นับจากปี ค.ศ.1975 ที่รถ Series-3 คันแรกออกวางขายจวบจนปัจจุบัน ตัวเลข 12 ล้านคันใน 5 รุ่นคือความสำเร็จที่รถรุ่นอื่นยากจะทำลาย จากจุดเริ่มต้นของโมเดล Series-3 ด้วยรหัส e21 ไล่เรียงมาที่ e30 / e36 / e46 / e90 จนมาถึงรุ่นสุดท้ายรหัส f30 แม้ Series-3 ในปัจจุบันจะมีราคาแพงกว่าคู่แข่ง แต่สมรรถนะและประสิทธิภาพของตัวรถทำให้ราคาค่าตัวเป็นเพียงอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับนักขับที่ต้องการรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ ทุกยุคทุกสมัยตลอดระยะเวลา 40 ปี ของอายุโมเดลรถรหัส 3 จาก BMW Group ได้กลายเป็นหนึ่งในยานยนต์ที่มีผู้คนนิยมมากที่สุด สำหรับ Series-3 รุ่นที่แล้วรหัส f30 ที่ยุติสายการผลิตลงไปไม่นานมานี้ ยังคงความยอดเยี่ยมด้านการใช้งานอย่างไม่เสื่อมคลาย BMW คือค่ายรถยนต์จากเยอรมนีที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างจักรกลยานยนต์สำหรับการเคลื่อนที่เดินทางโดยมีประสิทธิภาพของตัวรถเป็นจุดขายสำคัญ ซึ่งทำให้แบรนด์รถสัญชาติเยอรมนีเจ้าของสัญลักษณ์ตราใบพัดสีฟ้า-ขาว ประสบความสำเร็จตลอดมา รถ Series-3 ทำยอดขายได้ถึง 1ใน 3 ของรถยนต์ BMW ทุกรุ่นรวมกัน รูปทรงที่งดงามของ Series-3 รหัส f30 รุ่นสุดท้ายก่อนปรับโฉมมาเป็น Series-3 รุ่นใหม่ล่าสุด รหัส G20 กาลเวลาที่ผ่านมาทั้งบนการใช้งานและการขับทดสอบสมรรถนะ รถ Series-3 ทุกรุ่นทุกเวอร์ชั่น ได้พิสูจน์ตัวเองว่ามันดีพอและมีการขับขี่ที่ไม่ได้แย่เหมือนกับรูปทรงที่ร่วมสมัยในแต่ละยุค และหากหมุนเวลาย้อนกลับไปสู่จุดกำเนิดของโมเดล 3 ก็จะพบกับการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดตลอดช่วงเวลาของการพัฒนาที่ยาวนานมาเกือบจะ 40 ปีแล้ว

...

Series-3 E21 1975-1983
ในรุ่นแรกสุดรหัส E21 นั้น ถูกสร้างขึ้นบนรูปแบบและเรือนร่างเล็กกะทัดรัดด้วยการใช้แนวทางสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู มีจุดเด่นที่กระจกมองข้างอัลลอยฝั่งคนขับ กันชนเหล็กชุบโครเมี่ยมเงาวาว ห้องโดยสารเล็กแต่โดยสารได้ดี และสมรรถนะของการขับขี่ที่ไม่เป็นรองคู่แข่ง เมื่อเปรียบเทียบกันแบบหมัดต่อหมัดกับรถเล็กขับหลังในยุคนั้น เรือนร่างที่ได้รับอิทธิพลมาจากรุ่น 2002 ถูกขัดเกลาให้มีสัดส่วนที่คมคายมากขึ้น ไฟหน้าแบบสี่ดวงหรือแบบสองดวง สัญลักษณ์ไตคู่บริเวณหน้ากระจังที่ทำจากอัลลอยชิ้นบางๆ ไฟท้ายที่ลงตัว สันหลังคาที่เล็กกะทัดรัดและเบาะโดยสารแบบสี่ที่นั่งในรถสปอร์ตคูเป้ขนาดเล็ก เจ้าหน้าฉลามคันนี้วางเครื่องยนต์ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายรุ่นตามความต้องการ เช่น 316 / 318 / 320 / 323 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ในรุ่นแรกๆ หลังจากนั้นจึงปรับการฉีดเชื้อเพลิงมาเป็นแบบหัวฉีดไฟฟ้าในช่วงท้ายของโมเดล ผลิตออกมาในปี 1975-1983 จำนวน 1,364,039 คัน


