ข่าว
100 year

ขายต่อไม่รอแล้วนะ MERCEDES-AMG เปิดตัวรถใหม่ในไทย 5 รุ่น

ไทยรัฐออนไลน์1 พ.ค. 2562 15:00 น.
SHARE

Mercedes-Benz Thailand ใช้พื้นที่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี เปิดตัวรถสปอร์ตสมรรถนะสูง 5 รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG เอาใจลูกค้าที่รักความเร็วและแรง ขนมาครบ ทั้งรุ่น Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé ที่เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG C 43 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ พร้อมกับระบบขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง รูปลักษณ์ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ยกระดับและเพิ่มประสบการณ์ในการขับขี่รถสปอร์ตตระกูล AMG รุ่นใหม่ล่าสุด

โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร Mercedes-Benz Thailand กล่าวว่า ครึ่งศตวรรษที่แบรนด์ Mercedes-AMG ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์รถสปอร์ตประสิทธิภาพสูง ทั้งในด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตและด้านการพัฒนารถยนต์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา แบรนด์ AMG ได้เติบโตขึ้น และมีการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยยังคงยึดถือหลักการสร้างรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนทุกสมรรถนะ – Driving Performance’ เป็นหัวใจหลักของแบรนด์ ทำให้รถยนต์ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG มียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนยอดขายทั่วโลกถึงหกหลักในปี พ.ศ.2561

สำหรับประเทศไทย เป็นปรากฏการณ์ใหม่ กับการเปิดตัว Mercedes-AMG รุ่นใหม่ล่าสุดถึง 5 รุ่น ได้แก่

1-Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé นำเข้า ราคา 9,990,000 บาท

2-Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé นำเข้า ราคา 14,990,000 บาท

3-Mercedes-AMG G 63 นำเข้า ราคา 14,790,000 บาท

4-Mercedes-AMG C 43 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 4,310,000 บาท

5-Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 5,260,000 บาท


แต่ละรุ่นมีคาแรกเตอร์และประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม โดยประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากบริษัท เดมเลอร์ เอจี ให้เปิดตัว Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การนำเสนอรถยนต์ Mercedes-AMG GT แบบคูเป้ 4 ประตู เป็นเครื่องยืนยันว่าโรงงาน AMG ที่เมืองซินเดลฟิงเก้นเป็นโรงงานผลิตและพัฒนารถยนต์หรูชั้นสูง รถยนต์ AMG รุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของทีมงานที่มีทั้งความสามารถและความเอาใจใส่ในการผลิต Mercedes-AMG ใช้ปรัชญาการผลิตเครื่องยนต์ทุกเครื่องแบบ 1 ช่างฝีมือ ต่อเครื่องยนต์ 1 เครื่อง หรือ one man, one engine” กล่าวคือ เครื่องยนต์ของ Mercedes-AMG แต่ละคันจะผลิตด้วยมือและใช้ช่างฝีมือเพียง 1 คนเท่านั้นตลอดกระบวนการประกอบ ในขั้นตอนสุดท้ายช่างฝีมือที่ประกอบเครื่องยนต์แต่ละเครื่องจะเซ็นชื่อของตนลงบนแผ่นโลหะที่ติดอยู่บนฝาครอบเครื่องยนต์เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพและมาตรฐาน ก่อนปี พ.ศ.2563 ที่กำลังจะมาถึงนี้ กลุ่มบริษัทเดมเลอร์จะลงทุนประมาณ1.5 พันล้านยูโรที่โรงงานผลิตรถยนต์ Mercedes-AMG เพื่อปรับเปลี่ยนให้โรงงานมีความทันสมัย รองรับความต้องการที่มากขึ้นในอนาคต พร้อมลงทุนเพิ่มอีก 600 ล้านยูโรเพื่อการวิจัยและพัฒนาอีกด้วย ซึ่งส่งผลให้การลงทุนในครั้งนี้มีมูลค่ารวมกว่า 2.1 พันล้านยูโร

ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด Mercedes-Benz Thailand กล่าวว่า นอกจาก Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé ที่จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกแล้ว AMG ยังนำเสนอรถยนต์อีก 3 รุ่นไฮไลต์ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากต่างประเทศอย่าง Mercedes-AMG G 63 รถยนต์ที่ถือเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์แบบออฟโรด เครื่องยนต์ V8 Twin Turbo สมรรถนะสูง สำหรับการใช้งานในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน รวมถึงรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศอีก 2 รุ่น อย่าง Mercedes-AMG C 43 4MATIC และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ ในรูปแบบของรถยนต์นั่ง 4 ประตู ปรับโฉมทั้งในด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ อัตราการใช้พลังงาน และความรู้สึกขณะขับขี่สไตล์ AMG พร้อมระบบ EQ Boost ในรถยนต์ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ พร้อมบริการ Mercedes me connect

การเปิดตัวแบรนด์ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2560
ได้รับการตอบรับและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยในปีนี้ยังคงเน้นนำเสนอรถยนต์ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ ประเดิมด้วยการเปิดตัวรถยนต์ AMG ไปแล้ว 2 รุ่น คือ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé รุ่นนำเข้า โดยยอดขาย Mercedes-AMG ในไตรมาสแรกในปีนี้เติบโตขึ้นกว่า 79% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé

Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé เป็นสมาชิกใหม่ของรถยนต์ตระกูล AMG GT พัฒนาขึ้นตามแนวคิด ชีวิตคือการแข่งขัน – Life is a race เป็นรถสปอร์ต 4 ประตูรุ่นแรกที่ AMG พัฒนาทุกกระบวนการ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความสะดวกสบาย สมรรถนะ รวมถึงตัวเลือกเพื่อการปรับแต่งได้ตามรสนิยม และนวัตกรรมยานยนต์รุ่นล่าสุด

ดีไซน์ภายนอก
Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé เป็นรถสปอร์ต 4 ประตูที่มีรากฐานมาจากทั้งรถยนต์ตระกูล SLS และ AMG GT, กระจังหน้าแบบ AMG-Specific radiator grille พร้อมตราสัญลักษณ์ aerofoil ที่สามารถยืดและหดได้ด้วยระบบไฟฟ้า, หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ดิสก์เบรก AMG high-performance ท่อไอเสียคู่แบบ Two round twin tailpipe เฉพาะของ AMG ล้ออัลลอย AMG น้ำหนักเบา ขนาด 20 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ ระบบไฟหน้า MULTIBEAM LED มีหลอดไฟ LED 84 หลอดต่อข้าง เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ยามค่ำคืนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ดีไซน์ภายใน
หน้าจอแบบ Widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 หน้าจอ พร้อมระบบ MB Audio 20 ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay™ และ Android Auto, พวงมาลัย AMG Performance แบบฐานตัดหุ้มหนัง nappa และ Touchpad แบบใหม่ ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system

Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé มีเบาะด้านหลังแบบ 3 ที่นั่ง หุ้มหนัง ARTICO ตัดสลับ DINAMICA microfibre ในขณะที่ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé มาพร้อมเบาะที่นั่งด้านหน้า แบบ AMG Performance Seats เบาะด้านหลังตกแต่งด้วยหนัง พร้อมที่นั่งเดี่ยว

นวัตกรรมและเทคโนโลยี
Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé มาพร้อมกับระบบไฮบริดจิ๋ว อีคิวบูสท์ (EQ Boost) มอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษที่เป็นตัวกลางช่วยประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับระบบเกียร์ สามารถสร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์ AMG Performance 4MATIC+ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทรักษาความสมดุลและเสถียรภาพของรถ ช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL+ ใช้ระบบ ADS+ ปรับได้ 3 ระดับตามสไตล์การขับขี่และสภาพถนน, ระบบ AMG DYNAMIC SELECT ปรับได้ 3 โหมด Sport, Sport+ และ Individual, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus), ระบบ Active Braking Assist หลีกเลี่ยงการชนกับรถยนต์คันอื่น หรือคนเดินถนนในบริเวณทางแยก, ระบบกุญแจรถยนต์ KEYLESS-GO ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) กล้อง 360 องศา 

Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé วางเครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 BI-TURBO กำลังสูงสุด 639 แรงม้า ระบบควบคุมการเลี้ยวด้วยล้อหลัง (AMG Rear Axle Steering) AMG DYNAMIC PLUS package ยางรองแท่นเครื่องยนต์และที่ยึดเกียร์แบบไดนามิก แพ็กเกจดังกล่าวมีระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตที่ปรับให้แน่นขึ้น รวมถึงระบบบังคับเลี้ยวแบบพิเศษ

Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT
9-speed ที่มีชุดคำสั่งเฉพาะที่ช่วยให้ระยะทดกำลังเมื่อเปลี่ยนเกียร์สั้นที่สุด ซึ่งทำให้ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในโหมด Sport+ และโหมด Individua


Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé
เครื่องยนต์ เบนซิน 6 สูบ แถวเรียง
ปริมาตรความจุ 2,999 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 5,800 รอบต่อนาที
อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé
เครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ
ปริมาตรความจุ 3,982 ซีซี.
กำลังสูงสุด 639 แรงม้า ที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ที่ 2,500-4,500 รอบต่อนาที
อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ราคา
Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé ราคา 9,990,000 บาท
Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé ราคา 14,990,000 บาท

Mercedes-AMG G 63

Mercedes-AMG G 63 รถยนต์ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของรถยนต์ G-Class ในตระกูล Mercedes-AMG รักษาเอกลักษณ์ และสถานะการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์หรูแบบออฟโรด

ดีไซน์ภายนอก
Mercedes-AMG G 63 ออกแบบให้สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ AMG โดยมีรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามเน้นความแข็งแกร่งสไตล์รถออฟโรด โครงสร้างตัวถังทรงสี่เหลี่ยมใช้เหล็กกล้าหลากหลายระดับ มีความทนทานและแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าโครงสร้างเดิม 55% และช่วยดูดซับเสียงรบกวนในห้องโดยสาร สปอยเลอร์ ฝากระโปรงหน้า และประตูใช้อลูมิเนียมเป็นวัสดุหลัก หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ล้ออัลลอย AMG ขนาด 21 นิ้ว 5 ก้านคู่ ไฟหน้าทรงกลมใช้ระบบ MULTIBEAM LED เทคโนโลยีขั้นสูง ไฟเลี้ยวแบบเชื่อมเข้ากับตัวถัง กันชนเสริมที่ดูดุดันเข้ากับแถบสีดำเงา ตราสัญลักษณ์ AMG สีเงิน ที่แขวนยางอะไหล่ด้านหลังพร้อมฝาปิดที่ทำจากสแตนเลสมีตราสัญลักษณ์  Mercedes-Benz แบบ 3 มิติ ด้านหน้าของตัวรถเป็นกระจังและกันชนหน้า AMG มีท่อรับอากาศด้านข้างและเก็บขอบเป็นสีเงินอิริเดียม หลังคาของรถเชื่อมต่อกับโครงสร้างตัวถังด้วยกระบวนการเชื่อมโดยใช้แสงเลเซอร์แทนที่การเชื่อมแบบอัด การเชื่อมหน้าต่างเข้ากับตัวถังโดยตรงเป็นครั้งแรกเพื่อให้ตัวถังแข็งแกร่ง

