เปิดข้อควรระวังรถยนต์ไฟฟ้าถูกน้ำท่วม แนะงดเปิดระบบรถ ทดลองขับ และเสียบชาร์จ จนกว่าช่างจะตรวจสอบ ย้ำแม้น้ำลดและรถดูปกติ ก็อาจมีความเสียหายซ่อนอยู่ หากพบควัน ความร้อน หรือเสียงปะทุ ให้ถอยห่าง 

รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ที่ถูกน้ำท่วมจนแช่น้ำ หรือสงสัยว่าน้ำเข้าสู่ระบบไฟฟ้า จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้งาน โดยเจ้าของรถไม่ควรทดลองเปิดระบบ ขับรถ หรือเสียบชาร์จ เพราะความเสียหายบางอย่างอาจมองไม่เห็นจากภายนอก แม้น้ำจะลดลงแล้วก็ตาม

สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NHTSA ระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมอาจมีอันตรายจากระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ขณะที่แบตเตอรี่ซึ่งได้รับความเสียหายอาจปล่อยก๊าซที่เป็นพิษหรือติดไฟ และเกิดเพลิงไหม้ได้ทั้งทันทีหรือภายหลัง จึงควรติดต่อผู้จำหน่าย ศูนย์บริการ หรือหน่วยฉุกเฉินเมื่อสงสัยว่าแบตเตอรี่เสียหาย

น้ำกำลังท่วม ให้ความปลอดภัยของคนมาก่อนรถ

หากทราบล่วงหน้าว่าพื้นที่จอดรถมีความเสี่ยงน้ำท่วม ควรย้ายรถไปยังพื้นที่สูงหรือจุดที่ปลอดภัย ขณะที่รถยังไม่ถูกน้ำท่วมและเส้นทางยังสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย แต่หากรถแช่น้ำแล้ว ไม่ควรทดลองเปิดระบบเพื่อขับออกจากพื้นที่ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินและจัดการเคลื่อนย้าย

กรณีน้ำขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมีกระแสน้ำไหลแรง ให้ความสำคัญกับการออกจากพื้นที่อันตรายก่อน ไม่ควรย้อนกลับไปเก็บทรัพย์สินหรือพยายามกู้รถด้วยตนเอง

หากรถกำลังชาร์จและน้ำเริ่มท่วมบริเวณเครื่องชาร์จ ไม่ควรลุยน้ำเข้าไปดึงหัวชาร์จหรือสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรให้ผู้มีความรู้จัดการตัดไฟจากจุดที่แห้งและปลอดภัย

หลังน้ำลด อย่าเปิดรถ–อย่าชาร์จ รอช่างตรวจสอบ

เจ้าของรถไม่ควรเปิดระบบรถเพื่อทดสอบว่าใช้งานได้หรือไม่ รวมถึงไม่ควรทดลองขับหรือเสียบชาร์จ จนกว่าศูนย์บริการหรือช่างที่ผ่านการอบรมด้านรถยนต์ไฟฟ้าจะตรวจสอบและยืนยันความปลอดภัย

ห้ามถอดแบตเตอรี่หรือยุ่งกับสายไฟแรงดันสูงเอง

ไม่ควรถอดชุดแบตเตอรี่ ขั้วต่อ หรือสายไฟแรงดันสูงด้วยตนเอง โดยเฉพาะสายไฟสีส้มและอุปกรณ์บริเวณชุดแบตเตอรี่ใต้ท้องรถ ให้ถือว่าระบบแรงดันสูงยังมีพลังงานอยู่ แม้รถจะดับหรือไม่สามารถเปิดใช้งานได้

การถอดแบตเตอรี่ 12 โวลต์ ไม่ได้ทำให้พลังงานภายในแบตเตอรี่ขับเคลื่อนหมดไป จึงไม่ควรใช้วิธีดังกล่าวเป็นหลักประกันว่ารถปลอดภัยสำหรับการตรวจหรือซ่อมด้วยตนเอง