Series-3 E30 1982-1994
รุ่นที่ 2 ของ 3-Series รหัส E30 ใช้เส้นสายที่แสดงออกถึงความโค้งมนสมส่วนมากกว่ารุ่นแรก ตัวถังยังมีให้เลือกทั้ง 2 และ 4 ประตู รวมถึงแบบเปิดหลังคาในรุ่น Convertible กับ Station Wagon 5 ประตู แปะท้ายด้วยคำว่า Touring อุปกรณ์ภายในถูกปรับให้มีรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงขนาดของตัวถังให้กะทัดรัดเหมือนเดิม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพของการใช้งาน เครื่องยนต์มีทั้งแบบแถวเรียง 4 สูบในรุ่น 316 / 318i / 320i และเครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ ในรุ่น 323i-325i ตัวแรงประจำรุ่นซึ่งใช้รหัส M3 นั้นกลายเป็นคลาสสิกคาร์ที่นักเลงสะสมรถต้องการ นับเป็นครั้งแรกของโมเดล Series-3 ที่มีระบบตรวจสอบการเซอร์วิส พร้อมกันนั้นช่างในแผนกมอเตอร์สปอร์ตของ BMW ได้ให้กำเนิดรถสปอร์ตพลังสูง ตัวแรงประจำรุ่นที่ใช้รหัส M3 ในห้วงเวลาต่อมา รถ M3 E30 ได้สร้างชื่อเสียงอันโด่งดังในวงการมอเตอร์สปอร์ต ด้วยการคว้าชัยชนะในสนามแข่งขันนับครั้งไม่ถ้วน BMW Series-3 E30 ผลิตขึ้นในปี 1982-1994 ในจำนวนทั้งสิ้น 2,339,251 คัน จากความนิยมในเรือนร่างและประสิทธิภาพ ยังทำให้ M3 E30 กลายเป็นรถที่นักสะสมรถเก่าในปัจจุบันตามหาอีกด้วย

...

Series-3 E36 1990-2000
มันใหญ่ขึ้น สวยขึ้นและเริ่มเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นี่คือ Series-3 รหัส E36 หรือที่นักเลงรถในเมืองไทยเรียกกันติดปากว่ารุ่นนกแก้ว เจ้า E36 มาพร้อมกับทรวดทรงของตัวถังที่โตขึ้นในทุกมิติ และมีตัวถังให้เลือกมากมายคล้ายกับรุ่น E30 ห้องโดยสารกว้างมากขึ้นจากขนาดของเรือนร่างที่โตขึ้นในทุกสัดส่วนรวมถึงน้ำหนักตัวก็ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย เครื่องยนต์มากมายหลากหลายขนาดทั้ง 4 และ 6 กระบอกสูบ ไล่เรียงตั้งแต่รุ่น 318i ไปจนถึง 328i ส่วนรุ่นแรงสุดรหัส M3 E36 แบบ 2 ประตูคูเป้และนับเป็นครั้งแรกของรถยนต์ Series-3 สำหรับโมเดล M3 ที่มีเรือนร่างแบบซีดาน 4 ประตู รถ BMW Series-3 E36 เริ่มออกขายในปี 1990-2000 มีการผลิตขึ้นมาทั้งสิ้น 2,745,773 คัน

...