ดีไซน์ภายใน
การตกแต่งภายในแบบใหม่ เพื่อให้ห้องโดยสารมีความทันสมัยและใหญ่ขึ้น ยาวกว่าเดิม 101 มิลลิเมตร กว้างกว่าเดิม 121 มิลลิเมตร และสูงกว่าเดิม 40 มิลลิเมตร มาพร้อมหน้าปัดนาฬิกา IWC ของ AMG แผงหน้าปัดทั้งแบบ analog และแบบดิจิทัลที่ใช้หน้าจอ widescreen ขนาด 12.3 นิ้ว 2 หน้าจอที่เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียวภายในกระจกขนาดใหญ่ แสดงผลได้ 3 แบบคือ Classic, Sporty และ Progressive และแสดงภาพด้วยระบบ COMAND Online บนจอแสดงผล พวงมาลัย AMG Performance แบบฐานตัดหุ้มหนัง NAPPA ตัดสลับ DINAMICA Microfibre ขอบโค้งจับได้กระชับมือและส่วนนูนที่ช่วยบอกตำแหน่งการจับเพื่อช่วยให้ควบคุมรถได้ง่าย ช่องลมของเครื่องปรับอากาศออกแบบให้เป็นทรงกลมเพื่อรับกับไฟหน้าและชุดไฟแสดงสถานะของรถบนแผงคอนโซล มือจับบนเพดาน สวิตช์ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบช่วงล่างสีเงินโครเมียม เบาะที่นั่งทั้งหมดหุ้มหนัง nappa ปีกเบาะเสริมการปกป้องด้านข้างของผู้โดยสาร ระบบจดจำการปรับตั้งค่าเบาะที่นั่ง ระบบอุ่นเบาะทุกตำแหน่ง พนักพิงศีรษะสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า เบาะหลังพับลงได้ 3 แบบ 40-60  ติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system และระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เน้นการกระจายกำลังไปที่ล้อคู่หลังแบบ 40:60, ช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถยนต์รุ่นนี้ ปรับได้ตามสไตล์การขับขี่และสภาพถนน โดยระบบจะอ้างอิงข้อมูลต่างๆ เช่น ทิศทางและความเร็วของรถ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับได้ 3 โหมด คือ Comfort, Sport, และ Sport+, ระบบ Active Lane Keeping Assist ช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนช่องจราจรโดยไม่ได้ตั้งใจ, ระบบ Active Braking Assist ที่ช่วยหลีกเลี่ยงการชนกับรถยนต์คันอื่น หรือคนเดินถนนในบริเวณทางแยก

Mercedes-AMG G 63 มีอัตราการใช้พลังงานแบบผสมที่ 13.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบผสมที่ 299 กรัมต่อกิโลเมตร มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-speed Sport ที่มีชุดคำสั่งเฉพาะที่ช่วยให้ระยะทดกำลังเมื่อเปลี่ยนเกียร์สั้นที่สุด ช่วยให้ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในโหมด Sport+ และโหมดกำหนดเอง

Mercedes-AMG G 63
เครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ
ปริมาตรความจุ 3,982 ซีซี.
กำลังสูงสุด 585 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่ 2,500 – 3,500 รอบต่อนาที
อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ราคา
Mercedes-AMG G 63 ราคา 14,790,000 บาท

Mercedes-AMG C 43 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ
รถยนต์กลุ่ม C-Class เป็นรถยนต์กลุ่มที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของ Mercedes-AMG และมีส่วนช่วยให้ Mercedes-Benz ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน การพัฒนารถยนต์ตระกูล 43 ในปี พ.ศ.2558 นั้นถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างและสานต่อความสำเร็จของ AMG มาจนถึงปัจจุบัน ความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเสียงตอบรับจากผู้เป็นเจ้าของเป็นแรงผลักดันให้ AMG พัฒนารถยนต์ C 43 รุ่นปรับโฉมในทุกด้าน ทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะ อัตราการใช้พลังงาน และความรู้สึกขณะขับขี่สไตล์ AMG 

ดีไซน์ภายนอก
กระจังหน้า AMG ก้านคู่ตกแต่งด้วยสีเงินแบบด้าน ฝากระโปรงหน้าปรับแต่งด้วยเส้นสายใหม่ โครงสร้างบังคับทิศทางลมที่ยกตัวขึ้นจากฝากระโปรงหน้าออกแบบให้ช่วยควบคุมการไหลเวียนของลมที่ปะทะด้านหน้าของตัวรถ สเกิร์ตข้างดีไซน์ให้เข้ากับล้ออัลลอยน้ำหนักเบา แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว ช่องลมและองศาก้านล้อปรับจูนในอุโมงค์ลมเพื่อให้การไหลเวียนของอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาล้ออัลลอยนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ น้ำหนักรถและความร้อนที่ระบบเบรกที่ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและอัตราการใช้พลังงาน ฝากระโปรงหลังพร้อมกับโครงสร้างบังคับทิศทางลม ดิฟฟิวเซอร์สไตล์ใหม่ปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศด้านหลัง ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ แบบ Two round twin tailpipe look

