ข่าว
100 year

ชาร์จ 4 ชั่วโมง วิ่ง 280 กิโลเมตร ขายแล้วในไทย HYUNDAI IONIQ ELECTRIC

ไทยรัฐออนไลน์4 เม.ย. 2561 14:05 น.
SHARE

HYUNDAI IONIQ ELECTRIC 
Ioniq Electric เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่มีระบบขับเคลื่อน 3 รูปแบบใน 1 รุ่น ได้แก่ ไฮบริด, ปลั๊กอิน ไฮบริด และอีวี จุดประสงค์ของการสร้าง Ioniq ออกมาขายก็คือ การทำตัวเป็นรถยนต์ที่มีมลพิษต่ำหรือปราศจากมลพิษ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน รวมถึงการออกแบบที่เรียบง่าย ทันสมัยจากเทคโนโลยีที่รองรับการขับใช้งาน, การเชื่อมต่อ และระบบความปลอดภัย งานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 Hyundai Motor Thailand ได้นำรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ Ioniq Electric เข้ามาขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเปิดจองเป็นเจ้าของสำหรับคนที่สนใจในราคา 1,749,000 บาท

Hyundai Ioniq Electric ได้รับการออกแบบโดยเน้นที่ปัจจัยหลัก 2 อย่าง คือ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพ ทำให้มีบุคลิกของความเป็นรถยนต์แห่งอนาคต รูปทรงเรียบง่ายแบบรถแฮตช์แบ็ก การออกแบบตัวถังส่วนต่างๆ เช่น ช่องดักลมที่ล้อคู่หน้า, สปอยเลอร์ด้านหลัง, ดิฟฟิวเซอร์ ชายล่างประตูทั้งสี่บาน แผ่นปิดใต้ท้องรถ รวมถึงล้ออัลลอย ออกแบบโดยคำนึงถึงหลักแอร์โรไดนามิกส์ ให้อากาศสามารถไหลผ่านตัวรถได้อย่างสะดวกตามหลักอากาศพลศาสตร์ และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.24 (cd 0.24) การลดน้ำหนักด้วยวัสดุมวลเบาอย่างอะลูมิเนียมที่ฝากระโปรงหน้า และฝาท้าย ทำให้ลดน้ำหนักได้มากถึง 12.4 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเหล็กทั่วไป

Ioniq Electric เป็นรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า กระจังหน้าออกแบบในลักษณะปิดทึบ เนื่องจากไม่มีความจำเป็นจะต้องทำเป็นช่องรับอากาศเพื่อการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ กระจังหน้าสีเทาเข้ม ไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน LED Daytime Running Lights ไฟหน้าและไฟท้าย LED ชายกันชนด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งชายประตูทั้ง 4 บาน ตกแต่งด้วยสีทองแดงเพื่อสื่อถึงความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

ภายในของ Ioniq Electric ถูกออกแบบด้วยแนวคิด ‘Purified High-Tech’ ที่เน้นถึงความเรียบง่ายและใช้งานได้จริง ใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยลง มีผิวสัมผัสที่เรียบลื่น วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ผ้าหลังคาและพรมที่มีส่วนผสมจากต้นอ้อย สีพ่นตัวถังที่มีส่วนผสมของน้ำมันถั่วเหลือง เพื่อให้มีประกายของเม็ดสีที่สวยงาม, แผงประตูที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ผสมกับผงไม้และหินจากภูเขาไฟ บริเวณช่องแอร์, คอนโซลกลาง, พวงมาลัย และเบาะนั่งสีส้มทองแดง ซึ่งเป็นสีที่เปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในรถยนต์ ได้แรงบันดาลใจจากทองแดงที่อยู่ในคอนดักเตอร์ของระบบไฟฟ้า

เมื่อปลดล็อกรถด้วยระบบ Smart Entry ระบบ Welcome Function จะทำงาน ด้วยการสั่งให้ไฟหน้าและไฟท้ายสองสว่าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะจอดรถในที่มืด เมื่อเปิดประตูรถ เบาะที่นั่งคนขับ จะปรับเลื่อนถอยหลังอัตโนมัติ เพื่อให้เข้าสู่ตำแหน่งที่นั่งขับ เบาะที่นั่งคนขับปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมที่ดันหลังแบบไฟฟ้า (Lumbar Support) พร้อมระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า