Series-3 E46 1998-2006
รูปลักษณ์ที่เคยเป็นเหลี่ยมมุมในรุ่นที่แล้ว ถูกขัดเกลาให้มีความโค้งมนมากยิ่งในสำหรับ Series-3 โมเดลที่ 4 รหัส E46 พร้อมด้วยการประดังเทคโนโลยีพวกระบบช่วยการทรงตัว ช่วงล่างปีกนกอัลลอยส่งถ่ายสัมผัสของการยึดเกาะได้เป็นอย่างดี พวงมาลัยติดตั้งสวิตช์มัลติฟังก์ชั่น กับจอคอมมาน ส่วนตัวถังที่มีให้เลือกยังคงเหมือนกับ E36 ทั้งแบบ 2 ประตูหลังคาแข็งและหลังคาผ้าใบเปิดประทุน แบบ 4-5 ประตู เครื่องยนต์เริ่มจากรุ่น 318i 4 สูบ 115 แรงม้า ไปจนถึง 330i 6 สูบ 218 แรงม้า ในยุโรปและอเมริกามีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกใช้อีกด้วย นับเป็นครั้งแรกของรถซีดานในตระกูล Series-3 ที่วางเครื่องยนต์ดีเซล รุ่นแรงสุดรหัส M3 E46 ยังมีรุ่นแยกย่อยพิเศษตามระดับของความแรงเช่น M3 CS-M3 CSL สปอร์ตน้ำหนักเบาพลังสูงที่มีกำลังมากถึง 350 แรงม้าจากโรงงาน รถ Series-3 E46 คันแรกออกสู่ท้องถนนในปี 1998 จนถึงปี 2006 จำนวนรถที่ถูกผลิตออกมาทั้งหมดรวม 2,745,773 คัน

...

Series-3 E90 2005-2011
Series-3 E90 ถือกำเนิดขึ้นในปี 2005 จากปลายปากกาของผู้อำนวยการแผนกออกแบบที่ชื่อ Chris Bangle ซึ่งเข้ามาปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ๆ ให้กับ BMW Group จนค่ายรถอื่นๆ นำไปลอกเลียนแบบในเวลาต่อมา สัดส่วนด้านบั้นท้ายที่ไม่ค่อยลงตัว ทำให้มันได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมากจากลูกค้าเก่าแก่ แต่หลังจากรุ่น E90 Minor Change ซึ่งคลอดตามออกมาสำหรับกระตุ้นตลาด ทำให้ส่วนท้ายของรถรุ่นนี้ดูลงตัวขึ้นจากการปรับแก้ไฟท้ายใหม่หมด รถ Series-3 E90 มีรูปแบบตัวถังให้เลือกมากมายตามความต้องการของลูกค้า และวัตถุประสงค์ของการใช้งานที่หลากหลาย เครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่เล็กสุดเริ่มจาก 318i ไปจนถึง 330i และมีเครื่องยนต์ดีเซลเสริมเข้ามาในรุ่น 320d - 325d 330d ส่วนรหัสร้อนในรุ่น M3 E90 ถือเป็นการกลับเข้ามาอีกครั้งสำหรับโมเดล M3 4 ประตู เครื่องยนต์ของ M3 E90 4 ประตู /E92 2 ประตูคูเป้ /E93 เปิดประทุนหลังคาโลหะพับเก็บได้ เป็นเครื่องแบบ V8 414 แรงม้า ตามด้วย M3 รุ่นพิเศษอีกหลายรุ่นที่มีราคาทะลุไปถึงหลัก 1 แสนปอนด์ รถ Series-3 E90 คันแรกวางจำหน่ายในปี 2005 จนถึงช่วงกลางปี 2011 ก่อนที่จะยุติสายการผลิต จากจำนวนการประกอบทั้งสิ้น 2,623,966 คัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมชมชอบบนตัวรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

