกเพื่อให้แสดงสัดส่วนของ NX ทำให้การประกอบง่ายขึ้นและลดน้ำหนัก รูปแบบกระจังหน้าเป็นรูปตัวยูตามแนวยาว พร้อมด้วยเอฟเฟกต์สามมิติ มีช่องเปิดในแนวเฉียงที่ด้านล่าง ช่องเปิดในแนวเฉียงช่วยเพื่อประสิทธิภาพในระบายความร้อน ถูกออกแบบให้แสดงลักษณะไดนามิกของ NX ไฟหน้าสีดำสนิทเพื่อขับเน้นไฟส่องสว่างเวลากลางวันรูปตัว L

ฝากระโปรงหน้าขยายออกไปที่กระจังหน้าเพื่อช่วย "ยืด" สัดส่วนส่วนหน้าไปข้างหน้า ส่วนยื่นด้านหลังของรถยนต์ถูกลดขนาดให้สั้นลงเพื่อให้ได้ความรู้สึกที่คล่องตัว ปรับคิ้วข้างรถยนต์ให้สั้นลงเพื่อเน้นการเอียงขึ้นทางด้านหลัง ทำให้ห้องโดยสารมีความรู้สึกกระชับ องค์ประกอบที่ตรงข้ามกันของเส้นที่คมชัดและพื้นผิวโค้งที่มีขนาดใหญ่ทำให้เราได้มาซึ่งพื้นผิวที่ช่วยขับเน้นซึ่งกันและกัน เรามุ่งเน้นเพื่อสร้างการออกแบบรูปแบบใหม่สำหรับถยนต์ Lexus เจเนอเรชันใหม่ หน้ารถไปจนถึงกึ่งกลางประตูหลัง รูปทรงจะแคบลงตามรูปทรงแบบ Spindle บังโคลนหลังถูกออกแบบให้ประกบกับรูปทรงแบบ Spindle ชุดไฟท้าย แนวไฟส่องสว่างแบบยาวซึ่งอยู่ตรงกลางรถจะรวมเข้ากับกับไฟรูปตัว L ที่ถูกวางตำแหน่งไว้ทางด้านซ้ายและด้านขวา เครื่องหมายแบรนด์ติดตั้งไว้ตรงกลางประตูท้ายเหนือป้ายทะเบียนรถ เป็นสัญลักษณ์ของ Lexus เจเนอเรชันใหม่ NX มีสีต่างๆ ให้เลือกรวมถึง Sonic Chrome ซึ่งใช้เทคโนโลยีสร้างพื้นผิวโลหะที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lexus สี Celestial Blue เป็นสีที่มีความอิ่มตัวสูงและตรงไปตรงมา และยังมีการแบ่งชั้นความคมชัดของสี Blazing Carnelian ที่ผสมผสานสีที่ลึกและมีชีวิตชีวา

ห้องโดยสารถูกออกแบบตามแนวคิด Tazuna ซึ่งเป็นห้องโดยสารแบบใหม่ พัฒนาตามแนวคิดของ Lexus เน้นคนขับเป็นศูนย์กลางนี้ แนวคิดตกแต่งภายในนี้เปิดตัวครั้งแรกในรถยนต์คอนเซปต์ LF-30 Electrified ในปี 2019 คำว่า tazuna ได้มาจาก "บังเหียน" ที่ใช้ในการควบคุมม้า และมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมรถ มีการปรับให้การสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ดีขึ้น อัตราส่วนของพื้นด้านคนขับและผู้โดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างพื้นที่ที่เหมาะสม มาตรวัดและจอแสดงผลตรงกลางช่วยเพิ่มมองเห็นที่กว้างและกระชับพื้นที่เข่าของผู้ขับขี่ พื้นที่ด้านผู้โดยสาร ส่วนบนของคอนโซล เลย์เอาต์ของข้อมูลการแสดงผลข้อมูลต่างๆ จาก heads-up display ไปจนถึงมาตรวัดและจาก heads-up display ไปจนถึงจอแสดงผลตรงกลาง ช่วยให้การเคลื่อนไหวของดวงตาราบรื่นขึ้น ลดการเสียสมาธิในขณะขับรถ ปุ่มสตาร์ต คันเกียร์ และสวิตช์เลือกโหมดการขับขี่จะถูกติดตั้งไว้รอบๆ พวงมาลัย ทำให้สามารถควบคุมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ระบบใหม่อย่าง Touch Tracer Operation ซึ่งเป็นการทำงานที่รวมจอแสดงผลแบบ Head-up display เข้ากับสวิตช์เซนเซอร์สัมผัสบนพวงมาลัยเข้าด้วยกัน เมื่อแตะสวิตช์เซนเซอร์สัมผัสบนพวงมาลัย คู่มือการใช้งานจะปรากฏขึ้นบนจอแสดงผลบนกระจกหน้า (หรือบนมาตรวัดเมื่อปิดจอแสดงผลแบบ Head-up display) ใช้งานได้ง่ายขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องละสายตาจากถนนข้างหน้า นอกจากนี้ จอแสดงผลแบบ Head-up display ยังมาพร้อมกับโหมดการแสดงผลข้อมูลและเลย์เอาต์ที่แตกต่างกันถึงสามโหมด เพื่อให้ลูกค้าเพลิดเพลินไปกับการขับขี่ในขณะที่ยังคงมองเห็นสภาพถนนโดยรอบได้อย่างชัดเจน สามารถเปลี่ยนโหมดได้ตามสถานการณ์การขับขี่ เลย์เอาต์และกราฟิกของมาตรวัดออกแบบใหม่ทั้งหมด

จอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดใหญ่ รวบรวมฟังก์ชันไว้บนจอแสดงผลทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ Lexus ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของขนาด รูปร่าง การจัดวาง ข้อมูลที่จัดแสดง เพื่อการใช้งานที่เป็นธรรมชาติ โดยคำนึงถึงการใช้งานแต่ละฟังก์ชัน พวงมาลัยใหม่ยังคงรักษารูปทรงที่ Lexus ยึดถือ พวงมาลัยออกแบบให้จับและใช้งานได้ง่าย ก้านพวงมาลัยได้รับการปรับปรุงเพื่อความรู้สึกสปอร์ต คันเกียร์ใหม่สำหรับการทำงานแบบ shift-by-wire โทนสีภายใน มีสีให้เลือกหลากหลาย รวมถึง "Black & Rich Cream" ซึ่งเป็นชุดสีตัดกันของสีดำและสีครีมที่มีการเดินตะเข็บด้วยสีส้มเข้ม การประดับตกแต่งจากแนวมาตรวัดไปจนถึงขอบประตูเป็นสีเข้มและมีความต่อเนื่องกับบริเวณที่นั่งคนขับ 3D Cutting Black คือรูปแบบเรขาคณิตที่พัฒนาขึ้นใหม่ มีการไล่ลวดลายให้หนาแน่นไปยังด้านหลังของตัวรถ

ไฟ LED ส่องสว่างภายในห้องโดยสารเป็นแบบ 64 สี เพื่อเน้นความงามของรูปทรงและวัสดุภายในห้องโดยสาร โดยเพิ่มสีสันให้กับห้องโดยสารทั้งหมด เราได้ตั้งค่าสีแนะนำไว้ 14 สีที่แสดงอารมณ์และความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเช่นเดียวกับขณะที่มองปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม หากคนขับต้องการเลือกสีอื่นๆ ได้อย่างอิสระ ก็สามารถเลือกสีอื่นๆ ได้ 50 สี ในเฉดสีของจอแสดงผลตรงกลาง เพื่อให้ได้บรรยากาศที่สอดคล้องกับอารมณ์ของตนได้ดียิ่งขึ้น

หน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 14 นิ้วของระบบมัลติมีเดียให้ภาพที่คมชัดด้วยคุณสมบัติป้องกันการสะท้อนแสง การเคลือบผิวกระจกหน้ารถและการใช้เทคโนโลยีการเคลือบเพื่อลดแสงสะท้อน NX นำเสนอระบบมัลติมีเดียที่ล้ำสมัยแต่ใช้งานง่ายและสะดวก สวิตช์การเลือกเมนูต่างๆ จะแสดงเป็นไอคอนที่ด้านคนขับเสมอ เพื่อการเข้าถึงที่เหนือชั้น รูปแบบของหน้าจอทั้งหมดแบ่งออกเป็นพื้นที่แสดงผลตามความละเอียดของข้อมูล ในขณะที่ขั้นตอนการนำทาง การเล่นเพลง และการตั้งค่ารถจะรวมเข้าด้วยกันเพื่อความสะดวกในการใช้งาน เช่น มีการติดตั้งฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้โดยสารด้านหน้าเรียกการควบคุมที่ใช้บ่อยขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังสามารถปรับในส่วนของแผนที่และการควบคุมเครื่องปรับอากาศ ฟังก์ชันการจดจำเสียงล่าสุด เปิดใช้งานได้โดยใช้งานไอคอนไมโครโฟนบนจอแสดงผล หรือด้วยเสียง สามารถเปิดใช้งานด้วยสวิตช์คำสั่งเสียงบนพวงมาลัย ด้วยการพูดคำเปิดใช้งานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (เช่น Hey Lexus!) ระบบสามารถเปิดใช้งานได้โดยการจดจำเสียงโดยไม่ต้องใช้งานสวิตช์หรือหยุดเล่นเพลง ระบบยังรองรับการทำงานด้วยเสียงพูดที่เป็นธรรมชาติ

การเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อใช้ฟังก์ชันพิเศษเฉพาะของ iPhone และอุปกรณ์ Android บนจอแสดงผลในรถยนต์ นอกจากการเชื่อมต่อ USB แบบเดิมแล้ว ยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Wi-Fi ผู้ให้บริการของ Lexus มีบริการที่ทำให้สามารถสตรีมเพลงโดยไม่ต้องใช้ฟังก์ชันการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้แล้ว ฟังก์ชัน My Settings ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ลงทะเบียนการตั้งค่าส่วนบุคคลกับรถ ขณะนี้สามารถตั้งค่ามัลติมีเดีย เช่น ระบบนำทางและเสียง นอกเหนือจากการตั้งค่ารถทั่วไป (ตำแหน่งขับขี่ ไฟส่องสว่าง ประตู ฯลฯ)

Lexus Premium Sound System ประกอบด้วยลำโพง 10 ตัว ซึ่งรวมถึงกล่องซับวูฟเฟอร์ขนาดใหญ่ โดยใช้โครงสร้างแบบสะท้อนเสียงเบสของลำโพงด้านหลังและโครงสร้างของตัวรถ (ด้านหลังส่วนล่าง) เพื่อให้ได้เสียงย่านความถี่ต่ำที่สมบูรณ์และคมชัด ชุดเครื่องเสียง Mark Levinson*7 Premium Surround Sound System ในNX F Sport มีพื้นฐานมาจากคอนเซปต์ของ Mark Levinson*7 PurePlay ลำโพงทั้งสิบเจ็ดตัว รวมถึงซับวูฟเฟอร์คขนาดใหญ่ที่ยึดติดกับโครงสร้างของตัวรถ ถูกจัดวางอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความรู้สึกให้เหมือนอยู่บนเวทีที่ขยายตัวออกจากด้านหน้าไปด้านหลังและจากซ้ายไปขวา จุดมุ่งหมายคือ เพื่อให้ได้ความรู้สึกของเวทีและเสียงที่ปราศจากความผิดเพี้ยน ระบบเสียงทั้งสองยังรองรับการเล่นจากแหล่งกำเนิดเสียงที่มีความละเอียดสูง (96 kHz/24 bit) ซึ่งมีข้อมูลมากกว่าแหล่งเสียงจากซีดี (44.1 kHz/16 bit)

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง LEXUS SAFETY SYSTEM+ 
เป้าหมาย การไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรของ Lexus NX มีการนำเสนอ Lexus Safety System+ ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ด้วยการขยายช่วงการตรวจจับของเรดาร์คลื่นมิลลิเมตรและกล้อง นอกจากนี้เราได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของแต่ละฟังก์ชันและเพิ่มฟังก์ชันใหม่เพื่อช่วยในการขับขี่บนถนนธรรมดา เป้าหมายคือการป้องกันอุบัติเหตุ ลดการเสียชีวิตและการบาดเจ็บจากการจราจร และลดภาระของคนขับ

เพิ่มการให้ความช่วยเหลือที่ทางแยกโดยรวมเอาความช่วยเหลือในการหลีกเลี่ยงการชนกับรถที่วิ่งตัดกัน รถที่ขับสวนทางมาในทางตรงเมื่อเลี้ยวขวา*2, และคนเดินถนนและนักปั่นจักรยานที่มาจากข้างหน้าเมื่อเลี้ยวขวาหรือซ้าย นอกจากนี้ ขอบเขตของการช่วยเหลือยังได้ขยายไปครอบคลุมถึงรถจักรยานยนต์ ยานพาหนะที่วิ่งสวนทางซึ่งเบี่ยงจากเลน และนักปั่นจักรยานในตอนกลางคืน เมื่อระบบพิจารณาแล้วว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการชน ระบบจะเปิดใช้งานสัญญาณเตือนและเบรกเพื่อช่วยลดความเสียหาย

