ตัวถังเทอร์โมพลาสติก โครงสร้างแชสซีอะลูมิเนียมบวกคาร์บอนไฟเบอร์ หลังคาเปิดประทุน! เครื่องเบนซิน 3 สูบเทอร์โบบวกมอเตอร์ 275 กิโลวัตต์ หรือ 374 แรงม้า เร่งจาก 0-100 ใน 4.4 วินาที จิบเชื้อเพลิง 42 กิโลเมตรต่อลิตร นี่คือ BMW i8 Roadster ซุปเปอร์คาร์พลังไฮบริดจาก BMW Group
...
BMW i8 รถยนต์สปอร์ตแห่งอนาคตในดวงใจของแฟนๆ กลับมาสร้างความเร้าใจอีกครั้งในสไตล์โรดสเตอร์กับ บีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster ใหม่ ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพได้อย่างล้ำสมัย ขับเคลื่อนในระบบปลั๊กอิน ไฮบริด ควบคู่กับเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู eDrive ใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถวิ่งได้นานและไกลมากขึ้น โดยไร้การปล่อยมลภาวะ
BMW i8 Roadster 2019 ราคา 12,999,000 บาท
BMW i8 เป็นโครงการสร้างรถสปอร์ตแบบปลั๊กอิน-ไฮบริด เครื่องวางกลางลำตัวของ BMW Group ที่เข้ามาสานต่อเทคโนโลยีใหม่ของระบบขับเคลื่อนแบบผสานพลังงานสองระบบบนรถซุปเปอร์คาร์ i8 รุ่นแรกถูกออกแบบและพัฒนาโดยใช้เวลาเพียงแค่ 38 เดือน เป็นโครงการสร้างรถยนต์รุ่นใหม่ที่รวดเร็วที่สุดของแบรนด์ตราใบพัด ระยะเวลาของการสร้างที่ไม่มาก กับจำนวนวิศวกรผู้ทำการวิจัยและพัฒนาเพียงน้อยนิด กับการออกแบบและลงมือผลิตรถยนต์ที่มีวิศวกรรมยานยนต์สลับซับซ้อนมากที่สุดเท่าที่ BMW เคยลงมือทำออกขาย แนวคิดใหม่ทำให้มันออกมาดูดีสุดๆ ด้วยการใช้ความแปลกแยกในด้านระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างจากรถซุปเปอร์คาร์ทั่วไป
...
...
แชสซีของ i8 ทำจากอะลูมิเนียม โดยมีโครงที่ยึดโยงเข้ากับเครื่องยนต์ 3 สูบเทอร์โบวางกลางลำ โครงแชสซีด้านหน้ายึดติดกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน โดยมีหน่วยให้พลังงานเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่วางไว้กึ่งกลางรถแบบตามยาวขั้นกลางระหว่างเพลาหน้าและเพลาท้าย เฉพาะน้ำหนักของชุดแบตเตอรี่ปาเข้าไป 100 กิโลกรัม รวมถึงมอเตอร์ไฟฟ้าและชุดไฮบริดที่มีน้ำหนักอีกร่วม 100 กิโลกรัม โครงโลหะที่ใช้ยึดคอนโซลหน้าผลิตขึ้นรูปจากแมคนีเซียม กระจกบังลมทุกบานมีความหนาลดลงเหลือ 0.7 มิลลิเมตร เปลือกตัวถังที่ใช้ห่อหุ้มโครงสร้างทำจากวัสดุพวกเทอร์โมพลาสติกน้ำหนักเบา
...
