ไลฟ์สไตล์
100 year

เรือธงลงถนน LEXUS เปิดตัว LS FACELIFT 2021 ซาลูนหรูรุ่นปรับโฉม

ไทยรัฐออนไลน์30 พ.ย. 2563 10:00 น.
SHARE

สิ่งที่เราเรียกมันว่าความหรูหรามีระดับนั้นร้อยทั้งร้อยมีราคาไม่ถูก Lexus มองว่า ในตลาดรถหรูหราราคาแพงนั้น เทคโนโลยีที่ส่งมอบความสะดวกสบายสูงสุด คืออุปกรณ์ที่จะช่วยเพิ่มความขลังให้กับรถซาลูนระดับเรือธง สำหรับ LS500h Facelift ยังมีพัฒนาการส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องยนต์พลังงานผสมแบบ Multi Stage Hybrid ช่วงล่าง Adaptive Air Suspension ความเป็นส่วนตัวแบบเฟิร์สคลาสของตำแหน่งเบาะหลังที่แสนจะสบาย หรือแม้กระทั่งวิธีการใช้งานระบบ infotainment ของมันที่แปลกแยกแตกต่างจาก BMW 745Le และ S560e


Lexus มองว่า ในตลาดรถหรูหราราคาแพงนั้น เทคโนโลยีที่ส่งมอบความสะดวกสบายสูงสุดก็คือ อุปกรณ์ใหม่ที่จะช่วยเพิ่มความขลังให้กับรถซาลูนเรือธงเวอร์ชั่นปรับโฉม สำหรับ LS Facelift 2021 รุ่น 500h ยังมีพัฒนาการส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องยนต์พลังงานผสมแบบ Multi Stage Hybrid ช่วงล่าง Adaptive Air Suspension ความเป็นส่วนตัวแบบเฟิร์สคลาสของตำแหน่งเบาะหลังที่แสนจะสบาย ทั้งปรับเอนนอน หรือนวดตัวระหว่างเดินทาง เป็นฟังก์ชั่นพิเศษที่มักจะถูกบรรจุอยู่ในซาลูนหรูหราระดับเรือธง LS500h Facelift 2021 มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร มีทั้งรุ่นปกติและรุ่นที่เครื่องยนต์ทำงานผสานกับระบบไฮบริดขั้นก้าวหน้าของ Lexus ที่พัฒนาโดยวิศวกรชั้นหัวกะทิ กำลัง 359 แรงม้า ในราคา 15,860,000 บาท ของ LS500h รุ่นสูงสุด แพงระยับดับจิตขนาดซื้อ S-Class หรือ Series-7 ได้อย่างละ 2 คัน แล้วยังเหลือเงินอีกเป็นล้านล่ะครับ

ข่าวแนะนำ

Lexus LS Facelift 2021 เน้นไปที่ความประณีตในทุกรายละเอียด การออกแบบชิ้นส่วนต่างๆ จากภายนอกสู่ภายใน คุณภาพแห่งงานวิศวกรรมการผลิตระดับโลก รวมถึงความพิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียดจากช่างฝีมือชั้นครู ‘ทาคูมิ’ (Takumi craftsmanship) LS รุ่นปรับโฉม ได้รับการพัฒนาช่วงล่างใหม่ให้มีเสถียรภาพและการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้น และความนุ่มนวลตามแบบฉบับของ Lexus อุปกรณ์อำนวยความสะดวก มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus เจเนอเรชั่นล่าสุด เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด BladeScan Adaptive High-beam System ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ ช่วยกระจายแสงไฟหน้าด้านหน้ารถอย่างแม่นยำ

