Lexus New ES ยานยนต์ซีดานสุดหรูเจนเนอเรชั่นล่าสุด เดินทางมาถึงโมเดลที่ 7 กับโฉมใหม่ที่คล้ายการนำรถเรือธงอย่าง Lexus New LS มาย่อส่วนให้มีความเป็นสปอร์ตซีดานมากยิ่งขึ้น การยกเลิกสายการผลิตรุ่น GS จากยอดขายที่ไม่ค่อยสวยหรู ทำให้ผู้บริหารของ Lexus ตัดสินใจหันมาเน้นรถขับหน้าตัวขายอย่างรุ่น ES  แพลตฟอร์มใหม่ GA-K Global Architecture -K มีการปรับขยายขนาดของตัวถังเพื่มขึ้นไม่มาก New ES ยาวขึ้นอีก 65 มิลลิเมตร ความสูงลดลงนิดเดียวแค่ 5 มิลลิเมตรแทบจะไม่เห็นความแตกต่าง ส่วนความกว้างเพิ่มขึ้น 45 มิลลิเมตร กว้างกว่าเดิมหน่อยเดียว ความยาวของฐานล้อบวกเพิ่ม 50 มิลลิเมตร เพื่อลบสัมผัสของรถขับหน้าออกไปให้หมด ซึ่งก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบหากไม่เข้าโค้งแรงจริงๆ ก็ไม่รู้ว่านี่คือรถขับเคลื่อนล้อหน้า

...

...

อย่างที่เคยบอกว่าหน้าตาของ Lexus ยุคใหม่นั้นเหมือนกันจนแยกแทบไม่ออก หากไม่ใช่นักเลงรถที่คอยติดตามข่าวสารก็จะไม่รู้เลยว่านี่มัน Lexus รุ่นอะไร? หน้าตาของ New ES คล้ายกับ New LS แต่มีขนาดที่เล็กกว่า และไม่หรูหราเท่ากับรุ่นพี่ที่เป็นรถรุ่นเรือธงของค่าย ไฟหน้าแบบ LED มีไฟเลี้ยวทรงหัวลูกศร เอกลักษณฺ์ของรถ Lexus ยุคใหม่อยู่ใต้กรอบไฟหน้า กระจังหน้าเต็มไปด้วยรายละเอียดถี่ยิบ แต่ล้างทำความสะอาดได้ยาก สปอยเลอร์หน้าปิดคลุมส่วนหน้าทั้งหมดของ ES เชื่อมโยงกับกระจังอย่างสวยงามโดยเฉพาะรุ่น F-Sport ล้ออัลลอยตัวขายในอเมริกาประจำการตามรุ่นแยกย่อย เริ่มจาก 17 นิ้วไปจนถึง 19 นิ้ว ด้านข้างตัวถังไหลลื่นไม่มีอะไรที่ทำให้สะดุดเมื่อเล็งจากทรงด้านข้าง กรอบกระจกประตูเดินเส้นโครเมียม กระจกมองข้างสีดำมีไฟเลี้ยว LED อยู่ภายใน ไฟท้ายคล้ายกับ Lexus GS แต่เฉียบคมขึ้นเล็กน้อย เป็นไฟท้าย LED บวกไฟเบรกดวงที่สามบริเวณกึ่งกลางของกระจกบังลมบานหลัง สปอยเลอร์หลังมีมิติบริเวณใต้ไฟท้ายเพื่อยกเส้นคมๆ ของสปอยเลอร์หลังให้ลงตัว ท่อระบายไอเสียโครเมียมฝั่งละท่อ ใต้ฝาท้ายยังใส่ถุงกอลฟ์ได้เยอะเหมือนเดิม เป็นจุดขายที่สำคัญในการทำตัวเป็นซีดานหรูไซส์กลางที่เข้ามาเสียบแทน Lexus GS

...

...

ภายในของ Lexus ยังคงติดกลิ่นรถญี่ปุ่นอยู่บ้าง ไล่จากแดชบอร์ดทรงเหลี่ยม พวงมาลัยสามก้านแบบสปอร์ตพร้อมสวิตช์มัลติฟังก์ชั่น จอมอนิเตอร์กลางใหญ่โตมโหฬารถึง 12.3 นิ้ว สูสีกับความยาวจอภาพของ New E-Class ใช้ลูกเล่นใหม่ด้วยการฝังนาฬิกาแบบเข็มลงไปบนจอกันเลยทีเดียว ระบบควบคุมอุณหภูมิดิจิตอลแบบใหม่