i8 Roadster 2019 ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 3 สูบ 1.5 ลิตรเทอร์โบ 231 แรงม้า วางกลางลำตัว ขับเคลื่อนล้อหลัง กับมอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูงกำลัง 143 แรงม้า เมื่อรวมทั้งสองระบบขับเคลื่อนจะได้เรี่ยวแรงถึง 374 แรงม้า เร่งจาก 0-100 ได้ในเวลา 4.4 วินาที และมีความเร็วปลาย (ล็อก) ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสามารถพิเศษของ i8 คือการวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ ไกล 35 กิโลเมตร โดยไม่มีการปล่อยมลพิษ ก่อนที่แบตเตอรี่จะหมดไฟและเครื่องยนต์ 3 สูบ 1.5 ลิตรเทอร์โบจะเข้ามาสานต่อการขับเคลื่อน i8 Roadster ใหม่ มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูงที่เพิ่มความจุจาก 20 แอมป์ เป็น 34 แอมป์ หรือเพิ่มความจุแบตเตอรี่โดยรวมจาก 7.1 เป็น 11.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งพลังด้วยด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 105 กิโลวัตต์ / 143 แรงม้า เพิ่มขึ้นจากเดิม 9 กิโลวัตต์ หรือ 12 แรงม้า มอเตอร์ไฟฟ้าเร่งความเร็วสูงสุดได้ 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัฒนาจากมอเตอร์ไฟฟ้าของรุ่นก่อนหน้าที่เร่งความเร็วได้สูงสุด 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขับขี่ด้วยโหมด eDrive และมีไฟในแบตเตอรี่มากพอ เครื่องยนต์จะไม่ทำงานจึงไม่มีการปล่อยไอเสีย มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ทำให้ i8 Roadster เร่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ ทำความเร็วสูงสุด ได้ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ ส่วนการขับขี่ในเมืองด้วยโหมดไฟฟ้าจะไม่มีการปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสียเป็นระยะทางสูงสุด 53 กิโลเมตร (EU test cycle)
เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ยังคงทรงพลังเช่นเดิมด้วยกำลัง 170 กิโลวัตต์ / 231 แรงม้า ส่งบีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster ใหม่ จาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรได้ภายใน 4.6 วินาที เพิ่มลุคสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยบีเอ็มดับเบิลยู i ขนาด 20 นิ้วลาย W-spoke เสริมจิตวิญญาณโรดสเตอร์ด้วยสัญลักษณ์ “Roadster” บริเวณท้ายรถและเสา C-pillar โครงกระจกหน้ามาในวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา พร้อมด้วยหลังคาที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าได้อย่างไร้เสียงภายในเวลา 15 วินาที ขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยหลังคาจะถูกเก็บลงในลักษณะตั้งฉาก ทำให้เพิ่มปริมาตรการเก็บสัมภาระที่ท้ายรถได้ถึงมากขึ้นถึง 100 ลิตร
มอเตอร์ไฟฟ้าในระบบขับเคลื่อน รับหน้าที่ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์และเจเนอเรเตอร์ในการปั่นกระแสไฟฟ้าไปกักเก็บยังแบตเตอรี่เพื่อสำรองพลังงาน ส่วนมอเตอร์ที่รับหน้าที่หมุนล้อคู่หน้าสำหรับการขับเคลื่อนมีขนาดกำลัง 96 กิโลวัตต์ กับแรงบิดที่ไม่มีการรอรอบใดๆ ทั้งสิ้นที่ 184 ปอนด์-ฟุต ส่งถ่ายตรงๆ ลงไปยังล้อขับเคลื่อนคู่หน้า มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถทำงานอย่างต่อเนื่องหากมีกระแสไฟพอเพียง เมื่อความเร็วของตัวรถเกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์ 3 สูบเทอร์โบจะเข้ามารับช่วงการขับเคลื่อนต่อ เครื่องยนต์ตัวจิ๋วประสิทธิภาพเหลือร้ายตัวนี้มีอัตราส่วนแรงม้าต่อลิตรที่ 152 แรงม้า/ลิตร ด้านหลัง มอเตอร์ไฟฟ้าตัวที่ 2 ติดตั้งอยู่กับฟลายวีล มอเตอร์ที่ใช้เป็นตัวปั่นกระแสไฟมีขนาด 11 กิโลวัตต์ โดยรับหน้าที่เป็นไดสตาร์ตไปในตัว เมื่อผู้ขับเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ มอเตอร์ตัวนี้จะหมุนเร่งรอบ และทำตัวเหมือนกับฟลายวีลของรถแข่ง ระบบเกียร์เป็นแบบ 6 สปีดออโตที่มีอัตราทดค่อนข้างกระชับและไว การออกแบบที่ดีในแง่มุมของวิศวกรรมชั้นสูง ด้วยการวางมอเตอร์ แบตเตอรี่และเครื่องยนต์ให้อยู่ในช่วงของฐานล้อและติดตั้งอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ส่งผลไปถึงการตอบสนองต่อการควบคุมที่ว่องไวปราดเปรียว เหมือนกับซุปเปอร์คาร์เครื่องวางกลางชั้นดีจากอิตาลี
