กีฬา
100 year

อสูรดำสายหรู ROLLS ROYCE CULLINAN BLACK BADGE

ไทยรัฐออนไลน์12 พ.ย. 2562 14:00 น.
SHARE

Rolls Royce Cullinan Black Badge 2020 อภิมหาอมตะตลอดกาลของยานยนต์อเนกประสงค์ออฟโรดหรูสุดขั้วถูกเปิดตัวในฐานะรถยนต์ในกลุ่ม Black Badge ของ Rolls Royce โดยปรับให้ Cullinan รุ่นพิเศษนี้มีความสุขุมลุ่มลึกและเคร่งขรึมที่สุดเท่าที่ Rolls Royce เคยผลิต เป็นครั้งแรกที่สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (Architecture of Luxury) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นางฟ้า ถูกนำมาปรับใช้ในยานยนต์ออฟโรดแห่งตำนานคันนี้

Rolls Royce Cullinan Black Badge 2020 วางขุมกำลังไซส์ยักษ์ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V12 ความจุ 6.75 ลิตร กำลัง 592 แรงม้า พร้อมแรงบิด 900 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนปรับปรุงใหม่ ให้มีประสิทธิภาพของการขับดีขึ้น รองรับการเดินทางของอภิมหาเศรษฐีเงินถุงเงินถังด้วยกันสะเทือนไฟฟ้าแปรผันไปตามสภาพเส้นทาง Cullinan Black Badge เป็นคอลเลกชันสั่งที่ผลิตพิเศษ (ตามใบสั่ง) งานตกแต่งภายในมีระดับด้วยหนังแท้สีเหลือง ฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) พร้อมแผงวีเนียร์เทคนิคัลคาร์บอน ล้อแม็ก Bespoke ลายใหม่ ใช้ดีไซน์ที่บ่งบอกได้ถึงเอกลักษณ์ของ Black Badge สัญลักษณ์อินฟินิตี้ถ่ายทอดตัวตนที่สุขุมลุ่มลึกของรถยนต์จาก Rolls Royce

งานเจนีวา มอเตอร์ โชว์ เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2559 Rolls Royce Motor Car เปิดตัว Black Badge คอลเลกชั่นยนตรกรรมสั่งผลิตพิเศษ (Bespoke) สะท้อนรสนิยมของเหล่าผู้มีอันจะเหลือกินทั่วโลก ทั้งชีคแห่งอารเบีย คนจีนสุดรวยที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ผู้ลากมากดีในฝั่งยุโรปและอเมริกา เป็นกลุ่มคนที่หลงใหลในความหรูหรา โดย Rolls Royce Cullinan Black Badge สามารถตอบโจทย์กลุ่มบุคคลผู้ปฏิเสธที่จะถูกนิยามโดยคติของความหรูหราแบบเดิม และยังมีส่วนสำคัญในการดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ให้แก่แบรนด์ คนรวยเหล่านั้นยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อแลกกับประสิทธิภาพของรถยนต์ที่ผลิตโดย Rolls Royce 

Rolls Royce Cullinan Black Badge เป็นรถยนต์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ เป็นตัวแทนของความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุด ผสานกับงานฝีมือขั้นสูงด้วยการตกแต่งภายใน สัญลักษณ์อินฟินิตีนี้ ปรากฏอยู่บนเครื่องบินน้ำ Blue Bird K3 ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Rolls Royce ของเซอร์ มัลคอล์ม แคมป์เบล (Sir Malcolm Campbell) สะท้อนถึงขุมพลังประสิทธิภาพสูงของ Cullinan Black Badge ได้เป็นอย่างดี

Cullinan Black Badge ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความกระหายในการผจญภัยของเศรษฐีรุ่นใหม่ที่ชอบชีวิตกลางแจ้งแบบติดหรู เป็นซุปเปอร์เอสยูวี ที่เข้าถึงลูกค้าคนมีเงินกลุ่มใหม่ เป็นเศรษฐีที่แสวงหาความแตกต่าง เช่น การเปลี่ยนโฉมรูปลักษณ์ด้วยสีดำเพื่อแฝงกายเป็นส่วนหนึ่งไปกับความมืดมิดยามราตรี Cullinan มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ชาญฉลาดสามารถตะลุยไปยังพื้นที่ที่ท้าทายที่สุดของโลกแต่ส่วนใหญ่มันมักจะถูกขับกรีดกรายอยู่ในเมืองมากกว่าจะถูกใช้ลุยในพื้นที่ทุรกันดาร

