ไลฟ์สไตล์
100 year

BMW เปิดตัว ระบบปฏิบัติการแบบใหม่ BMW Operating System 8 พร้อมประกาศแผนงานในอนาคต

ไทยรัฐออนไลน์
12 เม.ย. 2564 10:00 น.
SHARE

BMW Group ก้าวเข้าสู่ปี 2564 โดยกำหนดเป้าหมายที่มีความทะเยอทะยานในการเติบโตของยอดขาย และความสามารถในการทำกำไร เตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ออกไปสู่ท้องถนน ในขณะเดียวกันก็มีการกำหนดแผนงานในอนาคตสำหรับการปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน ที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยานยนต์หลากหลายรูปแบบ

ข่าวแนะนำ

“BMW Group มีแผนสำหรับปี 2021 เราได้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยแรงผลักดันที่แข็งแกร่ง และตั้งเป้าที่จะเดินหน้าไปสู่อนาคต ด้วยการปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และก้าวไปไกลกว่านี้ในอนาคตอันใกล้” Oliver Zipse ประธานคณะกรรมการบริหาร ของ BMW AG กล่าว “เรามีแผนงานที่ชัดเจนในการทำให้การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ของ BMW Group กลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่แท้จริงสำหรับการผลิต BMW รุ่นใหม่ๆ ในปีต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าควบรวมกับระบบขับอัตโนมัติและระบบความปลอดภัยที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จะถูกส่งออกมาวางตลาดอย่างต่อเนื่อง

หลังจากปี 2563 สิ้นสุดลง จากความสำเร็จในช่วงสุดท้าย BMW Group มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์อย่างต่อเนื่อง ในปี 2564 BMW Group ตั้งเป้าหมายการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ในกลุ่มยานยนต์ Luxury คาดว่าจะมียอดส่งมอบรถยนต์ BMW เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์

“ปี 2564 เป็นเรื่องของการเติบโตสำหรับ BMW ในขณะเดียวกัน มีการเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองอย่างยืดหยุ่น ด้วยระบบขับเคลื่อนจากพลังงานไฟฟ้า” Nicolas Peter สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ BMW AG ฝ่ายการเงินกล่าว “เรามักจะคิดและดำเนินการในระยะยาว ด้วยการตัดสินใจที่ถูกต้อง ในวันนี้เรากำลังกำหนดขั้นตอนเพื่อบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในปี 2025, 2030 และต่อไปในอนาคต”

ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ระบบดิจิทัลแบบใหม่ในรถยนต์ แผนงานที่ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของ BMW

BMW Group กำลังผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความคล่องตัวที่เชื่อมต่อด้วยยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบในสามขั้นตอน ช่วงแรกเกี่ยวข้องกับการบุกเบิกกิจการ e-mobility กับรถยนต์ในกลุ่ม Project i โดยใช้เทคโนโลยีใหม่รวมเข้ากับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยเฉพาะในรูปแบบของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนั้นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% จะเริ่มทยอยเปิดตัวเพื่อการเปลี่ยนแปลงตามแผนงานที่ได้วางเอาไว้ ส่วนปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลักๆ ของ BMW ได้แก่ ซอฟต์แวร์และการทำงานด้วยระบบสั่งงานแบบดิจิทัลในรถยนต์รุ่นใหม่

ย้อนกลับไปในปี 2014 BMW Group เปิดทางเลือกในการจองและชำระค่าบริการทางออนไลน์โดยตรง ผ่านทาง BMW Connected Drive ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา เจ้าของ BMW สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ของรถให้ทันสมัยอยู่เสมอ ผ่านการอัปเกรดซอฟต์แวร์ระยะไกล ซึ่งคล้ายกับการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ล่าสุดสำหรับสมาร์ทโฟน เป็นการอัปเกรดที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว 

ขั้นตอนที่สองของการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นด้วยประเภทของระบบส่งกำลัง ที่ใช้ติดตั้งในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป จะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล และเครื่องยนต์เบนซินปลั๊กอินไฮบริด ไปจนถึงยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ข้อกำหนดเบื้องต้นคือ ยานยนต์อัจฉริยะพร้อมระบบช่วยขับและระบบความปลอดภัยแบบให้มา ผนวกกับเครือข่ายการผลิตที่มีความยืดหยุ่นสูง ด้วยการปรับเปลี่ยนไลน์ประกอบรถยนต์ จากเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปเป็นการประกอบรถยนต์ไฟฟ้า จะช่วยให้ BMW สามารถใช้ระบบส่งกำลังที่ทดแทนกันได้ ระหว่างรูปแบบของระบบขับเคลื่อนต่างๆ โดยผนวกรวมเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมเพื่อลดค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ที่ผนวกรวมกับระบบปลั๊กอินไฮบริด ทั้งสี่สูบและหกสูบ ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 8 สปีด ซึ่งมีทั้งขับเคลื่อนสองล้อและขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่ครอบคลุมการใช้งานรถยนต์เกือบทุกรุ่นของ BMW รวมถึงเกียร์ขับเคลื่อนล้อหน้าแบบทวินคลัชต์ที่แชร์กับ MINI ไปจนถึงมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กและมีความจุมากกว่าเดิม

ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงระบบสั่งงาน ระบบปฏิบัติการ BMW 8  (BMW Operating System 8) ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปีนี้ (2564) นับเป็นระบบประมวลผลข้อมูลในรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ BMW Group เคยพัฒนาขึ้นมาใช้งาน ระบบปฏิบัติการแบบใหม่ ทำให้ BMW ทุกคัน เป็นขุมพลังดิจิทัล พร้อมความสามารถในการอัปเกรดแบบ over-the-air ด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง!! ในปีนี้ระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8 จะได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกใน BMW iX  ระบบไฟฟ้าทั้งหมดของรถรุ่นนี้ จะกลายเป็นพื้นฐานสำหรับ BMW iDrive เจเนอเรชั่นที่ 8 ซึ่งเป็นแนวคิดการทำงานที่ลดความซับซ้อน ใช้งานง่ายและปลอดภัย สำหรับการติดตั้งในรถยนต์ BMW รุ่นใหม่ทั้งหมด โดยจะถูกนำออกใช้ใน BMW Series ต่างๆ ซึ่งสามารถอัปเดตโปรแกรมการทำงาน ด้วยการอัปเกรดซอฟต์แวร์ระยะไกล ภายในสิ้นปี 2564 จะมีรถ BMW มากกว่าสองล้านคัน ที่ติดตั้งระบบนี้ BMW Group จะกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ Luxury ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่สามารถติดตั้งระบบหรืออัปเกรดฟังก์ชันที่มีอยู่ได้ทางอากาศ

นับจากนี้ไป ระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8 จะสามารถให้บริการลูกค้าด้วยฟังก์ชันที่หลากหลายยิ่งขึ้น ออกแบบซอฟต์แวร์ให้ตรงตามความต้องการ ซึ่งสามารถสั่งซื้อและติดตั้งทางอากาศได้ในภายหลัง ยิ่งไปกว่านั้น ระบบนี้มีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้สามารถซื้อฟังก์ชันได้ทันที หรือเช่าใช้ได้ตั้งแต่ 12 เดือน ไปจนถึง 3 ปี หรือเช่าซื้อโปรแกรมใหม่เพียงหนึ่งเดือนก็ยังได้! 

ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบของ BMW จะเข้ามาครอบคลุมประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตลาดปัจจุบันภายในปี 2566

การผสมผสานระหว่างยานยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมระบบช่วยขับ และเครือข่ายการผลิตที่มีความยืดหยุ่นสูง จะช่วยให้ BMW Group มีรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบประมาณ 12 รุ่น บนท้องถนนทั่วโลกภายในปี 2566 ในปีนี้ รถยนต์ไฟฟ้าสามรุ่นได้ถูกส่งลงสู่ตลาด Luxury Car เรียบร้อยแล้ว เช่น BMW i3, MINI SE และ BMW iX3 หลังจากนี้จะมีรถไฟฟ้าออกขายอีกสองรุ่น ได้แก่ BMW iX และ BMW i4 ซึ่งเร็วกว่าแผนงานที่ได้วางไว้ในตอนแรกถึงสามเดือน การเปิดตัว BMW iX และ BMW i4 เป็นการบ่งบอกถึงการเริ่มต้นเทคโนโลยีของ BMW ในปี 2021 รถยนต์ไฟฟ้าทั้งสองรุ่นนี้จะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานสำหรับ BEV ในอนาคต

BMW 5 Series pure electric รุ่นขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และ BMW X1 pure electric จะตามมาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พร้อมกับรุ่นอื่นๆ เช่น BMW 7 Series pure electric และ MINI Countryman pure electric จากกลยุทธ์นี้ BMW Group จะมีรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบออกขายอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์นี้จะช่วยให้ BMW Group สามารถรักษาสมดุลของยอดขายและก้าวต่อไปในอนาคต การใช้กำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ในโรงงานที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของงานประกอบรถ จากเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปสู่ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ความต้องการในตลาดบางแห่ง จะเปลี่ยนไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า สิ่งนี้จะทำให้ BMW Group มีความได้เปรียบในการแข่งขัน เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงจุดสูงสุดในปี 2568 การส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยเฉลี่ยมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และมากกว่าสิบเท่าเมื่อเทียบกับปี 2564 ภายในสิ้นปี 2568 BMW Group จะส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า pure electric ให้กับลูกค้าทั่วโลกประมาณสองล้านคัน

