NEW MG EP รถยนต์ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ชูประเด็นการเป็น EV for Everyone ด้วยแนวคิด “EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน” สร้างบรรทัดฐานใหม่ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย กับ 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

...

- มิติตัวถังและพื้นที่การใช้งาน (Dimension) 

- ความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัย (Convenience & Safety) 

- สมรรถนะ (Performance) ระยะทางวิ่งที่มากกว่า 300 กิโลเมตร

- ต้นทุนในการเป็นเจ้าของที่ต่ำ (Low cost of ownership) ทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว

เตรียมเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่งาน Motor Expo 2020 ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

MG Sales Thailand และ SAIC Motor เปิดตัวยานยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ โดยทำการเผยข้อมูลของรถยนต์รุ่นล่าสุด NEW MG EP รถสเตชั่นแวกอนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เป็นรถไฟฟ้าที่เข้ามาเพิ่มทางเลือกใหม่ในประเทศไทย หลังจาก MG ส่งครอสโอเวอร์ไฟฟ้ารุ่น ZS EV ออกทำตลาดไปตั้งแต่ช่วงกลางปี 2562 สำหรับ MG EP มาพร้อมแนวคิด EVeryone ตอบโจทย์การใช้งาน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน” นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีขายในประเทศ เป็นการเพิ่มทางเลือกราคาประหยัดให้กับคนที่ชอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า MG EP ออกแบบห้องโดยสารกว้างขวาง ติดตั้งระบบความปลอดภัยแบบใหม่ โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงาน Motor Expo 2020 ในวันที่ 1 ธันวาคม นี้

...

หลังจาก MG เปิดตัวรถยนต์ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้ารุ่น ZS EV ในเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา และ MG HS PHEV รถยนต์ครอสโอเวอร์ พร้อมระบบขับเคลื่อนพลังงานผสม Plug-in Hybrid ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้าไทย สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างรวดเร็ว ล่าสุด MG เตรียมเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกหนึ่งรุ่น คือ NEW MG EP ซึ่งเป็นรถยนต์ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย มีระยะทางต่อการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มที่ 300 กิโลเมตร 

...

MG แสดงออกถึงความต้องการในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำยานยนต์แห่งอนาคต หรือ New Generation of Automotive แผนการจะแนะนำ NEW MG EP รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ มาขายในไทย โดยวางตำแหน่งให้ NEW MG EP เป็นเกณฑ์มาตรฐาน สู่การใช้งานในรูปแบบใหม่ของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

(1) มิติตัวถังและพื้นที่การใช้งาน (Dimension) การเป็นรถ Station Wagon ทำให้มีมิติตัวถังขนาดใหญ่ มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้าง พื้นที่เก็บสัมภาระจะเพิ่มขึ้นเมื่อพับเบาะหลัง สามารถเพิ่มที่พื้นที่ความจุได้มากยิ่งขึ้น โดยมีความจุสัมภาระสูงสุด 1,456 ลิตร 

...

(2) ความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัย (Convenience & Safety) หน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay ระบบความปลอดภัยครบ ทั้งระบบ Active และ Passive Safety

(3) สมรรถนะ (Performance) จากแบตเตอรี่ที่มีความจุขนาด 50.3 kWh ทำให้วิ่งได้ 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน New European Driving Cycle - NEDC) มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 163 แรงม้า มีเรี่ยวแรงเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

(4) ต้นทุนในการเป็นเจ้าของที่ไม่แพง (Low cost of ownership) ทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำ 

NEW MG EP มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่
สีขาว (Arctic White)
สีเงิน (Metallic Grey)
สีดำ (Black Knight)

โดยจะเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่งาน Motor Expo 2020 ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563 นี้ พร้อมเปิดรับจองภายในงาน และโชว์รูมเอ็มจีทุกสาขาทั่วประเทศ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ NEW MG EP


null

NEW MG EP รถไฟฟ้าที่ใช้รูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ออกแบบภายใต้แนวคิด BRIT DYNAMIC มีทั้งสมรรถนะ (PERFORMANCE) การควบคุม (HANDLING) การออกแบบ (DESIGN) และความปลอดภัย (SAFETY) พื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้าง เพื่อสามารถรองรับการใช้งานหลากหลาย เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังปรับพับได้แบบ 60:40 ทำให้มีพื้นที่ความจุสัมภาระสูงสุดถึง 1,456 ลิตร ดีไซน์ภายนอก กระจังหน้าแบบ Suspended Wing Grille ตกแต่งด้วยโครเมียมและ Piano Black ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์พร้อมไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน LED Daytime Running Light พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟท้าย LED แบบ Electric Pulse Design ไฟเบรก ดวงที่ 3 แบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

ภายใน ตกแต่งภายในด้วยวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ดีไซน์แบบ CARBOXNYXE เบาะคู่หน้าออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (Anti-Curved Surface Design) ฟังก์ชันอำนวยความสะดวก เช่น หน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัล (Digital Multi-Function Display) ขนาด 7 นิ้ว ระบบปรับอากาศแบบดิจิทัล  กระจกมองหลังตัดแสง กระจกไฟฟ้าแบบ One Touch Up-Down ด้านคนขับ

ระบบความปลอดภัยตามมาตรฐาน โดยแต่ละระบบจะมีการทำงานผสานกัน ประกอบด้วย

ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-Lock Braking System)
ระบบกระจายแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBD (Electronic Brake Force Distribution)
ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
จุดยึดเบาะ ISOFIX
เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
กล้องมองหลังพร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง
ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

NEW MG EP ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มระบบโดยไม่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในคอยช่วยแต่อย่างใดทั้งสิ้น (100% EV) ใช้แบตเตอรี่ Lithium-Ion ความจุรวม 50.3 kWh ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ได้ระยะทางประมาณ 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง แบตเตอรี่ของ NEW MG EP ยังได้รับการทดสอบตามมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น ระดับ IP67 พร้อมด้วยระบบระบายความร้อนแบบ Liquid Cooling System มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์ไฟฟ้า อัตราเร่ง 0-100 ภายใน 8.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมรูปแบบการขับขี่ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Normal โหมด Eco และ โหมด Sport

NEW MG EP ชาร์จไฟฟ้าได้ 2 แบบ คือ Quick Charge แบบ DC ผ่านหัวชาร์จประเภท CCS Combo 2 โดยชาร์จพลังงานตั้งแต่ 0 – 80% ในระยะเวลาประมาณ 40 นาที และ Normal Charge แบบ AC ชาร์จพลังงานตั้งแต่ 0 – 100% ผ่าน MG Home Charger ที่เป็นหัวชาร์จ TYPE II ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 15 นาที ซึ่งระยะเวลาในการชาร์จนั้น จะขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative) ด้วย KERS Mode (Kinetic Energy Recovery System) โดยเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ 3 ระดับ

ระบบกันสะเทือนของช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension เสริมด้วยระบบช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง และช่วงล่างหลังแบบทอร์ชั่นบีม 

NEW MG EP เป็นรถไฟฟ้าที่มีการดูแลรักษาง่าย มีค่าใช้จ่ายต่ำ ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ได้จากการชาร์จผ่าน MG Home Charger ง่ายๆ ที่บ้าน โดยสามารถชาร์จจาก 0%-100% และมีค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นค่าไฟฟ้าประมาณ 200 บาท*ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามระยะทางตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน จะมีค่าใช้จ่ายรวมไม่เกิน 8,000 บาท อีกทั้งการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ในระยะยาว MG ยังนำเทคโนโลยีการเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบ Module มาใช้ ในกรณีหากจำเป็นต้องมีการบำรุงรักษานั้น สามารถแยกเปลี่ยนเฉพาะ Module นั้นๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งชุด จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้

*อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศที่ 3.96 บาทต่อหน่วย ไม่รวมค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงจากข้อมูลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ณ เดือนมิถุนายน 2563.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/