ไลฟ์สไตล์
100 year

ขับปลอดภัย มือใหม่ต้องรอด วิธีขับรถบนเส้นทางภูเขา

ไทยรัฐออนไลน์
2 เม.ย. 2564 10:00 น.
SHARE
  • อ่านก่อนหากต้องขับรถบนเส้นภูเขา เพราะถ้าใช้เกียร์ผิดหรือขับเร็วเกินไป อาจจบด้วยอุบัติเหตุ
  • ควรใช้เกียร์ต่ำหรือถ้าเป็นระบบเกียร์ออโต้ให้ใช้ใช้เกียร์ 2-3 ในการขับขึ้น-ลงจากเขา
  • ห้ามลืมตรวจสอบเบรก เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้งานอย่างหนัก ตลอดเส้นทางขึ้นลงภูดอย

เมื่อต้องเดินทางไกล มีการขับรถบนเส้นภูเขา ซึ่งมีความลาดชันหรือภูเขาเขตที่มีความสูงชัน เต็มไปด้วยโค้งอันตราย แหกไปก็หล่นลงหุบเหวลึก เส้นทางท่องเที่ยวในประเทศไทยอุดมไปด้วยโค้งขึ้น-ลงเขาที่คดเคี้ยววกไปวนมา สำหรับท่านที่ไม่เคยชินกับทางบนภูเขา หรือเพิ่งจะซื้อรถคันใหม่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญชำนาญการควบคุมรถยนต์มากพอ เมื่อพบเจอกับเส้นทางสูงชันก็ไม่สามารถควบคุมรถให้มีความปลอดภัย ใช้เกียร์ผิดหรือใช้ความเร็วสูงเกินจนสุดท้ายก็จบลงที่อุบัติเหตุรุนแรงแหกโค้งตกช่องเขา

ข่าวแนะนำ

ไม่ว่ารถคุณจะใช้ระบบเกียร์แบบใด เมื่อขับบนเส้นทางภูเขา ให้ใช้เกียร์ต่ำขับขึ้นหรือลงตลอดเส้นทาง ข้อควรระวังก็คือ ไม่ขับเข้าไปชิด ทับหรือใกล้กับเส้นทึบแบ่งเลนกลางถนน ปรับเปลี่ยนเกียร์ให้ลงสู่เกียร์ต่ำที่มีแรงฉุดลากมากกว่าเกียร์สูง เช่น เกียร์ในตำแหน่ง 2-3 อย่าพยายามขับแบบลากเกียร์จนสุดรอบเครื่องยนต์ ถ้ารถยนต์ที่ใช้เป็นเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งส่วนใหญ่ในปัจจุบัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เกียร์ออโต้ได้รับความนิยมมากที่สุด ให้ใช้เกียร์ 2-3 ในการขับขึ้น-ลงจากเขา แล้วเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D เมื่อรถวิ่งอยู่บนทางราบ

การขับโดยใช้เกียร์ต่ำสลับไปมาบนเส้นทางแบบภูเขาสูงชัน เกียร์ต่ำจะหน่วงความเร็วของรถไม่ให้พุ่งลงจากเขาเร็วเกินไปจนอาจเกิดอุบัติเหตุแบบที่ปรากฏในข่าว ไม่ควรเชื่อมั่นกับเอนจิ้นเบรก หรือเชนเกียร์ช่วยลดความเร็ว ให้ใช้เบรกควบคู่ไปกับการเชนเกียร์ลงต่ำทุกครั้ง มองกระจกหลังตลอดเวลา ป้องกันการขับเข้ามาใกล้ของรถคันหลังซึ่งอาจเกิดการชนท้ายได้ ถ้าเข้ามาใกล้มากเกินไป หลบซ้ายในจุดที่ปลอดภัยแล้วปล่อยให้รถคันที่จี้ติดท้ายคุณแซงขึ้นหน้า โดยให้สัญญาณในการแซงด้วยการยกไฟเลี้ยวซ้าย หลบและเปิดทางให้ จะปลอดภัยมากกว่าปล่อยให้รถคันหลังกดดันด้วยการจี้ติด การจี้ท้ายรถยนต์คันข้างหน้า เป็นมารยาทในการขับที่ไม่ควรกระทำ อาจเกิดอันตรายจากการชนท้ายเมื่อมีการใช้เบรก

