ทะเลสาบมัจโจเร หรือ Lake Maggiore  ในประเทศอิตาลีเดือนกันยายนเป็นสถานที่แวดล้อมไปด้วยความงดงามของทิวทัศน์ราวกับภาพวาด เส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว ถือเป็นจุดหมายปลายทางระดับหมุดหมายของนักขับผู้หลงใหลการขับรถว่าจะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต และ Tutto Bene ก็คืออีเวนต์ประจำปีของท้องถิ่งที่ผสมผสานการรวมตัวของนักขับ + คอมมูนิตี้คนรักรถ ซึ่งมีจุดหมายปลายทางเหมือนกันก็คือ การขับรถขึ้นเขา (Hill Climb) เทศกาลประจำปีแนวคลาสสิก จัดขึ้น ณ เมืองเล็กๆ อย่างยิเญเซ (Gignese) บนทิวทัศน์ที่มองเห็นวิวทะเลสาบได้อย่างชัดเจน เส้นทางขึ้นภูเขาซึ่งเต็มไปด้วยทางโค้งวกไปวนมา สร้างประสบการณ์ให้แก่เหล่านักขับอย่างแท้จริง บนเส้นทางที่มีวิวแบบพาโนรามา Strada Borromea มีระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร กลายเป็นแรงดึงดูดให้ทัพรถสปอร์ตสมรรถนะสูง รถคลาสสิก และรถแข่งระดับแถวหน้า รวมถึงรถต้นแบบแนวคิด ต่างทยอยลงสู่แทร็กเพื่อร่วมท้าทายสมรรถนะของรถในรายการ Mottarone Hill Climb  เส้นทางจะลัดเลาะผ่านโค้งคดเคี้ยวนับไม่ถ้วน มุ่งหน้าสู่ยอดเขา Monte Mottarone คิดเป็นระยะไต่ความสูงขึ้นไปเกือบ 800 เมตร

BMW M3 พลังงานไฟฟ้าล้วนคันแรกที่เดินทางเข้าร่วมงานได้แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของ M Power ในการยกระดับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 4 ตัว (Quad-motor)  1 ตัวต่อล้อแต่ละข้างนั่นคือโคตรโหด และจากแท่นโชว์ในงานแสดงรถยนต์ M3 ไฟฟ้า พร้อมแล้วที่จะออกไปวาดลวดลายบนทางโค้งคดเคี้ยวของการทดสอบไต่เขา ฮิลล์ไคลม์ (Hill Climb) ในอิตาลี


ทุกวันนี้ โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้าทำให้เราเห็นรถไฟฟ้าจีนที่มีประสิทธิภาพนับสิบรุ่น รถต้นแบบ M3 ไฟฟ้าของ BMW M จึงได้รับการปรับแต่งอย่างหนัก ก่อนที่จะกลายร่างเป็นรถโปรดักชันคันจริงในปีหน้า (2027) หลังจากเปิดตัววิ่งโชว์สมรรถนะครั้งแรกในงาน Goodwood Festival of Speed ล่าสุด M Concept Neue Klasse ก็ได้ลงวาดลวดลายในรายการ Tutto Bene Hill Climb ที่ประเทศอิตาลี ต้องยอมรับว่า รถโปรโตไทป์คันนี้ดูดุดันและเอาจริงเอาจังเมื่อนักแข่งขับพุ่งทะยานขึ้นเขา ทำให้ตอนจอดอวดโฉมอยู่บนแท่นกับการวิ่งด้วยความเร็วสูงใน Hill Climb อิตาลี แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นบนเส้นทาง Strada Borromea ใกล้เมือง Gignese เหนือทะเลสาบ Maggiore โดยมีระยะทางในการวิ่งด้วยความเร็วสูง ยาวประมาณ 9 กิโลเมตร ไต่ขึ้นสู่ระดับความสูงเกือบ 800 เมตร มุ่งหน้าสู่ยอดเขา Monte Mottarone นี่ไม่ใช่การแข่งฮิลล์ไคลม์แบบดั้งเดิม ที่แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตเฝ้ารออย่างจดจ่อสำหรับรถรุ่นพิเศษที่ถูกนำมาวิ่งเพื่อเค้นตัวเลขจับเวลาอย่างเคร่งเครียด เพราะ Tutto Bene ถูกตั้งใจจัดขึ้นโดยเน้นเรื่องของสไตล์ ความสนุก และบรรยากาศที่เป็นกันเองมากกว่าจะแข่งกันอย่างเอาเป็นเอาตาย 


