เปิดแนวทางรับมือรถยนต์ไฟฟ้าหลังน้ำท่วม หากน้ำต่ำกว่าท้องรถมีความเสี่ยงน้อย แต่หากน้ำถึงพื้นรถหรือสูงกว่านั้น ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านรถ EV จัดการ พร้อมย้ำห้ามสตาร์ตรถและห้ามสัมผัสสายไฟแรงดันสูง
หลังจากเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าหลายคันอาจต้องจอดแช่น้ำ หรือเผชิญน้ำท่วมระหว่างทาง คำถามที่เจ้าของรถกังวลคือ "น้ำลดแล้วสตาร์ตขับต่อได้ไหม แล้วแบตเตอรี่จะเสี่ยงไฟไหม้หรือเปล่า?"
แม้รถ EV ที่โดนน้ำจะไม่ได้เกิดไฟไหม้ทุกคัน แต่หากน้ำเข้าถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูง ความเสียหายอาจไม่ปรากฏให้เห็นทันที ก่อนขยับรถหรือเปิดระบบอีกครั้ง จึงควรเช็กระดับน้ำที่ท่วมและให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความปลอดภัยก่อน
ระดับน้ำที่ท่วมรถมีผลต่อความเสี่ยงรถยนต์
- น้ำต่ำกว่าท้องรถ ความเสี่ยงค่อนข้างน้อย แต่ระบบช่วงล่างและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อาจเสียหาย
- น้ำถึงพื้นรถ มีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะแบตเตอรี่ มอเตอร์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าบางส่วนอาจถูกน้ำ
- น้ำถึงกระจกข้างหรือมิดหลังคา รถและระบบไฟฟ้าหลายส่วนอาจเสียหาย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านรถ EV จัดการ
สำหรับรถที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงน้อย แต่จำเป็นต้องเคลื่อนย้าย แนะนำให้ห้ามสตาร์ตรถหรือกดปุ่ม ON ถอดขั้วแบตเตอรี่ 12 โวลต์ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ถ่ายภาพและวิดีโอเก็บหลักฐาน และห้ามสัมผัสสายไฟแรงดันสูงสีส้มโดยตรง หากต้องย้ายรถ ควรใช้รถสไลด์หรือรถยก แทนการลากโดยให้ล้อขับเคลื่อนหมุน
ส่วนรถที่น้ำท่วมถึงพื้นรถหรือสูงกว่า หากยังไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายทันที ควรรอให้น้ำลดต่ำกว่าท้องรถและทิ้งรถไว้ให้แห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินสภาพรถ การรอให้แห้งไม่ได้หมายความว่ารถปลอดภัยพอจะเปิดระบบหรือขับต่อได้เอง หากจำเป็นต้องย้ายรถหลังน้ำลด ควรเคลียร์พื้นที่รอบข้าง เตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง และให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลการเคลื่อนย้าย
ทั้งนี้ หากรถจมน้ำ ผู้ใช้รถควรแจ้งบริษัทประกันทันที และติดต่อศูนย์บริการเพื่อนัดให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างถูกต้องก่อนนำรถกลับมาใช้งาน
รถ EV น้ำท่วม เสี่ยงไฟไหม้ไหม?
คำตอบคือมีความเสี่ยง โดยเฉพาะรถที่น้ำท่วมถึงพื้นรถหรือสูงกว่า เจ้าของรถไม่ควรสตาร์ต ชาร์จไฟ หรือทดลองขับ แม้ภายนอกจะแห้งแล้วก็ตาม ควรแจ้งประกันและให้ศูนย์บริการตรวจสอบก่อนใช้งาน หากพบควัน กลิ่นผิดปกติ เสียงดังจากแบตเตอรี่ หรือรถร้อนผิดปกติ ให้ถอยห่างและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันที (ข้อมูลจาก สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงของสหรัฐฯ หรือ NHTSA)
ข้อมูลจากสวทช.