โรงงานของ BMW Group ในมิวนิก ซึ่งผลิต BMW i4 รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบเริ่มดำเนินการในปีนี้ เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การผลิตเครื่องยนต์สันดาปในโรงงานที่มิวนิกจะถูกย้ายไปยัง Steyr ในออสเตรีย และ Hams Hall ในสหราชอาณาจักร กระบวนการปรับเปลี่ยนโรงงานมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2568 สำหรับการประกอบรถยนต์ใหม่ การผลิตเครื่องยนต์สันดาปภายในจะยังคงมีอยู่ หลังจากนั้นระบบขับเคลื่อนทั้งหมดมุ่งไปที่การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าภายในปี 2570 ปัจจุบัน BMW Group ลงทุน 400 ล้านยูโรในมาตรการเหล่านี้ เพื่อปรับเปลี่ยนโรงงานประกอบเครื่องยนต์ให้สามารถทำงานควบคู่ไปกับการประกอบมอเตอร์ไฟฟ้า

ขั้นตอนที่สามของการเปลี่ยนแปลง จะมีผลตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ซึ่งในขั้นตอนนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ BMW Group จะได้รับการปรับเปลี่ยนตามแผนงานที่มีการกำหนดเอาไว้ ได้แก่ สถาปัตยกรรมไอทีและซอฟต์แวร์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ ผสมผสานกับแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี สำหรับการวางระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ในแง่ของการใช้พลังงานสะอาด ในขณะเดียวกันก็ทำให้มั่นใจได้ว่าลักษณะเฉพาะของ BMW จะถูกถ่ายทอดสู่ยานยนต์รุ่นต่อไปในอนาคต

การออกแบบรถตามหลักอากาศพลศาสตร์ จะมุ่งเป้าไปที่ยานยนต์ไฟฟ้าที่มีสัดส่วนที่แตกต่างจากในอดีต รวมถึงการตกแต่งภายในที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางมากขึ้น คุณสมบัติที่เป็นนวัตกรรมใหม่เหล่านี้จะรวมเข้ากับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ารุ่นใหม่ โดยใช้แนวคิดแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูง ที่พัฒนาขึ้นใหม่อย่างสมบูรณ์ พร้อมด้วยการออกแบบเซลล์ที่เหมาะสม ระบบส่งกำลังรุ่นใหม่ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจะติดตั้งโมดูลที่ปรับขยายแรงบิดได้สูงขึ้น ซึ่งสามารถครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น ตั้งแต่ Series เล็กๆ ไปจนถึงรุ่น M Car ที่เน้นประสิทธิภาพ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ยังเป็นทางเลือกที่แตกต่างในอนาคต ประสบการณ์การขับขี่โดยทั่วไปของ BMW จะได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม โดยมุ่งเน้นไปที่คุณสมบัติการออกแบบในยานพาหนะไฟฟ้า รวมถึงตัวเลือกสำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัยและการขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง

ในการดำเนินการดังกล่าว BMW Group สามารถสั่งสมประสบการณ์มากกว่าสิบปีในระหว่างการพัฒนา BMW i3 ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าคันแรกที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความเข้าใจแบบองค์รวมในเรื่องความยั่งยืน นอกเหนือจากนวัตกรรมอื่นๆ ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของวัสดุที่ใช้สำหรับชิ้นส่วนจะเป็นวัสดุน้ำหนักเบาพวกเทอร์โมพลาสติก ซึ่งถูกนำมาใช้ติดตั้งเป็นเปลือกตัวถังของ BMW i3 สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือผลิตจากวัสดุแบบหมุนเวียน นอกจากนี้ยังมีการนำวัตถุดิบหมุนเวียนและรีไซเคิลมาใช้ในการตกแต่งภายใน ในสัดส่วนที่สูงมากกว่าเดิม