ภาพลักษณ์ของ LS Facelift 2021 ดูต่างออกไปเล็กน้อยจากรุ่นก่อนปรับโฉม ไฟหน้าแบบใหม่ล่าสุดถูกติดตั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่องสว่าง ทรงของรถถูกออกแบบให้ปราดเปรียวด้วยการเติมอารมณ์สปอร์ตซาลูนที่มีตัวถังยาวเหยียด แต่มาพร้อมกับความเตี้ยเมื่อปรับช่วงล่างแบบสปอร์ตส่วนเว้าส่วนโค้งต่างๆ บนตัวถัง เป็นรถที่ดูดีมีชาติตระกูล และมีขนาดความยาวสูสีกับรถคู่แข่งอย่าง BMW 745Le Plug in Hybrid หรือแม้แต่ Mercedes-Benz S560 Plug in Hybrid สำหรับ LS Executive Pleat รุ่นสูงสุด เหมาะกับผู้บริหารหรือซุปเปอร์สตาร์ ที่ต้องต้องการความเป็นส่วนตัวและความสบาย ด้านหน้าที่เน้นความหรูหรามีระดับด้วยชุดกระจังที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันสลับซับซ้อนและล้างทำความสะอาดยากเอาเรื่อง ล้อวงโตกับเส้นด้านข้างตัวถังที่โค้งมนอย่างลงตัว ไฟท้าย Full LED พร้อมไฟเลี้ยวที่ไล่จากด้านในออกไปด้านนอกของชุดไฟท้าย หน้าตาของมันแตกต่างไปจากรถเยอรมันอย่างสิ้นเชิง เมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัยความรู้สึกก็จะเปลี่ยนไปจากการนั่งอยู่แค่ตำแหน่งเบาะหลังอันแสนสบายซึ่งเป็นบริเวณที่เจ้าของรถชอบนั่ง ตำแหน่งการนั่งขับคล้ายรถสปอร์ตและดูเป็นรถที่ขับสนุกไม่น่าเบื่อเหมือนซาลูนทั่วไป Lexus พยายามทำ LS ให้ออกมาในลักษณะที่ขับเองก็ได้ นั่งโดยสารก็สบายสุดๆ ทันทีที่จับพวงมาลัยกับคันเกียร์ไฟฟ้าหน้าตาแปลกๆ คุณก็จะรับรู้ได้ว่าเจ้าซาลูนญี่ปุ่นคันนี้พร้อมจะโลดแล่นไปตามโค้งต่างๆ ด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ

Lexus LS500h Executive Pleat รุ่นสูงสุด มีขนาดความยาว 5,235 มิลลิเมตร กว้าง 1,900 มิลลิเมตร และสูงแค่ 1,450 มิลลิเมตร การออกแบบที่อิงกับรูปลักษณ์สปอร์ตซาลูนทำให้หลังคาของมันค่อนข้างเตี้ยและมีเสาท้ายที่บางเฉียบ ความยาวฐานล้อ 3,125 มิลลิเมตร เพิ่มพื้นที่ของห้องโดยสารด้วยการออกแบบที่ชาญฉลาด เฉพาะเบาะหลังก็มีพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะกว้างมากพอที่จะทำให้รู้สึกโปร่งโล่ง สำหรับระยะห่างของล้อคู่หน้าอยู่ที่ 1,630 มิลลิเมตร ส่วนระยะห่างล้อหลังขยับออกเป็น 1,635 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝาท้ายไฟฟ้า 440 ลิตร น้ำหนักรถทั้งคันอยู่ที่ 2,350 กิโลกรัม ตัวหนักเอาเรื่องจากอุปกรณ์ของระบบไฮบริดกับสารพัดอุปกรณ์ความสะดวกสบายที่ประดังเข้ามาให้จนใช้กันไม่หมด ล้ออัลลอยขอบ 20 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางรันแฟลตของ Bridgestone รุ่น Turanza ไซส์ 245/45RF20 ถังเชื้อเพลิงมีความจุมากถึง 82 ลิตร สำหรับเป็นอาหารให้กับเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้เป็นรถที่กินจุแต่อย่างใด เพราะมีระบบไฮบริดคอยเสริมแรงบิดสำหรับการขับเคลื่อนทั้งในและนอกเมือง ลูกค้าของ Lexus ที่ต้องควักเงินเกือบ 16 ล้านบาทแลกกับ LS500h รุ่นสูงสุด เรื่องค่าน้ำมันไม่ใช่ประเด็นหลักท่ีจะต้องมานั่งกังวลเท่ากับตัวเลขราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นๆ ลงๆ ในตอนเช้าอย่างแน่นอน