ภายนอกของ Rolls Royce Cullinan Black Badge ราชันแห่งรัตติกาล (The King of the Night)

ผู้ที่สั่งจองสามารถเลือกสีได้มากถึง 44,000 เฉดสี ที่เตรียมไว้ให้ หรือสั่งผลิตเฉดสีที่ผสมและออกแบบขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะถ้าจ่ายเยอะก็ย่อมทำได้อยู่แล้ว คนรวยส่วนใหญ่ที่เป็นลูกค้าของ Rolls Royce มักเลือกสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของ Black Badge โดยใช้การพ่นอย่างประณีตหลายชั้น และขัดด้วยมือถึง 10 รอบ ณ Home of Rolls-Royce ในกู้ดวูด เวสต์ ซัสเซกซ์ งานทำสีที่ประณีตพร้อมงานประกอบชิ้นส่วนที่เน้นความละเอียดลออสะท้อนถึงกระบวนการทำสีที่พิถีพิถันที่สุดเท่าที่เคยมีมา ความลุ่มลึกและเคร่งขรึมของสีดำบนตัวถังของ Black Badge ใช้เฉดสีที่ตัดกันบริเวณด้านข้างตัวถัง เพิ่มความโดดเด่นคล้ายกับงานศิลปะ ด้านหน้ารถเป็นจุดที่อัตลักษณ์แห่ง Black Badge คือ สัญลักษณ์สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี หรือนางฟ้าที่กำลังโบยบิน ถูกทำขึ้นจากโครเมียมรมดำเคลือบผิวไฮกลอส ฐานของนางฟ้าถูกตกแต่งด้วยวัสดุเดียวกัน

การแปลงโฉมในรูปแบบนี้ ได้ถูกถ่ายทอดไปยังสัญลักษณ์อื่นๆ เช่น โลโก้ RR บริเวณส่วนหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ถูกเปลี่ยนเป็นลายเส้นสีเงินบนพื้นดำ ขณะที่พื้นผิวโครเมียม เช่น กรอบกระจังหน้า กรอบหน้าต่าง มือจับเปิดประตูหลังรถ บริเวณเหนือประตูหลังรถ กรอบช่องดักอากาศด้านล่าง และท่อไอเสียถูกพ่นด้วยสีเข้ม ส่วนกระจังหน้ารถแม้จะเป็นสีดำเงา ล้อแม็กซ์ลายใหม่ขอบ 22 นิ้ว รูปลักษณ์ที่คล้ายเฟืองของล้อสะท้อนพละกำลัง ล้อสีดำเงาตัดกับคาลิเปอร์เบรกสีแดง เป็นสีแดงแบบพิเศษที่ทนความร้อนได้ดีขึ้น 

ห้องโดยสารของ Black Badge ตกแต่งพื้นผิวจากการถักทอด้วยวัสดุคาร์บอน ไฟเบอร์ ลายแพทเทิร์นรูปทรงเรขาคณิต เทคนิคัลคาร์บอนแต่ละชิ้น เคลือบแลกเกอร์ 6 ชั้น ก่อนจะถูกพักไว้เป็นเวลา 72 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำมาขัดเงาด้วยมือจนเกิดผิวสัมผัสที่เรียบเนียนคล้ายกับกระจก กระบวนการทั้งหมดใช้เวลา 21 วัน ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยช่างฝีมือ เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความเงาที่สม่ำเสมอและทั่วถึง ในแต่ละชิ้นงานจากทั้งหมด 23 ชิ้น

เพดาน Starlight Headliner ลายเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์ของ Rolls Royce เช่นเดียวกันกับสัญลักษณ์สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี, กระจังหน้าแบบ Pantheon และโมโนแกรม ’RR’ การตกแต่งเพดานด้วยเทคนิคดังกล่าวใน Cullinan Black Badge สร้างบรรยากาศที่สงบเงียบภายในห้องโดยสาร แสงเรืองรองที่ส่องลงบนเบาะหนังสุดหรู เพดานที่ผลิตด้วยวัสดุหนังสีดำคุณภาพสูง ประกอบด้วยแสงสว่างจากเส้นใยไฟเบอร์ออปติกถักทอด้วยมือจำนวน 1,344 จุด เป็นภาพสะท้อนของท้องฟ้ายามราตรี โดยมีลูกเล่นดาวตกสีขาวจำนวน 8 ดวง ที่พุ่งผ่านเพดานหลากทิศทาง รวมถึงบริเวณเพดานเหนือที่นั่งด้านหน้า 

เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพยนตรกรรมสั่งผลิตพิเศษของแบรนด์ Cullinan Black Badge ยังมีออปชั่นตกแต่งด้วยสีสันสำหรับงานภายใน ลูกค้าสามารถสั่งให้ปรับแต่งได้แบบไร้ขีดจำกัด วัสดุหนังแบบใหม่สีฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) ถูกเพิ่มเข้าไปในคอลเลกชั่นสั่งผลิตพิเศษของ Cullinan Black Badge เช่นเดียวกับสีของวัสดุหนังทุกสี สีฟอร์จ เยลโลว (Forge Yellow) สามารถนำไปใช้กับที่นั่งชมวิว (Viewing Suite) หรือเสริมการออกแบบ Bespoke ของ Recreation Module ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ

องค์ประกอบสุดท้าย ได้แก่ สัญลักษณ์อินฟินิตี้ ที่ถูกปักลงบนที่พักแขนแบบพับได้บริเวณเบาะหลัง ราวกับเป็นตัวแทนของขุมพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน สัญลักษณ์อันเรียบง่ายแต่แข็งแกร่งนี้ ยังได้ถูกใช้สลักบนแผ่นโลหะเรืองแสง และบนกรอบโลหะสีเข้มของนาฬิกา ซึ่งปลายเข็มนาฬิกาสีแดงและหน้าปัดอุปกรณ์ เป็นสิ่งสะท้อนถึงพลังอันน่าเกรงขาม

กุญแจสำคัญของ Cullinan Black Badge ได้แก่ สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (Architecture of Luxury) โครงสร้างอะลูมิเนียมแบบใหม่ของ Rolls Royce เปิดตัวในรถรุ่น New Phantom โครงรถผลิตจากอะลูมิเนียม มีทั้งความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น ระบบรองรับแบบ Adaptive Air Suspension ปรับสมดุลของช่วงล่างให้เข้ากับการขับและสภาพเส้นทางแบบอัตโนมัติ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบถาวร รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ด้วยระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ

เมื่อผู้ขับกดปุ่ม ‘Low’ บนเกียร์ ก็จะสามารถสัมผัสเทคโนโลยีของ Cullinan Black Badge จากการเพิ่มขีดความสามารถของเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ V12 ความจุ 6.75 ลิตร ผ่านระบบไอเสียแบบใหม่ ความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการเพิ่มพลังขึ้นอีก 29PS รวม 592 แรงม้า เพิ่มแรงบิดขึ้นอีก 50 นิวตันเมตร เป็น 900 นิวตันเมตร ปรับแต่งระบบส่งกำลังและลิ้นเร่งแบบ Bespoke ระบบขับเคลื่อนติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อของ ZF เพลาขับทั้งหน้าหลัง ทำงานร่วมกันเพื่อปรับระดับของแรงบิดที่ถ่ายเทลงไปยังล้อทั้งสี่ตามองศาของลิ้นเร่งและแกนพวงมาลัย การเปลี่ยนแปลงด้วยการปรับระบบกันสั่นสะเทือน เป็นเทคโนโลยีเพิ่มเติมซึ่งช่วยรักษาความสมดุลให้เหมาะสมระหว่างแรงขับเคลื่อนและความนุ่มนวล ระยะแป้นคันเร่งและเบรก ถูกปรับให้กระชับขึ้น พร้อมจานเบรกที่ออกแบบให้ทนความร้อนได้สูงเป็นพิเศษ

Rolls Royce Cullinan Black Badge ราชันแห่งรัตติกาล (The King of the Night) เปิดรับจองแล้ววันนี้ถ้าคุณมีเงินมากพอก็สามารถสั่งผ่านตัวแทนจำหน่ายของ Rolls Royce ทั่วโลกได้ทันที.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Rolls RoyceROLLS ROYCE CULLINAN BLACK BADGEอาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้