ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    AUDI THAILAND เปิดตัวสปอร์ตเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า NEW E-TRON SPORTBACK 55 QUATTRO

    ไทยรัฐออนไลน์15 ต.ค. 2563 16:30 น.
    SHARE

    Audi Thailand เดินตามนโยบายของบริษัทแม่ด้วยการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด e-TRON Sportback เป็นการนำเสนอรถยนต์พลังงานสะอาด ในรูปแบบของยานยนต์อเนกประสงค์ ตอกย้ำจุดยืนในการปรับเปลี่ยนพลังงานขับเคลื่อนสำหรับรถยนต์ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% The New e-tron Sportback รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โมเดลที่ 2 เป็นแบรนด์แรกในประเทศไทย และเป็นความสมบูรณ์แบบทางเทคโนโลยีไฟฟ้า ตามกลยุทธ์ของ AUDI AG ที่กำหนดนิยามใหม่ของ “Vorsprung” ให้มีความทันสมัย และบทบาทของแบรนด์ Audi สำหรับยุคยานยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมเปิดตัว “แคมเปญ Branding ใหม่พร้อมกันทั่วโลกกับสโลแกน “Future is An Attitude” e-TRON Sportback มีระยะทำการต่อการชาร์จแบตฯ จนเต็มที่ 463 กิโลเมตร เป็นรถยนต์แนวคิดที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (Green Energy) ในรูปแบบของการนำเข้า ราคา 5,299,000 บาท

    กฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Audi Thailand เปิดเผยว่า ผลตอบรับจากการเปิดตัว Audi e-tron รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อต้นปี 2562 Audi Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและองค์กรชั้นนำ เช่น บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) นอกจากจะเป็นการใช้พลังงานที่ยั่งยืนแล้ว รถไฟฟ้าของ Audiยังมีประสิทธิภาพสูง การเปิดตัว Audi e-tron Sportback 55 quattro S line” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่มีอัตราเร่งเหลือเชื่อ โดยไม่สร้างมลภาวะให้กับโลก

    Audi e-tron Sportback 55 quattro S line เอสยูวีทรงสปอร์ตคูเป้ ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบไฟฟ้า (electric quattro) มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง มีกำลังสูงสุด 300 กิโลวัตต์ หรือ 408 แรงม้า ระยะทางวิ่งสูงสุด 463 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ความจุแบตฯ 95.0 กิโลวัตต์ การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่งผสมผสานกับระบบขับเคลื่อน quattro ควบคุมด้วยสมองกลไฟฟ้า ทำให้ Audi e-tron Sportback 55 quattro S line ตอบสนองเร็ว พร้อมความเงียบภายในห้องโดยสารจากการที่ไม่มีเครื่องยนต์และวัสดุป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก

    มิติตัวถังของ New e-tron Sportback 55 Quattro มีขนาดความยาว 4,901 มิลลิเมตร กว้าง 1,935 มิลลิเมตร สูง 1,616 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,928 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,655 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,655 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงค์หน้า 928 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงค์หลัง 1,045 มิลลิเมตร 

    จุดเด่นของ Audi New e-TRON Sportback 2020
    ชุดแต่งภายนอกและภายในจาก S Line

    เบาะนั่งคู่หน้า S Sport ออกแบบให้โอบกระชับตัวผู้ขับ หุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง Valcona

    ภายนอกสีใหม่ e-TRON Sportback 2020 มีสีตัวถังแบบใหม่สองสีคือ Daytona Grey และ Antigua Blue

    ช่วงล่างถุงลมแบบสปอร์ต Adaptive Air Suspension ปรับระดับความสูง ต่ำและมีการเซตอัพให้ตอบสนองต่อการซึมซับแรงกระแทกเร็วขึ้น ให้สัมผัสของการนั่งแตกต่างไปจากช่วงล่างถุงลมในรถรุ่นอื่นของ Audi 

    ล้ออะลูมิเนียมลายล่าสุดของ Audi Sport เป็นล้อน้ำหนักเบาขอบ 21 นิ้ว ลาย 10 Spoke rotor Design คาร์ลิปเปอร์เบรกสีส้มแบบ 6 พอตหน้า และซิงเกิ้ลพอตที่ด้านหลัง

    ความจุห้องเก็บสัมภาระท้าย 615 ลิตร และเมื่อปรับพับเบาะหลัง พื้นที่เก็บของจะเพิ่มเป็น 1,665 ลิตร

    พื้นที่เหนือศีรษะบริเวณเบาะหลัง เบาะหลังถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเบาะแบบสปอร์ต การออกแบบที่ดี แม้หลังคาจะลาดเทลงไปยังส่วนท้าย สไตล์ Coupe แต่ New e-TRON Sportback มีพื้นที่เบาะหลังมากพอโดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะที่ไม่ทำให้รู้สึกเตี้ยหรืออึดอัด 

    เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าของ Audi e-tron Sportback 55 quattro S line มีการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (Recuperation) อย่างชาญฉลาด 2 รูปแบบ คือ ทั้งจากพลังงานจากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว (Coasting) และพลังงานจากการเบรก (Braking)

    รูปแบบที่ 1 พลังงานจากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว ซึ่งมีวิธีการตั้งค่าการทำงานรูปแบบนี้ 2 วิธี คือ ตั้งค่าจากแป้น paddle shift สามารถเลือกปรับได้ 3 ระดับ โดยเลือกที่จะตั้งระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่แบบอัตโนมัติ ผ่านฟังก์ชัน Predictive efficiency assist (PEA) ในระบบ MMI จากการประมวลผลและควบคุมการเคลื่อนที่เชิงฟิสิกส์ สามารถควบคุมความเร็วของรถได้จากการถอนเท้าออกจากคันเร่ง โดยที่ไม่ต้องเหยียบเบรกได้