ห้องโดยสารของ Ioniq Electric มีความกว้างเหมาะสมกับรูปแบบของการใช้งาน โดยเฉพาะที่นั่งของผู้โดยสารตอนหน้า ซึ่งมีความโปร่งและกว้างเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบเกียร์ ถูกออกแบบให้เป็นแบบระบบปุ่มกด หรือ shift by wire ซึ่งถูกติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง โดยเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยระบบสัมผัส ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold ช่วยหยุดรถชั่วขณะในสภาพการจราจรติดขัด และระบบ wireless charging สามารถชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ ด้วยการวางโทรศัพท์บริเวณช่องชาร์จด้านซ้ายของปุ่มเลือกตำแหน่งเกียร์ ระบบให้ความบันเทิงควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว พร้อมฟังก์ชันเพื่อความบันเทิง เช่น วิทยุ พร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, ช่องต่อระบบ USB และ AUX

หน้าปัดแสดงการทำงานของระบบต่างๆ บริเวณคนขับ เป็นหน้าปัดความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว แบบ TFT แสดงข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ของรถยนต์ เช่น ระยะทางที่สามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง, ระดับพลังงานของแบตเตอรี่ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ของตัวรถที่จำเป็นต่อการขับขี่ โดยเลือกดูได้ผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยหน้าปัดนี้ และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ ตามรูปแบบการขับขี่ ฟังก์ชันจอแสดงผลเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ ผ่านปุ่ม ‘drive mode’ บริเวณคอนโซลกลาง มีโหมดขับเคลื่อนให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal และ Sport

โหมด Eco หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ และแถบสีเขียวบริเวณตัวเลขความเร็ว พร้อมไฟแสดงสถานะโหมด Eco สีเขียว


โหมด Normal หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ จากแถบสีเขียวในโหมด Eco จะถูกเปลี่ยนเป็นแถบสีเทา และไม่มีไฟแสดงสถานะโหมด Normal

โหมด Sport หน้าปัดจะถูกเปลี่ยนจากมาตรวัดความเร็ว เป็นมาตรวัดแสดงสถานะกำลังการขับเคลื่อนของรถจาก 0 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ในรูปแบบอนาล็อกพร้อมแถบสีแดง ตรงกลางจะแสดงความเร็วแบบตัวเลขดิจิตอล ที่จะถูกไล่ลำดับขึ้นไปตามความเร็วของรถยนต์

ระบบปรับอากาศภายในรถยนต์เป็นแบบ Dual Zone ที่เลือกปรับอุณหภูมิแยกอิสระ ควบคู่กับการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น Hyundai Ioniq Electric ใช้ระบบปรับอากาศที่สามารถเลือกให้ลมออกจากช่องปรับอากาศเฉพาะผู้ขับขี่อย่างเดียวได้ โดยกดปุ่ม ‘driver only’ ที่บริเวณแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศ

ระบบขับเคลื่อนของ Hyundai Ioniq Electric เป็นการขับเคลื่อนโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร กำลังสูงสุด 120 แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ผ่านปุ่มกดบริเวณคอนโซลกลาง โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง

แบตเตอรี่ที่ใช้สำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนนั้น เป็นแบตเตอรี่แบบลิเทียม-ไอออน โพลิเมอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพการชาร์จ มีหน่วยความจำรอบการชาร์จไฟที่น้อยกว่า เพื่อเทียบกับแบตเตอรี่แบบนิกเกิล เมทัล ไฮดราย แบตเตอรี่ขนาด 28 kWh ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาในการชาร์จไฟแบบปกติอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที โดยประมาณ และการชาร์จไฟแบบ quick charge อยู่ที่ 30 นาทีโดยประมาณ ด้วยกำลังการชาร์จไฟขนาด 50 kW และ 23 นาทีโดยประมาณ ด้วยกำลังการชาร์จไฟขนาด 100 kW แบตเตอรี่ติดตั้งบริเวณใต้เบาะนั่งของผู้โดยสารตอนหลังและมีพื้นที่บรรจุสัมภาระ 650 ลิตร

เทคโนโลยีใหม่กับระบบ regenerative braking system ควบคุมได้ด้วยปุ่ม paddle shift บริเวณด้านหลังพวงมาลัย มีทั้งหมด 4 ระดับ โดยแต่ละระดับ จะเป็นระดับการนำพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่จากมากไปน้อย เมื่อกดปุ่ม paddle shift รถยนต์จะลดความเร็วโดยอัตโนมัติ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อให้ระบบ regenerative braking system ทำงาน และนำกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ 

ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท ผลิตจากอะลูมิเนียม ช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชันบีม Ioniq Electric มีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย ระบบ Blind Spot Detection ตรวจจับรถในจุดอับสายตาขณะขับขี่ ทำงานควบคู่กันกับระบบ Lane Change Assist ช่วยตรวจจับรถในเลนด้านข้างในขณะที่กำลังจะเปลี่ยนเลน ทำงานร่วมกับระบบ Rear Cross Traffic Alert ในขณะที่กำลังจะถอยรถออกจากที่จอดรถ ระบบจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือคนเดินเท้า หากมีวัตถุเคลื่อนไหวบริเวณด้านหลังรถ ระบบจะทำการแจ้งเตือนผู้ขับเพื่อความปลอดภัยขณะถอยรถ

ระบบ Lane Departure Warning (LDW) ใช้กล้องที่อยู่บริเวณด้านบนตรงกลางของกระจกบังลมหน้า ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร หากรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ ให้นำรถกลับเข้าสู่ช่องจราจรเดิม ระบบ Lane Keeping Assist (LKA) ที่ใช้กล้องตัวเดียวกัน ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร เมื่อรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะสั่งการให้หักพวงมาลัยกลับมาในช่องจราจร ระบบ Smart Cruise Control (SCC) หรือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบจะทำงานโดยใช้เรดาร์ที่อยู่บริเวณโลโก้บนกระจังหน้า ในการรักษาระดับความเร็วแบบแปรผัน ตามความเร็วของรถที่อยู่ด้านหน้า และผู้ขับขี่ ยังเลือกระดับการรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้าเพื่อความปลอดภัย

ระบบ Forward Collision Warning แจ้งเตือนผู้ขับเมื่อขับรถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป หากตรวจพบว่าผู้ขับไม่เหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ ระบบ Autonomous Emergency Braking System (AEB) ที่จะช่วยเบรกรถอัตโนมัติ ในกรณีที่ผู้ขับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองในขณะที่รถกำลังเข้าใกล้รถคันข้างหน้า หรือในกรณีที่คนเดินถนนเดินตัดผ่านหน้ารถในระยะกระชั้นชิด กล้องบริเวณด้านบนกระจกบังลมหน้า และเรดาร์บริเวณกระจังหน้า จะทำหน้าที่ตรวจจับวัตถุและคนเดินถนน และจะสั่งการให้รถหยุดโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

Hyundai Ioniq electric ราคา 1,749,000 บาท

Hyundai H-1 Black Series 
H-1 Black Series เป็นรถ MPV รุ่นพิเศษ ตกแต่งแบบสปอร์ตเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ โดยใช้โทนสีดำ เริ่มตั้งแต่ตัวถังรถสีดำ Timeless Black, กระจังหน้า และคิ้วไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบรมดำ, ล้ออัลลอยแบบ Y Spoke Design 17 นิ้ว สี Hyper Black, คิ้วป้ายทะเบียนด้านหลังแบบรมดำ สัญลักษณ์พิเศษ ป้ายชื่อรุ่น Black Series บริเวณฝาท้าย พร้อมสติกเกอร์คาดบริเวณด้านข้างตัวถังรถ สัญลักษณ์ 10 ปี Hyundai

ภายในหรูหราแบบทูโทนเบาะหนังสีเบจทุกที่นั่งตัดเย็บอย่างประณีต เดินด้ายแบบตะเข็บคู่ แผงประตูคู่หน้าเดินด้ายแบบตะเข็บคู่ คอนโซลหน้า ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ หัวเกียร์และพวงมาลัยหุ้มหนังสีดำ, ระบบความบันเทิงหน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 7 นิ้ว เครื่องเล่น DVD รองรับระบบ Apple Car Play หน้าจอมอนิเตอร์ขนาด 10.1 นิ้ว จำนวน 2 จอ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง สามารถแยกการใช้งานระหว่างสองด้านได้อย่างอิสระ แบบ Dual Zone ผ่านหูฟังระบบอินฟราเรด ป้ายชื่อรุ่น Black Series บริเวณด้านล่างจอสัมผัสด้านหน้า พรมปูพื้นเฉพาะรุ่นพร้อมสัญลักษณ์ Black Series

Hyundai H-1 Black Series ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล ขนาด 2.5 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบคอมมอนเรลไดเร็คอินเจ็คชั่น CRDI ระบบอัดอากาศติดตั้งเทอร์โบแปรผัน VGT ชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 175 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 441 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด มีระบบ Sequential Shift พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, กล้องมองหลังที่ช่วยให้การถอยจอดสะดวกยิ่งขึ้น, ไฟสำหรับส่องสว่างภายในห้องโดยสารด้านหลังปรับได้ 6 สี.

Hyundai H-1 Black Series ราคา 1,579,000 บาท

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยานยนต์รถยนต์Hyundai Ioniq ElectricHyundai H-1 Black Seriesอาคม รวมสุวรรณ

คุณอาจสนใจข่าวนี้