นั่นทำให้ M Concept Neue Klasse เป็นรถที่เหมาะสมมาก นอกจากรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าแล้ว BMW M ยังส่ง M3 Touring 24H เข้าร่วมอย่างเป็นทางการในงานนี้ แม้ BMW จะไม่ได้ส่ง M3 ไฟฟ้าลงแข่ง ในฐานะรถแข่งเต็มตัว แต่การนำรถโปรโตไทป์คันนี้ ขึ้นไปวิ่งทดสอบการเข้าโค้งและฟีลลิ่งการขับขี่จริงบนเส้นทางเขาอย่างเต็มที่ ท่วงท่าขณะวิ่งดูสปอร์ตดุดันเต็มพิกัด โดย M Concept Neue Klasse ถือเป็นรถพรีวิวของ M3 ไฟฟ้าคันแรกของโลก มีรหัสพัฒนาภายในว่า ZA0  BMW M ยืนยันว่าเวอร์ชันผลิตจริงจะเปิดตัวในปี 2027  ผู้บริหารของ BMW M  เผยว่า ดีไซน์ของรถคันจริงจะถอดแบบมาจากรถต้นแบบคันนี้โดยแทบจะเหมือนกันทุกอย่าง หมายความว่า สัดส่วนตัวถังที่ดุดัน โป่งซุ้มล้อแบบรถแข่ง ไฟหน้าทรงเหลี่ยม ชิ้นส่วนตัวถังจากเส้นใยธรรมชาติ รวมถึงรายละเอียดที่ได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต ไม่ได้ทำขึ้นมาเพียงเพื่อดึงดูดสายตาในงานโชว์เท่านั้น ทั้งหมดจะถูกจัดเต็มใน BMW M3 Electric คันผลิตจริงแบบไม่ขาดตกบกพร่อง


สาวก BMW รู้กันดีอยู่แล้วว่า วิศวกรของแผนก M  ทำการพัฒนาระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว (Quad-motor) สำหรับ M3 ไฟฟ้า มาหลายปีแล้ว โดยใช้มอเตอร์แยกควบคุมอิสระในแต่ละล้อ หัวใจสำคัญของสปอร์ตซีดานพลังงานสะอาดคันนี้ คือ ชุดแบตเตอรี่เฉพาะที่มีความจุใช้งานได้จริง (Usable Capacity) มากกว่า 100 kWh

BMW M  ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขอัตราเร่งและกำลังสุทธิว่าอยู่ในระดับไหน แต่คาดการณ์ว่าจะมีแรงม้ามาไม่ต่ำกว่า 800 ตัว หรืออาจถึง 1000 ตัว ซึ่งถือเป็นย่านกำลังที่มากเกินพอสำหรับการพิสูจน์ให้แฟนคลับ M3 ยุคดั้งเดิมยอมรับ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนพลังงานสะอาด แปลความหมายว่า มอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ได้ทำให้รถสูญเสียอารมณ์หรือฟิลลิ่งการขับ หนึ่งในทีเด็ดที่เตรียมนำออกมาใช้ในรถคันจริงคือ ระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์  Simulated gear changes  ที่ยืนยันแล้วว่ามีติดตั้งมาให้แน่นอน นั่นเหมือนกับแนวคิดของ Hyundai Ioniq 5 N ซึ่งมีทั้งเกียร์ที่หลอกให้คนขับรับรู้ถึงแรงกระชากบวกกับเสียงเครื่องยนต์จำลองที่โคตรจะเร้าใจ 



การเปลี่ยนผ่านของ BMW M สู่ยุคพลังงานไฟฟ้าด้วย M Concept Neue Klasse บนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด (NCAR) ถือเป็นการปฏิวัติสถาปัตยกรรม ระบบประมวลผล และระบบขับเคลื่อนทั้งหมดของ M Car เพื่อรักษาดีเอ็นเอการขับขี่สไตล์ M3 ไว้อย่างครบถ้วน โดยมีรายละเอียดทางเทคนิค ดังนี้