Series-3 f30 2011-2018
ผู้อำนวยการแผนกออกแบบของ BMW Mr. Adrian Van Hooydonk ลูกศิษย์ของปรมาจารย์ Chris Bangle ปรับเปลี่ยนเส้นสายทั้งคันให้มีสัดส่วนที่โตมากยิ่งขึ้น เมื่อดูจากตัวเลขความกว้าง ความยาว และส่วนสูงแล้ว มันมีขนาดที่ใหญ่กว่า Series-5 e28 Van Hooydonk นำเอาดีไซน์ของ Series-5 รหัส F10 มาใส่ไว้แทบจะทุกจุด โดยเฉพาะด้านหน้า เช่น กระจังหน้า แนวของเสาหน้า เส้นข้างตัวถัง รวมถึงไฟท้ายที่คล้ายกับรุ่น F10 ย่อส่วน ตัวรถนั้นมีความยาวมากกว่ารุ่น E90 อยู่ถึง 93 มิลลิเมตร f30 มาพร้อมความทันสมัยด้วยเครื่องยนต์ใหม่และระบบส่งกำลังแบบ 8 สปีดของ ZF ซึ่งเป็นเกียร์ที่มีประสิทธิภาพสูง มีความหลากหลายในด้านของอัตราทดที่ครอบคลุมไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบไปจนถึงเครื่องยนต์ V8 ไล่จาก Series-1 ไปจนถึง Series-7 ต่างก็ใช้เกียร์รุ่นนี้ทั้งสิ้น Series-3 f30 มาพร้อมกับความสามารถในการขับเคลื่อน น้ำหนักที่เบาขึ้นเกิดจากส่วนผสมของโลหะเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม รูปแบบของตัวถังยังมีให้เลือกทั้งรุ่น 4 ประตู ซีดาน รุ่น 5 ประตู ทัวส์ริ่งและจีที รุ่น 2 ประตูคูเป้และรุ่น 2 ประตูเปิดประทุนแบบ Convertible รวมถึงตัวแรงอย่าง M3/M4 ที่คลอดตามออกมา เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4-6 กระบอกสูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo เร่ิมจากเครื่องเล็กสุด 116i เครื่องยนต์ 1.6 ลิตรอัดอากาศด้วยเทอร์โบ ไปจนถึง 335i เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลเริ่มจาก 320d แบบ 4 สูบเรียงเทอร์โบ ไปจนถึง 335d เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียงเทอร์โบ ปี 2018 มีการเพิ่มรุ่นย่อย 330e Plug in Hybrid เพิ่มระบบ BMW ConnectedDrive พร้อมระบบ Remote Services, บริการติดต่อผู้ช่วยส่วนตัว, ระบบ Teleservices จมาถึงปี 2019 BMW Group Thailand ยุติการจำหน่าย f30 ในไทย โดยเหลือเพียงรุ่น 320d GT M Sport เท่านั้นที่ยังคงทำตลาดอยู่ การกลับมาของ 320d GT Luxury ในราคา 2.769 ล้านบาท เพิ่มระบบ Teleservices พร้อม BMW Connected Drive 

ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา BMW Series-3 ได้พิสูจน์ถึงความนิยม หรือ “Ultimate Driving Machine” จากเอกลักษณ์ของตัวรถที่มีดีไซน์ทันสมัย สมรรถนะคล่องแคล่วว่องไว ประสิทธิภาพการขับใช้งาน นวัตกรรมล้ำยุคจนครองใจแฟน BMW มาทุกยุคทุกสมัย จนมาสู่รุ่นล่าสุดกับ BMW Series-3 G20โฉมใหม่ ที่กลับมาอีกครั้งในเจเนอเรชั่นที่ 7 กับการพัฒนาทั้งในด้านดีไซน์ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีของระบบความปลอดภัยและความสะดวกสบาย รวมไปถึงการขับขี่ในแบบไดนามิก อันเป็นหัวใจสำคัญของ BMW

BMW 320d Sport G20

ราคาจำหน่าย: 2,959,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW 330i M Sport G20

ราคาจำหน่าย: 3,359,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW new Series-3 G20 320d Sport
มาในคราบของสปอร์ตซีดานสมัยใหม่ที่ใช้ดีไซน์โฉบเฉี่ยวสะดุดตา เส้นสายที่แข็งแกร่งและคมชัด ด้านหน้าของตัวรถมาใช้กระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้นในกรอบที่เชื่อมกับไฟหน้าคู่ LED ทรงเรียวยาว สอดรับกับช่องดักอากาศรูปทรง T ด้านข้างของตัวรถใช้กรอบกระจกหน้าต่าง Hofmeister Kink เอกลักษณ์ของ BMW ออกแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกับเสา C-pillar ไฟท้ายดีไซน์ใหม่เรียวบางรูปทรง L แนวนอนสีหม่นแบบสามมิติ ท่อไอเสียแบบคู่ทำให้ท้ายรถดูกว้างกว่าเดิม