หากรถคันก่อนหน้าในเลนเดินทางด้วยความเร็วที่ช้ากว่าความเร็วรถที่กำหนดไว้ ระบบจะดำเนินการการชะลอตัวโดยอัตโนมัติ

เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับทางโค้งข้างหน้าและการชะลอตัวก่อนหน้านี้ตามขนาดของทางโค้ง ฟังก์ชันการควบคุมความเร็วเมื่อเข้าโค้งได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความรู้สึกของคนขับมากขึ้น

เมื่อมีรถในช่องทางแซงที่ช้ากว่าความเร็วของรถ ระบบจะลดความเร็วรถเพื่อไม่ให้แซงออกจากเลนที่ขับขี่อยู่และรักษาระยะห่างระหว่างรถทั้งสองคัน

LANE DEPARTURE ALERT

จุดมุ่งหมายคือการควบคุมระบบร่วมกับคนขับ เช่น การปิดใช้งานฟังก์ชั่นเตือนและยับยั้งการออกจากเลน เมื่อสามารถตัดสินได้ว่าคนขับได้ทำการบังคับรถโดยเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงบุคคลหรือรถที่จอดอยู่ นอกจากนี้ ระบบยังสามารถแยกแยะ เสาไฟฟ้า ขอบทางเท้า ราวกั้น กำแพง และแถวเสาไฟฟ้าที่เรียงต่อกันได้ ซึ่งจะช่วยการสนับสนุนเพิ่มเติมที่ในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ


LANE TRACING ASSIST

ประสิทธิภาพการจดจำเลน ได้รับการปรับปรุงเพื่อการสนับสนุนการบังคับเลี้ยวที่นุ่มนวลและไม่ถูกรบกวนในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การแซงรถในเลนที่อยู่ติดกัน หรือเมื่อมีระยะห่างระหว่างรถกับโครงสร้างถนนแบบออฟโรด ตำแหน่งการติดตามจะชดเชยจากศูนย์กลางของถนนไปยังด้านหลีกเลี่ยง เช่นเดียวกับการขับขี่ของคนขับ เพื่อให้เกิดการควบคุมร่วมกับคนขับ

ROAD SIGN ASSIST

นอกจากป้าย "ความเร็วสูงสุด" "ห้ามแซง" "ห้ามรถผ่าน" และ "หยุดชั่วคราว" แล้ว ยังมีขยายขอบเขตการสนับสนุนให้รวมถึงป้าย "ห้ามเลี้ยว" 

PROACTIVE DRIVING ASSIST

ระบบจะการคาดการณ์ความเสี่ยงตามสถานการณ์การขับขี่ เช่น "คนเดินเท้าข้ามถนน" หรือ "รถยนต์อาจจะไม่สามารถควบคุมได้" และช่วยสนับสนุนคนขับเพื่อไม่ให้เข้าใกล้อันตรายมากเกินไป ส่งผลให้คนขับเกิดความอุ่นใจ นอกจากนี้ระบบยังช่วยสนับสนุนการลดความเร็วของคนขับเพื่อตอบสนองต่อรถคันข้างหน้าหรือทางโค้งข้างหน้า และลดความจำเป็นในการเปลี่ยนการเหยียบแป้นบ่อยครั้ง

ระบบใหม่

E-LATCH SYSTEM

การเปลี่ยนกลไกการล็อก/ปลดล็อกของประตูด้วยการควบคุมด้วยสวิตช์ไฟฟ้า ช่วยให้การทำงานของประตูเป็นไปอย่างราบรื่นและให้ความรู้สึกที่นิ่มนวล

PANORAMIC VIEW MONITOR

Panoramic View Monitor ที่รวมเอาภาพจากกล้องที่ติดตั้งไว้ที่ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย และด้านขวาของรถ และแสดงขึ้นบนจอแสดงผลกลาง มีฟังก์ชันใหม่เพื่อแสดงภาพพื้นผิวถนนที่ถ่ายไว้ก่อนที่รถจะเคลื่อนที่ผ่าน เพื่อช่วยให้คนขับเข้าใจพื้นผิวถนนและตำแหน่งยางบริเวณใต้ท้องรถ

Lexus New NX จะทำตลาดในอเมริกาเหนือและยุโรปช่วงปลายปี คาดว่าน่าจะเข้าไทยในช่วงต้นปี 2565.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mailchang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลกซัสLexusLexus New NXLexus NXอาคม รวมสุวรรณข่าวรถ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564 เวลา 08:23 น.