ภายในของ New ES350 รุ่น F-Sport ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยเบาะหนังแท้สีแดงพร้อมระบบอุ่นหรือทำความเย็นให้กับตัวเบาะ แดชบอร์ดเดินเส้นด้วยงานอัลลอย เย็บหนังที่ใช้หุ้มด้วยด้ายสีแดง แป้นคันเร่ง เบรกและที่พักเท้าอัลลอย ซุ้มเกียร์มีหน้าตาคล้ายๆ รุ่นที่แล้ว Lexus ยังคงใช้หัวเกียร์ทรงประหลาดเหมือนเดิมแต่จับได้กระชับมือ ส่วนระบบควบคุมและสั่งงานจอภาพมอนิเตอร์กลางเพื่อปรับตั้งค่าต่างๆ ของรถยังคงเป็นรอง MMI ของ Audi / iDRIVE ของ BMW / Comand Controller ของ Mercedes Benz เรียกว่ายังคงตามหลังอยู่เล็กน้อย แป้นควบคุมที่ใช้งานได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร ทำให้การควบคุมไม่รวดเร็วดั่งใจ ส่วนระบบเสียงยังคงจัดเต็มเหมือนเดิมในรุ่น F-Sport ด้วยเครื่องเสียงราคาแพง mark levinson sound system อัดลำโพง 17 ตำแหน่ง คมชัดเสนาะหูสุดๆ สำหรับลูกค้าผู้บริหารที่ชอบฟังเพลง

เครื่องยนต์ของ Lexus New ES มีให้เลือกทั้งเบนซินแถวเรียง 4 สูบพร้อมระบบไฮบริด กับเบนซินแบบ V6 3.5 ลิตร ในรุ่นสูงสุด โดยไม่มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกเหมือนเดิม รุ่นไฮบริดมีเรี่ยวแรง 215 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์สายพาน continuously-variable transmission (CVT) ที่ฝังมอเตอร์เสริมแรงไว้ภายใน 

เริ่มจาก Lexus ES300h Hybrid วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว VVT-iW ความจุ 2.5 ลิตร ผสานการทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝังเอาไว้ในเกียร์ที่มีกำลัง 15 แรงม้า Lexus รู้ดีว่าระบบ Plug in Hybrid ยังมีประสิทธิภาพไม่มากพอที่จะทำให้ประหยัดก็เลยเล่นกับไฮบริดแบบเพียวๆ โดยไม่มีระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ ทำอัตราสิ้นเปลืองได้หรูหราถึง 18 กิโลเมตรต่อลิตร 

รุ่นสูงสุดของ New ES คือ 350 F-Sport จัดเครื่องยนต์ไซส์โตแบบ V6 3.5 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ กำลัง 268 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังวางเกียร์ขับหน้า 8 สปีด แบบ sequential-shift automatic Electronically Controlled Transmission with intelligence (ECT-i) เร่งจาก 0-100 ใน 7.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

นอกจากแชสซีใหม่ ช่วงล่างของ New ES มีการปรับปรุงใหม่หมดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงการกระจายน้ำหนักในรุ่นไฮบริด เนื่องจากเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า แต่ต้องขับแล้วได้อารมณ์รถขับหลังเพื่อต่อสู้กับคู่แข่งจากเยอรมนี พวงมาลัยไฟฟ้าเซตใหม่เพื่อยกระดับของการควบคุมให้ดีกว่ารุ่นที่แล้ว รุ่น ES350 F-Sport มีช่วงล่างแบบ Adaptive ที่ปรับตั้งได้ติดตั้งมาให้จากโรงงานเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงยังมีโหมดขับเคลื่อน Drive Mode Select System ให้เลือก เช่น ECO / Comfort / Sport / Sport+ 

Lexus New ES จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีกไม่นานนับต่อจากนี้ หลังจากการสิ้นสุดลงของ Lexus GS ซีดานไซส์กลางขับหลังรุ่นพี่ที่มีช่วงล่างขั้นเทพ หน้าที่ในการสานต่อความสำเร็จจึงตกเป็นของ New ES ไปโดยปริยาย Lexus New ES จึงเป็นรถขับหน้าที่พยายามต่อสู้กับรถยุโรปขับเคลื่อนล้อหลังโดยใช้ไม้เด็ดด้วยราคาถูกกว่า พร้อมอัดความหรูหราของรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในกับประสิทธิภาพของการขับขี่ที่ดีขึ้นสำหรับเวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหน้า เป็นทีเด็ดในการต่อสู้กับรถคู่แข่งจากยุโรป เร็วๆนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Lexus ในประเทศไทย ด้วยแผนงานที่วางเอาไว้ในการดึงลูกค้าให้กลับคืนมาด้วยราคาที่เร้าใจ ส่วนผลลัพท์จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามต่อไปครับ.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-5253692475053