Lexus LS500h ภายนอก

- ไฟหน้า LED แบบสามดวง พร้อมไฟ Daytime Running Light รูปตัว L และไฟเปิดต้อนรับผู้โดยสารขณะเข้า-ออก...ได้รับแรงบันดาลใจจากไฟหน้าของ Lexus LC

- ไฟเลี้ยวหน้าและหลังแบบ LED Sequential ไฟแสดงสัญญาณจะกะพริบจากด้านในเลื่อนสู่ด้านนอกของโคมไฟหน้า

- กระจังหน้ารมดำ

- ช่องดักลมด้านหน้าดีไซน์ใหม่

- ขอบไฟท้ายรมดำ

คอนโซลหน้า และแผงควบคุมสีดำ Piano Black

- หน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบสัมผัส ที่รองรับ Apple Car Play...หน้าจอสัมผัสที่ถูกเลื่อนให้เข้ามาใกล้กับผู้ใช้งาน ทำให้สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวก


LS350 V6 Engine 3.5L 315Hp / Suspension

ขุมกำลัง

LS 500h เครื่องยนต์ V6 ระบบไฮบริด ความจุ 3,456 ซีซี 359 แรงม้า

LS 500 เครื่องยนต์ V6 Turbo ความจุ 3,445 ซีซี 421 แรงม้า

LS 350 เครื่องยนต์ V6 ความจุ 3,456 ซีซี 315 แรงม้า

LS500h รุ่นสูงสุด วางเครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร พร้อมระบบไฮบริดที่มีอยู่ใน GS450h เครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 ความจุ 3.5 ลิตร ระบบวาล์วแปรผันสองฝั่ง (ไอดีและไอเสีย) Dual VVT-i จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบ D-4S แรงม้าสูงสุดเพิ่มจากย่าน 6,000 รอบต่อนาที เป็น 6,600 รอบต่อนาที เครื่องยนต์รหัส 8GR-FKS มีปริมาตรความจุ 3,456 ซีซี แบบ V6 4 Four Cam 24 วาล์ว กำลังสูงสุดจากเครื่องยนต์ 299 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 5,100 รอบต่อนาที ส่วนระบบ Multi Stage Hybrid ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 310.8 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 134 แรงม้า แรงบิดสูงสุดของมอเตอร์อยู่ที่ 300 นิวตันเมตร โดยมีกำลังรวมทั้งระบบที่ 359 แรงม้า แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน ชุดส่งกำลังใช้ระบบเกียร์แบบ Multistage Electronically controlled Continuously Variable Transmission หรือเกียร์ CVT แปรผัน ชุดเกียร์ Multistage Hybrid 10 สปีด เปลี่ยนเกียร์ไวและมีความแม่นยำ ปรับการทำงานไปตามพลวัตของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยเพิ่มแรงบิด 24% จากการหมุนของเครื่องยนต์ทั้งความเร็วต่ำและสูง สามารถเรียกแรงบิดสูงสุดได้ตั้งแต่ย่านความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในย่านความเร็วสูง เกียร์ยังเข้ามาช่วยในด้านอัตราทดเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง ชุดเกียร์ Multistage Hybrid 10 สปีด ยังมีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ paddle shifters มาให้ สำหรับตัวเลขสมรรถนะ เร่งจาก 0-100 ได้ใน เวลาแค่ 5.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 14.9 กิโลเมตรต่อลิตร มาตรฐานการปล่อยมลพิษ EURO-4 อัตราการปล่อย Co2 อยู่ที่ 151 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