ประตูแบบไร้ขอบ กรอบกระจกมองข้างสีดำแบบลอยตัวจากตัวถัง ขอบแต่งสีดำเงาบริเวณด้านข้างตัวรถและกรอบหน้าต่าง แต่งรอบคันด้วย AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง) เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED และ ULTRA RANGE Highbeam เหนือกว่าระบบไฟหน้า LED มาตรฐาน ปรับความสว่างและความยาวของลำแสงไฟหน้าให้ส่องได้ไกล 650 เมตร หลังคาพาโนรามิคซันรูฟระบบไฟฟ้า

ดีไซน์ภายใน
ชุดเบาะที่นั่ง AMG Sport Seats วัสดุหุ้มหนัง ARTICO ตัดสลับ DINAMICA กับคุณสมบัติการอุ่นเบาะที่ปรับได้ 3 ระดับ เสริมทั้งพนักพิงหลังและปีกทั้ง 2 ข้าง พนักพิงศีรษะที่ออกแบบเป็นพิเศษ แผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว โหมดการแสดงผล 3 แบบ คือ Classic, Sporty และ Progressive ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่ายและมีความยืดหยุ่นในการควบคุม พวงมาลัย 3 ก้านฐานตัด AMG Performance Steering Wheel หุ้มด้วยหนัง nappa ออกแบบเป็นวงโค้งอย่างสมบูรณ์แบบ คอพวงมาลัยชุบวัสดุโลหะและรองรับโหมดเกียร์ธรรมดา และ Touchpad 2 ข้าง ที่คอพวงมาลัยซึ่งเป็นอุปกรณ์ใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาในรุ่นนี้ โดยด้านซ้ายใช้ควบคุมแผงหน้าปัดและ Cruise Control ด้านขวาใช้ควบคุมระบบมัลติมีเดีย ระบบโทรศัพท์ ระบบสั่งการด้วยเสียง ระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า หน้าจอมัลติมีเดีย Apple CarPlay™ ขนาด 10.25 นิ้ว ทำงานร่วมกับ Audio 20 GPS พร้อม Touchpad และ Controller ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® ตกแต่งภายในด้วย AMG Matt Silver Glass-Fibre Mercedes-AMG C 43 4MATIC มาพร้อมกับชุดคำสั่ง AMG เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้การขับขี่มีความสปอร์ตจนถึงขีดสุด ได้แก่

หน้าจออุณหภูมิของเหลว (Warm-up) แสดงอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และแรงดันในโหมด Boost
หน้าจอการตั้งค่า (Setup) แสดงข้อมูลของโหมดการขับขี่ที่ใช้งานอยู่ การตั้งค่าระบบ กันสะเทือน โหมดการปล่อยไอเสีย การตั้งค่าระบบ ESP® และเกียร์ที่ใช้อยู่
หน้าจอแรงจี (G-Force) แสดงแรงจีปัจจุบันที่กดลงมาที่ตัวรถ เมื่อผู้ขับขี่ใช้ความเร็วใดๆ และให้คำแนะนำในการขับขี่ให้เหมาะสม
หน้าจอจับเวลา (Race Timer) สำหรับการจับเวลาโดยตัวผู้ขับขี่เอง ซึ่งสามารถจับเวลาต่อรอบพร้อมทั้งแสดงรอบที่ใช้เวลาน้อยและมากที่สุดได้พร้อมกัน รวมถึงระยะที่ขับขี่และความเร็วเฉลี่ย
หน้าจอข้อมูลเครื่องยนต์ (Engine data) แสดงแรงบิดและกำลังเครื่องยนต์แบบ กราฟแท่ง รวมถึงแรงดันในโหมด Boost
หน้าจอดิจิทัลสำหรับแสดงความเร็วและเกียร์ปัจจุบัน เมื่อเปิดการใช้งานโหมดเกียร์ธรรมดา โดยสัญลักษณ์ตัว M สีเหลืองจะปรากฏขึ้นมาที่หน้าจอ

