ข่าว
100 year

ถึงจะหล่นแต่ยังขายดี! MAZDA 2 ครองแชมป์ตลาดเก๋งเล็ก 2 ปีติด

ไทยรัฐออนไลน์14 ม.ค. 2563 10:00 น.
SHARE

Mazda ยังคงครองแชมป์ตลาดเก๋งเล็ก 2 ปีติด ด้วยรถขายดี Mazda 2 ส่วนครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่ง CX-8 ทำตลาดได้ดีในช่วงปลายปีที่ผ่านมา สำหรับปี 2563 Mazda ฟุ้ง ตั้งเป้ายอดขายทะลุ 6 หมื่นคัน

Mazda Sales Thailand แจงยอดขายรถยนต์ในการดำเนินธุรกิจประจำปี 2562 ที่ผ่านมา โดยมียอดขายเกือบ 6 หมื่นคัน Mazda 2 ยังแรงต่อเนื่อง ขึ้นทำเนียบคว้าแชมป์สองปีติดต่อกัน คาด ปี 2563 ตลาดรถยนต์จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เน้นกลยุทธ์การบริหารงานแบบครบวงจรพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ เตรียมเสริมทัพรถใหม่ Mazda CX-30 รวมถึงรถเก๋ง รถอเนกประสงค์ รถครอสโอเวอร์ และรถปิกอัพBT ที่จะโผล่ออกมาในปีนี้ เน้นกลยุทธ์การสร้างสายสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ปรับปรุงคุณภาพบริการหลังการขายให้ได้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ หลังการปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการ มั่นใจปีนี้ยอดขายมากกว่า 60,000 คัน และครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 6%

ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร Mazda Sales Thailand กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2562 ที่ผ่านมา ถูกจับตามองเป็นอย่างยิ่งโดยผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่ายอดรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปี 2561 ซึ่งมียอดรวมอยู่ที่ 1.04 ล้านคัน แม้จะมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกเข้ามากระทบ แต่ท้ายที่สุดตัวเลขรวมก็ทะลุ 1 ล้านคัน (ประมาณการ) ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

Mazda ทำขายรวม 58,129 คัน แต่ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้มียอดขายลดลง 17.5% ครองส่วนแบ่งการตลาด 5.8% แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 46,704 คัน รถอเนกประสงค์จำนวน 5,736 คัน การเปิดตัว CX-8 Crossover 7 ที่นั่ง ได้รับการตอบรับพอสมควร รวมทั้งรถปิกอัพ BT จำนวน 5,664 คัน และรถสปอร์ต MX-5 จำนวน 25 คัน

ตลาดรถยนต์ในปีที่ผ่านมามีการแข่งขันสูง แม้ว่า Mazda จะส่งรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู้ศึกในตลาดถึง 6 รุ่น แต่ทั้งหมดอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่สามารถทำตัวเลขยอดขายได้ใกล้เคียงกับเป้าที่วางไว้ สาเหตุเกิดจากความมั่นใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของ Mazda การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่พยายามเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ การสื่อสารแบรนด์สู่ความเป็นพรีเมียม ตลอดจนการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ส่งผลให้ยอดขายรวมทะลุถึง 58,129 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 5.8%

ชาญชัย ตระการอุดมสุข กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยของปี 2562 ที่ผ่านมาว่า ภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2562 ขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 2.5% โดยรวมต้องบอกว่า ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น ปัจจัยสำคัญเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งแม้ว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ผลสำเร็จไปได้ด้วยดี แต่ก็ใช้ระยะเวลานานกว่าที่จะจัดการแต่งตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ทำให้โครงการสำคัญๆ ชะลอออกไป ไม่สามารถเดินต่อได้ จึงไม่มีกลไกมาช่วยส่งเสริม พร้อมกันนี้ นายชาญชัย ยังแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ประมาณ 2.8 – 3.0% ค่าเงินและเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ หากค่าเงินบาทเฉลี่ยที่ 30/ดอลลาร์ฯ ในปีนี้จะกระทบสินค้าเกษตร รถยนต์ และท่องเที่ยว การผลิตอาจลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน ด้านการท่องเที่ยว ปัญหานักท่องเที่ยวที่ลดลงจะกลับมาคึกคักมากขึ้น เพราะประเทศไทยยังถือเป็นประเทศเป้าหมายของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวหลัก จากจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อาเซียน รวมทั้งจากไทยเที่ยวไทย ประเด็นทางเศรษฐกิจไทย ปี 2563 จำเป็นต้องได้รับแรงหนุนจากภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น รัฐต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินและการคลัง การลงทุนโครงการของภาครัฐคือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง อาทิ ท่าอากาศยาน ทางหลวงพิเศษ รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าในเมือง

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คือ สถานการณ์ทางการเมืองของไทยและสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้าระหว่างประเทศ อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงอาจส่งผลมาถึงเศรษฐกิจไทย ส่วนปัญหาภัยแล้งอาจกระทบภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมในห่วงโซ่ แต่จะส่งผลให้ราคาพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดมีแนวโน้มดีขึ้น