ในอนาคต วัสดุที่สามารถรีไซเคิลโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จะถูกนำมาพิจารณาใหม่ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบยานพาหนะ แนวทางนี้มีความสำคัญในอนาคต เนื่องจากความท้าทายหลักประการหนึ่งที่ BMW ต้องเผชิญในกระบวนการรีไซเคิลในปัจจุบัน คือ การคัดแยกวัสดุที่จะนำมารีไซเคิล ระบบไฟฟ้าของรถจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสามารถถอดออกได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่จะนำไปรีไซเคิล เพื่อหลีกเลี่ยงการผสมกันระหว่างเหล็กและทองแดงที่อยู่ในชุดสายไฟของรถ มิฉะนั้นโลหะที่ผ่านการรีไซเคิลจะไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดของอุตสาหกรรมยานยนต์ การใช้วัสดุน้ำหนักเบาทำเบาะนั่ง จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อเพิ่มปริมาณวัสดุที่คงอยู่ในวงจรการรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด 

2030: โมเดลไฟฟ้าเต็มรูปแบบคิดเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ของการจัดส่งทั่วโลก - ทุกรุ่นจะมีตัวเลือกไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

การเปลี่ยนแปลงในระยะที่สาม จะเห็นจำนวนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป BMW ที่ส่งมอบให้กับลูกค้าลดลงทีละน้อย ในทางตรงกันข้าม จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่ BMW Group ส่งออกมาวางตลาด คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ระหว่างปี 2568 ถึง 2573 จากการคาดการณ์ของตลาดในปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบจะมีสัดส่วนอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ ที่ BMW Group จะส่งมอบให้กับลูกค้าภายในปี 2573 ตัวเลขที่แท้จริง มีแนวโน้มที่จะแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ จากตลาดหลัก ไปสู่ตลาดรอง ทั้งนี้ ความต้องการยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในการขยายโครงสร้างพื้นฐานของสถานีชาร์จในระดับภูมิภาค สถานีชาร์จไฟที่ครอบคลุมจะทำให้มีคนหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนดังกล่าว ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ BMW Group ดำเนินงานจะมียานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบอย่างน้อยหนึ่งรุ่น ในความเป็นจริง หลายๆ ประเทศ มีความพร้อมในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนมาเป็นแบบไฟฟ้า ดังนั้น BMW Group จะสามารถแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาด ของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่จะมีความต้องการสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ BMW Group คาดว่าจะมีรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบราวสิบล้านคันบนท้องถนนทั่วโลกในอีกสิบปีข้างหน้า

MINI จะกลายเป็นแบรนด์ไฟฟ้าทั้งหมด

MINI ถูกกำหนดให้มีบทบาทในการบุกเบิกระบบขับเคลื่อนอนาคตเนื่องจากเป็นแบรนด์ที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานในเมือง ด้วยขนาดที่กะทัดรัด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ในอนาคตอันใกล้ MINI จะเปิดตัวรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปรุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมระบบปลั๊กอินไฮบริด ภายในปี 2568 หลังจากนั้นจะเปิดตัวเฉพาะ MINI พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในปี 2570 โดยจะยุติสายการผลิตของ MINI เครื่องยนต์สันดาปลงในปี 2569 จากแผนงานดังกล่าวจะทำให้ MINI ไฟฟ้า มีสัดส่วนอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ของการส่งมอบรถยนต์ MINI ทั้งหมดให้กับลูกค้า ภายในปี 2573 MINI ทั้งหมดจะใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่ยังคงเป็นแบรนด์รถเล็กที่ได้รับความนิยมในทุกภูมิภาคของโลก จากระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด

MINI SE ยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยม เร่งเดินสายการผลิตอย่างเต็มกำลังที่โรงงานออกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ ผู้สืบทอดของ MINI Cooper SE จะตามมาด้วย Countryman pure electric โดยถูกผลิตขึ้นที่โรงงาน Leipzig ตั้งแต่ปี 2023 MINI ครอสโอเวอร์รุ่นใหม่จะถูกผลิตขึ้นที่นั่นทั้งในรุ่นเครื่องยนต์สันดาป และรุ่นขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ จากสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มรถรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อความคล่องตัว ด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ในปี 2023 หรืออีกสองปีนับต่อจากนี้ MINI BEVs จะผลิตในประเทศจีน ร่วมกับแบรนด์ Great Wall Motor 

BMW Group เชื่อมั่นว่าการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากสภาวะโลกร้อน และการใช้ทรัพยากรอย่างรอบคอบ จะเป็นปัจจัยหลักสองประการที่กำหนดอนาคตของสังคมมนุษย์. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

BMWBMW EVรถยนต์พลังงานไฟฟ้าBMW iDRIVE 8BMW Operating System 8อาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 17:17 น.