เส้นทางภูเขา มักเต็มไปด้วยทางโค้งวกไปวนมา ขึ้นๆ ลงๆ เป็นเขตแดนอันตราย หากปราศจากความระมัดระวัง อาจพลาดพลั้ง วิ่งแหกโค้งตกลงไปในเหวลึก เห็นโค้งลงเนินอยู่ตรงหน้าให้เบรกแล้วเปลี่ยนจากเกียร์ในตำแหน่งปกติหรือเกียร์ D สลับมาอยู่ที่เกียร์ 3-2 เมื่อใช้เกียร์ 3 แล้วรถยังพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วก็ใช้เบรกช่วย พร้อมกับเปลี่ยนเป็นเกียร์ 2 ก่อนจะเริ่มต้นการเลี้ยวในหัวโค้ง ประคองความเร็วของรถ ไม่ให้สูงมากจนเอาไม่อยู่เมื่อไหลลงมาพบเจอกับลงเขาพร้อมกับโค้งหักศอกพับลงอย่างชัน  ความเร็วต่ำกับตำแหน่งเกียร์ต่ำ คือความอยู่รอด ไม่ว่าคุณจะขับรถ SUV ขับสี่ล้อประสิทธิภาพดีหรือรถเก๋งเล็กๆ แบบ City Car / ECO Car ไม่ควรเปลี่ยนเกียร์สูงขณะวิ่งลงเขา ใช้ความเร็วต่ำในการขับลงเขา จะทำให้คุณควบคุมทิศทาง และการใช้เบรกได้ดีขึ้น

ตรวจสอบระบบเบรก ก่อนใช้งานรถยนต์บนเส้นทางภูเขาสูงชัน เบรกเป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้งานอย่างหนัก ตลอดเส้นทางขึ้นลงภูดอย บางเส้นทางที่มีความสูงชันมากๆ ในช่วงขาลง อาจทำให้เบรกไหม้ เนื่องจากการใช้เบรกหนักๆ อย่างต่อเนื่องจนอุณหภูมิของจานเบรกสูงเกินไป ผ้าเบรก และจานเบรกต้องอยู่ในสภาพดี

รถบางรุ่นโดยเฉพาะรถรุ่นใหม่จะมีระบบ Hill start assist control คอยช่วยเหลือพวกมือใหม่หัดขับได้ดี เมื่อขับมาเจอกับทางขึ้นเขาสูงชันก็ใช้คันเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยคงความเร็วให้มีความสม่ำเสมอ เพิ่มกำลังเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวล ไม่ขับรถเร็วจนเกินไป หรือขับแบบกระโชกโฮกฮาก ใช้คันเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไปในเนินปกติ  ลดความเร็วทุกครั้งก่อนที่จะเข้าสู่หัวโค้ง โดยเฉพาะทางลงเขา ถ้าขับมาไม่เร็วจนเกินไป เบรกยังไงก็เอาอยู่ 

รถเกียร์อัตโนมัติ ห้ามใส่เกียร์ว่างวิ่งลงเขาอย่างเด็ดขาด เกียร์ว่างหรือตำแหน่งเกียร์ N ทำให้รถไหลลงเขาด้วยความเร็วสูงจนไม่สามารถที่จะควบคุมทิศทางหรือเบรกให้รถหยุด เมื่อไหลลงเนินด้วยตำแหน่งเกียร์ว่างหรือเกียร์สูงนั้น รถจะไม่มีแรงหน่วงจากเครื่องยนต์ ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงนับครั้งไม่ถ้วน ใช้เกียร์ต่ำทุกครั้งที่ขับขึ้น-ลงเขา โดยปล่อยรถให้ไหลลงเนินสูงชันตามรอบเครื่องยนต์ในตำแหน่งเกียร์ 2 พร้อมๆ ไปกับการใช้เบรก เพื่อควบคุมความเร็วของรถให้สัมพันธ์กับเกียร์ต่ำ นั่นก็คือการวิ่งแบบย่องๆ หยอดๆ ลงมาจากภูดอย ไม่ควรขับแบบเลียเบรก หรือใช้เท้าเหยียบเบรกอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้ผ้าเบรกไหม้ได้ หรือใช้วิธีจอดพักเพื่อลดอุณหภูมิของจานเบรก