    รูปแบบที่ 2 พลังงานจากการเบรก (Braking) เมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรกจะส่งผลให้เกิดพลังงานกลับเข้ามาในระบบการขับขี่ หากเหยียบเบรกที่ความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะสามารถนำพลังงานกลับเข้าไปได้สูงสุดถึง 300 Nm และ 220 Kw หรือคิดเป็นมากกว่า 70% ของกำลังที่มอเตอร์ผลิตได้ และการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ในรุ่น e-tron Sportback นี้ สามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้มากถึง 30% ของระยะทางทั้งหมด

    การพัฒนาระบบขับเคลื่อนสี่ล้อกว่า 40 ปี จนประสบความสำเร็จ จากการนำระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของรถแข่งมาปรับใช้ในรถบ้าน e-TRON Sportback แม้จะเป็นยานยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของแบรนด์สี่ห่วงด้วยการติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) ถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์ แบรนด์แรกที่พัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง สะท้อนวิสัยทัศน์ที่ว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้าคืออนาคต และสะท้อนปรัชญาพื้นฐาน Vorsprung Durch Technik ด้วยเทคโนโลยีใหม่ของระบบขับเคลื่อนรถยนต์ในอนาคตที่กลายมาเป็นความจริง สะท้อนปรากฏการณ์สำคัญในการเปลี่ยนผ่านระบบขับเคลื่อนในโลกแห่งยนตรกรรม เพื่อเข้าสู่ยุคของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

    การออกแบบให้ตัวรถมีความปลอดภัย เน้นความลู่ลมในด้านของระบบอากาศพลศาสตร์ จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำ Balance หรือการกระจายน้ำหนักที่สมดุล มีการออกแบบการจัดวางส่วนประกอบต่างๆ ของรถมาอย่างลงตัว ทำให้กระจายน้ำหนักได้อย่างสมดุล โดย Perfect balance อยู่ที่ 50:50 ในกรณีที่มีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมพิเศษ กล้องแสดงภาพด้านข้าง (Virtual exterior mirrors) นวัตกรรมด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย จะมีจอแสดงผล OLED ความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว พร้อมฟังก์ชันควบคุมแบบสัมผัสที่ติดตั้งบริเวณแผงประตูซ้าย-ขวา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นภาพด้านข้างตัวรถที่ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้อยู่ในสภาวะการเดินทางที่ไม่เอื้ออำนวย

    ดีไซน์ของ Audi e-tron Sportback 55 quattro S line ได้รับการออกแบบให้มีความล้ำสมัย สปอร์ต สมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวคิดมุมมองใหม่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โดยกระจังหน้าแบบคลาสสิกถูกอัปเกรดใหม่เป็น Single frame เส้นสาย รูปทรง สะท้อนเอกลักษณ์ของ Audi คือ ลุคสปอร์ต ขณะที่รูปทรงคูเป้ให้ความสง่างามในแบบสปอร์ต เส้นสายมีความไดนามิก เพิ่มความแข็งแกร่งดุดัน โดดเด่นด้วยชุดแต่งภายนอกสไตล์สปอร์ต S line สปอยเลอร์หลังและขอบประตูอะลูมิเนียม

    ห้องโดยสารมีการตกแต่งภายในและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกโดยเน้นคนขับเป็นจุดศูนย์กลางของการใช้งานฟังก์ชันและอุปกรณ์ต่างๆ เทคโนโลยีใหม่ของระบบสื่อสาร พร้อมจอภาพที่มีความคมชัดสูง สั่งงานด้วยระบบสัมผัส หรือสั่งงานด้วยฟังก์ชันเสียง ห้องโดยสารตกแต่งอย่างหรูหรา ใช้วัสดุคุณภาพสูง ให้ความรู้สึกเรียบง่าย กว้าง สะดวกสบาย และจากการผสานเทคโนโลยีในรูปแบบดิจิทัลอย่างลงตัว ทำให้ใช้งานง่าย จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว และจอควบคุมมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัส พร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว เพียงปลายนิ้วสัมผัส รองรับการสั่งการด้วยการเขียนด้วยนิ้ว เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถืออย่างง่ายดายด้วย Audi smartphone interface ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ

    หลังคาเป็นแบบพาโนรามิกเลื่อน เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าให้บรรยากาศที่รื่นรมย์ด้วยแสงสว่างจากธรรมชาติ แพ็กเกจ “Interior S line” ของ Audi e-tron Sportback เบาะนั่งหุ้มหนัง Valcona คุณภาพสูง ให้ผิวสัมผัสที่ละเอียด เบาะนั่งคู่หน้าแบบ S Sports ตกแต่งแบบ diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันท้ายตัดหุ้มหนังแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ S line และ Paddle shift

    Audi e-tron Sportback 55 quattro S line มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Glacier white metallic
    Floret silver metallic
    Mythos black metallic
    Daytona grey pearl effect
    Siam beige metallic
    Antigua blue metallic

    ราคาจำหน่ายที่ 5,299,000 บาท
    กำหนดส่งมอบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 เป็นต้นไป

    Audi e-tron มาพร้อมโปรแกรมการดูแล Audi Protection รับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี.

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารถไฟฟ้าAudiAudi e-tronอาคม รวมสุวรรณ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 เวลา 05:56 น.