ระบบ AMG DYNAMIC SELECT มีให้เลือก 5 โหมด คือ Comfort, Sport, Sport+, Individual และโหมดการขับขี่ใหม่ คือ Slippery เพื่อช่วยกระจายกำลังให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับสภาพถนนที่เปียกเพราะฝนหรือหิมะ

Mercedes-AMG  C 43 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ
เครื่องยนต์ V 6 สูบ
ปริมาตรความจุ 2,996 ซีซี.
กำลังสูงสุด 390 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ที่ 2,500 – 5,000 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 4.7 วินาที
ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ราคา
Mercedes-AMG C 43 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 4,310,000 บาท

Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ

ดีไซน์ภายนอก
ฝากระโปรงและช่องพาวเวอร์โดม ตกแต่งกระจกมองข้างและขอบบานกระจกด้วยสีดำ ท่อไอเสียแบบ AMG Sport exhaust system ปลายท่อไอเสียคู่แบบ 2 round twin tailpipe look สปอยเลอร์ด้านหลังบน ฝากระโปรงท้ายแบบ AMG Spoiler lip ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG  5 ก้านคู่ ขนาด 20” ตกแต่งด้วย สีดำ เทคโนโลยีไฟหน้า MULTIBEAM LED ไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเบอร์ออฟติก หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ดีไซน์ภายใน
ตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุ Metal-weave และ Black piano เบาะที่นั่งหุ้มหนังของ AMG พร้อมตราสัญลักษณ์ หุ้มหนัง ARTICO leather ตัดสลับ DINAMICA Microfibre เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พวงมาลัย AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง nappa ตกแต่งด้วย DINAMICA Microfibre เป็นพวงมาลัยนิรภัยพร้อมเพาเวอร์ปรับระดับด้วยไฟฟ้า แบบปรับน้ำหนักตามระดับความเร็ว ระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า

ระบบมัลติมีเดีย ใช้หน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ Digital widescreen cockpit ระบบ MB Audio 20 พร้อมจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay™ และ Android Auto ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system ระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี

ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยี
Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศติดตั้งระบบอีคิวบูสท์ (EQ Boost) ที่ถูกใส่เข้ามาในรถยนต์รุ่นนี้เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยในการออกตัวรถ และควบคุมการทำงานของระบบไฮบริด ระบบปรับรูปแบบการขับขี่แบบ AMG DYNAMIC SELECT สามารถเลือกใช้โหมดการขับขี่ให้สอดคล้องกับความต้องการ ระบบกุญแจ KEYLESS-GO พร้อมเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติไม่ต้องใช้มือ (HAND-FREE ACCESS) ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2-Zones ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System) ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ระบบนำทาง (navigation system) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ ระบบตรวจเช็คลมยาง (Tyre pressure monitoring system) รวมไปถึงระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension และยังมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศนี้ ได้แก่ ระบบเตรียมความพร้อมของรถยนต์ ระบบเช็กสภาพรถยนต์ ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์ทางไกล ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และระบบ Communication module (LTE) เพื่อเชื่อมต่อกับบริการ Mercedes me connect


Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ
เครื่องยนต์ เบนซิน แถวเรียง 6 สูบ
ปริมาตรความจุ 2,999 ซีซี
กำลังสูงสุด 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด520 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,800 รอบต่อนาที
อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ราคา
Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 5,260,000 บาท.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Mercedes=AMGMercedes-BenzAMGAMG G63อาคม รวมสุวรรณ

คุณอาจสนใจข่าวนี้