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2562 ยอดขายรวมทะลุ 1 ล้านคัน Mazda ครองแชมป์เบอร์หนึ่งรถเล็ก ตลาดรวมรถยนต์เก๋ง Mazda ครองอันดับ 3 จากการปรับปรุงคุณภาพและความประณีต ส่งผลทำให้ Mazda 2 เป็นรถยนต์นั่งซิตี้คาร์ที่ขายดีที่สุด ก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งของ B Car และ Eco Car เป็นปีที่สองติดต่อกัน ล่าสุดการปรับโฉมของ New Mazda 2 จะส่งผลให้ Mazda ยังคงรักษาแชมป์ในเซกเมนต์นี้ต่อไป แม้ต้องเผชิญกับคู่แข่งรอบด้าน การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Mazda มียอดขายสะสม 2.6 แสนคัน ภายใน 5 ปี ย้อนกลับไปดูตัวเลขการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปี Mazda Thailand กลายเป็นตลาดหลักสำคัญของ Mazda Motor ทั่วโลก โดยเฉพาะช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทย ยังคงเป็นตลาดหลักสำคัญของ Mazda Motor สำหรับปี 2563 Mazda เดินหน้าสื่อสารวิสัยทัศน์ Sustainable zoom-zoom 2030 คือ การแก้ปัญหาที่ต้องเผชิญ โดยเน้นเรื่องความสนุกในการขับ หรือ Joy of Driving ซึ่งเป็นพื้นฐานของ Mazda โดยในปีนี้ Mazda Motor Corporation กำลังจะครบ 100 ปี ในวันที่ 30 มกราคม นี้ และ Mazda sales Thailand เตรียมจัดกิจกรรมพร้อมกันกับ Mazda ทั่วโลก ตลอดทั้งปี 2020 โดยเตรียมงานสำคัญเพื่อร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่


นโยบายเกี่ยวกับผู้จำหน่าย การปรับปรุงโชว์รูมทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จ 100% ภายในปีงบประมาณ 2562 นี้ กิจกรรมส่งเสริมการขายจะถูกยึดถือเป็นนโยบายหลักเพื่อให้ดีลเลอร์ทั่วประเทศดำเนินการ ทุกคนต้องออกไปเจอลูกค้าด้วยตัวเอง เน้นสร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง และดูแลลูกค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ด้านผลิตภัณฑ์ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Crossover SUV ด้วยรถ Mazda CX-30 เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่ง รถอเนกประสงค์ และรถปิกอัพ

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวถึงกลยุทธ์ด้านการตลาดว่า ปีที่ผ่านมาถือว่า Mazda ประสบความสำเร็จแม้จะมีตัวเลขยอดขายลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจ รถยนต์ทุกรุ่นที่นำเข้าสู่ตลาดสามารถทำยอดขายได้ดี แม้ในช่วงครึ่งปีแรก Mazda ยังไม่มีรถใหม่เปิดตัว ยังเป็นช่วงที่มีการบริหารจัดการกระบวนการผลิตและการจำหน่ายรถทุกรุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่ยากลำบาก ส่วนครึ่งปีหลังการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ เช่น Mazda CX-5 2.5 เทอร์โบ All New Mazda 3 All new Mazda CX-8 และ Mazda 2 รุ่นปรับโฉม ซึ่งส่วนใหญ่เปิดตัวอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ทำให้ยอดขายมีตัวเลขที่ใช้ได้โดยเฉพาะงานมอเตอร์เอ็กซ์โป คาดว่าในปีงบประมาณหรือ Fiscal Year ยอดขายจะใกล้เคียงตามที่ตั้งเป้าไว้ การทำการตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เกิดการสื่อสารทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

นอกจากการขายที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้แล้ว สิ่งสำคัญคือการดูแลหลังบ้าน งานด้านการบริการลูกค้าและการเอาใจใส่ตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าครอบครองรถ Mazda ด้านอะไหล่และการขนส่ง Mazda ทำการปรับปรุงทั้งคุณภาพและราคาจนสามารถใกล้เคียงกับตลาด หรือบางชิ้นส่วนมีราคาที่ต่ำกว่าตลาด ด้านการจัดส่งอะไหล่ไปยังศูนย์บริการ มีบริการจัดส่ง 2 รอบต่อวัน สำหรับเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และต่างจังหวัด 1 รอบต่อวัน เป็นแนวทางที่ Mazda พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในด้านบริการ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของ Mazda ในปี 2563


สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์ Mazda ประจำปี 2562 เปรียบเทียบกับปี 2561
ข้อมูลการขายรถ
มกราคม – ธันวาคม 2561
มกราคม – ธันวาคม 2562

Mazda 2 ปี 2561 45,972 คัน ปี 2562 41,987 คัน ลดลง 8.6%

Mazda 3 ปี 2561 5,255 คัน ปี 2562 4,717 คัน ลดลง 10.2%

Mazda CX-3 ปี 2561 3,536 คัน ปี 2562 1,971 คัน ลดลง 44.2% 

Mazda CX-5 ปี 2561 8,184 คัน ปี 2562 3,020 คัน ลดลง 63.0% 

Mazda BT-50 Pro ปี 2561 7,498 คัน ปี 2562 5,664 ลดลง 24.4%

Mazda MX-5 ปี 2561 30 คัน ปี 2562 25 คัน ลดลง 16.6%

ยอดรวม ปี 2561 70,475 คัน ปี 2562 58,129 คัน ลดลง 17.5%

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาสด้าMazda CX-8Mazda CX-30ยอดขายมาสด้าอาคม รวมสุวรรณ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้