การออกแบบโครงสร้างและเทคโนโลยีแชสซีใหม่ใน new Series-3ทำให้รถมีการควบคุมที่เฉียบคมและปราดเปรียวขึ้น ประสิทธิภาพของระบบเบรกแบบใหม่ การปรับลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง และการกระจายน้ำหนักที่สมมาตรในตัวเลข 50:50 นอกจากนี้ รถ new Series-3 G20 ยังมีน้ำหนักที่เบาลงกว่ารุ่นที่แล้วมากถึง 55 กิโลกรัม จากการใช้วัสดุอลูมิเนียมในชิ้นส่วนและโครงสร้างต่างๆ เช่น กระโปรงและกันชนหน้า
มิติตัวถัง มีความยาว 4,709 มิลลิเมตร กว้าง 1,827 มิลลิเมตร สูง 1,442 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,851 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายมีความจุ 480 ลิตร

ระบบอากาศพลศาสตร์ที่ดีของ new Series-3 G20 ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการควบคุมและช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำลงแค่ 0.26 (cd 0.26) ลดลง 0.03 จากรุ่นก่อนหน้า จากระบบ Active Air Flap แผ่นปิดด้านในกระจังหน้าไตคู่เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด และการจัดระเบียบทิศทางการไหลของอากาศผ่าน Air Curtains ที่ช่วยลดแรงเสียดทานอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

BMW new Series-3 G20 รุ่น 320d Sport ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 กระบอกสูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที 320d Sport เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.8 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ส่วนรุ่นที่แรงกว่าอย่าง BMW 330i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo มีกำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ หรือมากถึง 258 แรงม้าที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550 – 4,400 รอบต่อนาที เร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.8 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งสองรุ่นรองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด COMFORT, SPORT และ ECO PRO

BMW 320d Sport รุ่นใหม่ ใส่ล้ออัลลอย 18 นิ้วลาย V Spoke ชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line ขอบหน้าต่าง ขอบช่องดักอากาศ และซี่บริเวณกระจังหน้าไตคู่สีดำเงา เช่นเดียวกับภายในที่ตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมลาย Mesheffect พร้อมพวงมาลัยและที่นั่งด้านหน้าแบบสปอร์ต

ส่วน BMW 330i M Sport ติดตั้งชุดแต่ง M Sport เสริมรูปลักษณ์ให้ดุดันมากยิ่งขึ้น ระบบช่วงล่าง ชุดเบรก และชุดแอโรไดนามิกส์ ของ M Sport ทั้งหมด รวมถึงล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้ว ลาย Double Spoke พวงมาลัยหนังแท้ M ภายในตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียม Tetragon

ห้องโดยสารได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหัวใจสำคัญ พร้อมแผงหน้าปัดและจอ Control Display ในดีไซน์ใหม่ สะดวกสบายด้วยพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังที่กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมถึงพื้นที่จุสัมภาระถึง 480 ลิตร เบาะนั่งสามารถพับได้แบบ 40:20:40 บรรยากาศหรูหราด้วยไฟ ambient light และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 ตอน

ส่วนระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ติดตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 ใน BMW 330i M Sport และทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวกับระบบ BMW Live Cockpit Professional ระบบผู้ช่วยส่วนตัวนี้สามารถรับคำสั่งจากเสียงพูดในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น สามารถเรียนรู้และจดจำกิจวัตรประจำวันและความชอบส่วนตัวของผู้ขับ ก่อนจะนำมาปรับใช้งานอย่างถูกต้อง แม่นยำ หากผู้ขับขี่รู้สึกว่าอุณหภูมิในตัวรถหนาวเกินไป ก็สามารถพูดออกคำสั่งว่า “Hey BMW, I’m cold” เพื่อให้ระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ปรับการทำงานของระบบปรับอากาศให้เหมาะสม ทั้งนี้ BMW ได้พัฒนาให้ระบบผู้ช่วยส่วนตัวนี้สามารถอัพเกรดเพื่อเพิ่มเติมคุณสมบัติและรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ๆ ในอนาคต

นอกจากนี้ BMW new Series-3 G20 3 ยังติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เช่น ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistant) ใน BMW 330i M Sport ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (Park Distance Control) ใน BMW 320d Sport รวมถึงระบบการเชื่อมต่อ BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายใน BMW 330i M Sport.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/