ชุดบังคับเลี้ยวของ LS500h Facelift ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันไปตามความเร็วและโหมดของการขับเคลื่อน Electronic Power Steering (EPS) รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.9 เมตร ระบบรองรับที่มาของความนุ่มนวลสบายตัว LS รุ่นสูงสุด ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบน โช้คอัพด้านหน้าหล่อลื่นด้วยน้ำมันแรงเสียดทานต่ำ ชิ้นส่วนพวกแขนยึดโยงปีกนกทำจากอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง ช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ ระบบ Adaptive Variable Air Suspension สามารถปรับระดับความสูงได้พร้อมกับโช้คแบบถุงลมหรือ Air Suspension ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ กลไฟไฟฟ้า VDIM ผสมผสานการควบคุมทั้งหมด เช่น เครื่องยนต์ เบรก พวงมาลัย พร้อมฟังก์ชั่นอื่นๆ เช่นระบบควบคุมมุมของการเลี้ยวที่ล้อหน้าและหลัง ESP และ LDH เพิ่มความปลอดภัยแบบ Active ระบบ LDH จะปรับองศาของล้อทั้งสี่ โดยประเมินผลจากความเร็วในขณะนั้นและองศาของพวงมาลัยไฟฟ้า ระบบเบรกติดตั้งคาร์ลิปเปอร์เบรกหน้าแบบ 4 พอต จานเบรกหน้าพร้อมช่องระบายความร้อนเส้นผ่าศูนย์กลาง 357 มิลลิเมตร เบรกหลังแบบ 2 พอต พร้อมจานเบรกหลังเส้นผ่าศูนย์กลาง 335 มิลลิเมตร LS500h ติดตั้งตัวช่วยเบรก เช่น Four-wheel power-assisted disc brakes with Electronic Controlled Braking (ECB); four-sensor, four-channel Anti-lock Braking System (ABS); Electronic Brakeforce Distribution (EBD) and Brake Assist

ระบบความปลอดภัย Lexus Safety System Plus

- ระบบปรับไฟสูง-ต่ำ BladeScan Adaptive High-beam System (AHS)...เทคโนโลยีปรับไฟสูง-ต่ำ พร้อมกับ BladeScan ช่วยกระจายลำแสงไฟหน้ากับวัตถุด้านหน้ารถอย่างแม่นยำ เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นในเวลากลางคืน ไม่รบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง

- ระบบช่วยจอดพร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Parking Support Brake System) ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติที่เพิ่มความปลอดภัยในขณะจอด โดยระบบเซนเซอร์จะตรวจจับวัตถุที่อยู่บริเวณใกล้ๆ โดยรอบในขณะเดินหน้าหรือถอยหลัง เพื่อป้องกันการชน ซึ่งระบบจะทำงานในขณะที่รถมีความเร็วต่ำกว่า 15 กม./ชม.

- กระจกมองหลังดิจิตอลแบบลดแสงสะท้อน เพิ่มความกว้างของมุมอง และทัศนวิสัยในการขับขี่ โดยไม่ถูกบดบังด้วยพนักพิงศีรษะด้านหลัง

สีภายนอก

- Gin Ei Luster ใหม่ สีเงินที่ใช้การพ่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด โดยการใช้สารเคลือบอะลูมินัมบนชั้นสี ทำให้ได้รับการตัดแสงและเงาที่โดดเด่นที่สุด ให้ความรู้สึกเหมือนกับเส้นแสงของดวงจันทร์ที่ส่องบนผิวน้ำยามค่ำคืน

- Sonic Iridium ใหม่

- Sonic Quartz

- Graphite Black Glass Flake

- Sonic Titanium

- Red Mica Crystal Shine

- Manganese Luster

- Sonic Agate

- Black

- Deep Blue Mic

สีภายในห้องโดยสาร

LS350 รุ่น Luxury

- Black Open Pore (Ash Burl)

- Hazel Open Pore (Walnut)

LS500h และ LS500 รุ่น Executive

- Black with Laser Cut

- Crimson & Black with Laser Cut

LS500h รุ่น Executive Pleat

- Black with Kiriko (Cut Glass)

- Crimson & Black with Kiriko (Cut Glass)


Lexus LS Facelift รุ่นและราคา

- LS350 รุ่น Luxury 11,550,000 บาท

- LS500 รุ่น Executive 13,110,000 บาท

- LS500h รุ่น Executive 14,530,000 บาท

- LS500h รุ่น Executive Pleat 15,860,000 บาท

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลกซัสLexusLEXUS LS500hLEXUS LSรถหรูอาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2564 เวลา 18:37 น.