ช่วงลงเขา ถ้ารถมีน้ำหนักมาก และระบบเบรกเป็นแบบธรรมดาสามัญ แล้วใช้เส้นทางลงเขายาวๆ ควรเปิดกระจกขับ เพื่อสังเกตการด้วยการใช้จมูกตรวจสอบกลิ่นไหม้ของผ้าเบรก เมื่อได้กลิ่นผ้าเบรกไหม้ หาที่จอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย แล้วลงมายืดเส้นยืดสายให้เบรกได้พักบ้าง ! 

การขับขี่ที่ถูกละเลยบนเส้นทางภูเขาก็คือ การเว้นช่วงระยะห่างระหว่างรถคันข้างหน้า บนเส้นทางภูเขา การทิ้งระยะห่าง มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อรถคันข้างหน้าคุณนั้นเป็นรถบรรทุกล้อเยอะ หรือรถตู้ที่ขนคนขนของกันมาแบบเต็มพิกัด ช่วงขับขึ้นเนินชัน ให้เว้นช่วงจากรถคันข้างหน้าเพื่อป้องกันการไหลถอยหลัง หรือการบรรทุกหนักจนไม่มี่เรี่ยวแรงในการตะกายขึ้นภูเขา เมื่อเจอเข้ากับทางขึ้นเขาที่สูงชัน การเว้นระยะให้ห่างจากรถคันนำ จะทำให้คุณมีพื้นที่มากพอ ในการเหยียบคันเร่งส่งรถขึ้นเนินและทำให้ขับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย แถมยังปลอดภัยจากการขับชนท้ายรถคันข้างหน้าหรือรถคันหน้าเกิดชะงักไหลกลับลงมา

เมื่อขับขึ้นก็ต้องมีขับลง พอมาเจอทางลงเขาต่อเนื่อง พร้อมกับโค้งพับไป พับมา พยายามเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเช่นเดียวกัน บนเส้นทางท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาว คุณจะพบกับรถที่ขับแบบไม่ระวัง รถที่มีกำลังแรงม้าสูงๆ หรือรถที่มีสมรรถนะสูงมากกว่าปกติพวกรถแต่ง รถที่ขับออกแนวอันตราย พวกชอบแซงกระชั้นชิด หรือแซงในที่คับขัน เช่น แซงโดยไม่สนใจเส้นทึบห้ามแซงบนทางโค้ง หากเป็นไปได้ อย่าพยายามขับตามรถบรรทุก หรือรถตู้โดยสารในระยะกระชั้นชิด ทิ้งระยะห่างให้เพียงพอต่อการหักหลบกะทันหันให้ดีๆ ไม่ว่าจะเป็นทางชันขึ้นหรือลาดลง

ใช้ความเร็วที่ไม่มากตามป้ายบอกนอกจากจะควบคุมได้ง่ายยังช่วยลดแรงเหวี่ยงไปมาซ้ายทีขวาที ซึ่งทำให้ภรรยาที่นั่งข้างๆ กิ๊กใหม่หรือแม้แต่แม่ยายสุดที่รักทำรถคุณเลอะด้วยการอาเจียนใส่ ขับช้าปลอดภัยถึงที่หมายทุกคันใช้เกียร์ต่ำพร้อมมองให้ไกลเข้าไว้ อยู่ให้ห่างจากเส้นทึบตามหัวโค้งป้องกันรถที่วิ่งกินเลนเข้ามาซึ่งมีเยอะมาก.


ผู้เขียน : อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/



อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขับปลอดภัยขับรถปลอดภัยวิธีขับรถบนภูเขาอาคม รวมสุวรรณspecial content

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2564 เวลา 11:32 น.