แจ้งประกัน เก็บหลักฐานจากจุดปลอดภัย

หลังเกิดเหตุ ควรติดต่อบริษัทประกันภัยและศูนย์บริการโดยเร็ว พร้อมถ่ายภาพสภาพรถ ระดับน้ำ และรอยคราบน้ำจากบริเวณที่เข้าถึงได้อย่างปลอดภัย เพื่อประกอบการประเมินความเสียหาย

ข้อมูลที่ควรบันทึกเพิ่มเติม ได้แก่ ระยะเวลาที่รถแช่น้ำ ระดับน้ำสูงสุด เป็นน้ำจืด น้ำกร่อย หรือน้ำทะเล รวมถึงขณะเกิดเหตุรถกำลังชาร์จอยู่หรือไม่ โดยไม่ควรเข้าใกล้รถเพื่อเก็บข้อมูลหากพบอาการผิดปกติหรือพื้นที่ยังมีอันตราย

เคลื่อนย้ายตามคู่มือ อย่าลากรถโดยไม่ตรวจข้อกำหนด

เมื่อติดต่อรถยกหรือผู้ให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ควรแจ้งให้ชัดเจนว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเตรียมอุปกรณ์และเลือกวิธีขนย้ายให้เหมาะสมกับรถรุ่นนั้น

ไม่ควรลากรถโดยปล่อยให้ล้อหมุนโดยไม่ตรวจข้อกำหนดของผู้ผลิต เนื่องจากวิธีเคลื่อนย้ายรถ EV แต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน ควรยึดคู่มือรถหรือคำแนะนำจากศูนย์บริการเป็นหลัก

หากสงสัยว่าแบตเตอรี่เสียหาย ควรให้ทีมเคลื่อนย้ายจัดพื้นที่พักรถกลางแจ้ง ห่างจากอาคาร รถคันอื่น และวัสดุติดไฟ โดย NHTSA แนะนำว่า รถที่แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสียหายไม่ควรจอดในโรงรถ หรืออยู่ภายในระยะประมาณ 15 เมตรจากบ้าน สิ่งปลูกสร้าง รถคันอื่น และวัสดุที่ติดไฟได้ ทั้งนี้ เจ้าของรถไม่ควรเข้าไปเคลื่อนย้ายเองหากรถมีอาการผิดปกติ

พบควัน–ความร้อน–เสียงปะทุ ให้ถอยห่างทันที

สัญญาณที่ต้องระวัง ได้แก่ ควัน ความร้อนผิดปกติ เสียงปะทุ หรือเสียงฟู่จากรถ หากพบอาการเหล่านี้ ให้ถอยห่าง พาคนรอบข้างออกจากบริเวณ และแจ้งหน่วยดับเพลิงหรือกู้ภัยทันที พร้อมระบุว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม

ไม่ควรเข้าไปเปิดฝากระโปรง ตรวจใต้ท้องรถ หรือพยายามดับเพลิงด้วยตนเอง เพราะความเสียหายของแบตเตอรี่อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ภายหลัง แม้เหตุการณ์น้ำท่วมจะผ่านไปแล้ว

ตากแห้งแล้ว ไม่ได้แปลว่าพร้อมใช้งาน

ความเข้าใจที่ต้องระวังคือ การคิดว่ารถแห้งแล้วสามารถกลับมาใช้งานได้ทันที เพราะความชื้นและการกัดกร่อนอาจยังอยู่ภายใน โดยเฉพาะรถที่แช่น้ำเค็ม จำเป็นต้องประเมินความเสียหายก่อนนำกลับมาใช้งาน

อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าจะเกิดเพลิงไหม้ทุกคัน ความเสียหายต้องประเมินเป็นรายคัน สิ่งสำคัญคือไม่ทดลองใช้งานเอง และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนกลับมาขับหรือชาร์จอีกครั้ง

ข้อมูลจาก NHTSA