ในบางแง่มุมของเครื่อง 3 สูบเทอร์โบ ประสิทธิภาพของการให้กำลังในรูปของแรงบิดนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม เครื่องยนต์ 3 สูบแบบแถวเรียง มีปริมาตรความจุแค่ 1499 ซีซี 12 วาล์ว อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ให้กำลัง 228 แรงม้าที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดจากเครื่องวัดได้ 236 ปอนด์-ฟุต ที่ 3,700 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังที่ล้อหน้าผ่านมอเตอร์ใช้เกียร์แบบ 2 สปีดออโต ส่วนชุดส่งกำลังจากล้อหลังผ่านเครื่องยนต์เป็นเกียร์ 6 สปีดออโต ระบบรองรับด้านหน้าเป็นแบบดับเบิลวิชโบน ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ ตัวเลขอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักหน้า 48% หลัง 52% น้ำหนักตัวรถทั้งคันที่ 1.5 ตัน ตัวเลข 228 แรงม้าที่เป็นย่านกำลังของเครื่อง 3 สูบนับว่าสูงมาก มอเตอร์สตาร์ตและไดชาร์จขับเคลื่อนด้วยสายพานใต้ท้องบริเวณกึ่งกลางลำตัว ซึ่งเป็นที่อยู่ของแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน แบตฯ มีประสิทธิภาพสูงมาก ออกแบบมาเพื่อการชาร์จกระแสไฟเข้าอย่างรวดเร็ว โดยสามารถชาร์จกำลังไฟ 80% ในสถานีจ่ายไฟด้วยระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ความเบาของตัวรถทำให้ i8 วิ่งได้โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ที่ความเร็วไม่เกิน 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไกล 35 กิโลเมตร เมื่อขับอยู่ในโหมดมอเตอร์ล้วน ระบบเกียร์แบบ 2 สปีดที่ล้อขับเคลื่อนคู่หน้าจะอยู่ในอัตราทดต่ำ มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนที่ล้อหน้าสามารถปั่นพลังแรงบิดที่ย่านความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยอัตราทดเกียร์สูงได้โดยไม่ทำให้รอบของการหมุนสูงมากจนเกินไป ระบบจัดการแรงบิดทั้งหน้าและหลัง จะผสานการทำงานถ่ายเทแรงบิดแบบอัตโนมัติ และเป็นชิ้นส่วนที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนมากที่สุดของ BMW i8 Roadster
การออกแบบโดยใช้เทคโนโลยี BMW EfficientLightweight และนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย ยังเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างหลังคาเปิดประทุนแบบผ้าของบีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster ใหม่ เช่นชิ้นส่วนอลูมิเนียมที่เชื่อมต่อกลไกการเปิดปิดหลังคาเข้ากับตัวรถ ซึ่งผลิตขึ้นด้วยเทคนิคการพิมพ์แบบสามมิติ อันถือเป็นการบุกเบิกเทคโนโลยีด้านการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการผลิตโครงสร้างยึดเกาะที่เชื่อมต่อกันในรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยกระบวนการหล่อขึ้นรูปในแบบดั้งเดิม ขณะที่การพิมพ์แบบสามมิตินี้ ยังช่วยให้ชิ้นส่วนดังกล่าวมีคุณสมบัติครบครัน ทั้งในด้านความแข็งแกร่งและน้ำหนักที่เบา
BMW i8 Roadster พร้อมเทคโนโลยี BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่อสื่อสารกับโลกภายนอก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่อื่นๆ เช่น ระบบจอภาพแสดงข้อมูลการขับขี่ (BMW Head-up Display) ระบบแผนที่นำทางรุ่น Professional กุญแจรีโมตระบบสัมผัส (BMW Display Key) ระบบ Driving Assistant ระบบไฟหน้า BMW Laserlight และระบบสร้างเสียงจำลองเพื่อให้ผู้ใช้ทางเท้าได้ยิน.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/