มิติตัวรถและสัดส่วนตัวถัง
BMW จะยังไม่ได้ประกาศตัวเลขมิลลิเมตรอย่างเป็นทางการสำหรับ M3 เวอร์ชันคันจริง (ZA0) แต่จากสัดส่วนของตัวต้นแบบบนสถาปัตยกรรม Neue Klasse ได้รับการขยายโป่งโป่งซุ้มล้อและระยะแทร็คล้อใหม่หมด ความยาวตัวถัง ประมาณ 4,700 – 4,780 มม.  ใกล้เคียงกับ M3 G80  ความกว้างประมาณ 1,920 – 1,950 มม. ขยายระยะแทร็กล้อหน้า-หลังกว้างขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมซุ้มล้อทรงเหลี่ยม M-Blisters ความสูง  ประมาณ 1,420 – 1,430 มม. ประเมินด้วยสายตาแล้วเตี้ยและเพรียวลมกว่า M3 รุ่นปกติ  ระยะฐานล้อ  ประมาณ 2,880 – 2,900 มม. สำหรับระบบอากาศพลศาสตร์ มีการออกแบบเพื่อเน้นแรงกด ใช้ดิฟฟิวเซอร์ท้ายขนาดใหญ่, ช่องดักอากาศหน้าแบบแปรผัน  ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ผสมเส้นใยธรรมชาติ Natural-fiber composite 

กำลัง
มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว หรือระบบส่งกำลัง Quad-Motor Powertrain สถาปัตยกรรม ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแยกควบคุมอิสระ 4 ตัว (1 มอเตอร์ต่อ 1 ล้อ) ศักยภาพสูงสุด อกแบบให้รองรับกำลังได้สูงสุดถึง 1,000 กิโลวัตต์ (ประมาณ 1,360 แรงม้า / PS โดยมีกำลังคาดการณ์ใน M3 ZA0 เวอร์ชันจำหน่ายจริง อยู่ในระดับ 800 – 1,000 แรงม้า (HP) พร้อมแรงบิดเกิน 1,000+ นิวตันเมตร  ส่งลงพื้นแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ออกตัว การกระจายกำลัง หรือ Torque Distribution ไปยังล้อแต่ละข้างได้อย่างอิสระ 100% ตั้งแต่ 0% ถึง 100% ภายในเวลารอบไมโครวินาที เหนือกว่าระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive แบบกลไกเดิมหลายเท่าตัว




ระบบควบคุมและบริหารพลังงาน (Control & Energy Management)
หน่วยประมวลผลสมองกล Heart of Joy ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ส่วนกลางที่ BMW พัฒนาขึ้นเอง ทำหน้าบริหารขุมพลัง, ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ (DSC) และการทำงานของช่วงล่าง ไว้ใน ECU เดียว ทำงานเร็วกว่าระบบเดิมถึง 20 เท่า ทำให้การคำนวณอาการรถขณะเข้าโค้งราบรื่นและแม่นยำสูง


แบตเตอรี่ Gen6 eDrive (800V Architecture)
ความจุแบตเตอรี่ มากกว่า 100 kWh เทคโนโลยีเซลล์ เปลี่ยนมาใช้เซลล์แบตเตอรี่ทรงกระบอก  Cylindrical Cells ให้ความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้น 20% และรองรับการชาร์จเร็วขึ้น 30% ระบบบริหารความร้อน ติดตั้งวงจรระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบแยกส่วนความเร็วสูง เพื่อรักษาอุณหภูมิของทั้งมอเตอร์ 4 ตัวและแบตเตอรี่ให้อยู่ในเกณฑ์ที่มีความเหมาะสมได้ต่อเนื่อง แม้โดนอัดอย่างหนักในสนามแข่ง ระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ Simulated Gear Shift ติดตั้งซอฟต์แวร์จำลองจังหวะการเปลี่ยนเกียร์และตัดแรงบิดสั้นๆ พร้อมเสียงสังเคราะห์ เพื่อให้ผู้ขับขี่กะระยะและรับรู้ความเร็วขณะเข้าโค้งได้อย่างมีจังหวะ



ล้อและยาง + ระบบเบรกและการดึงพลังงานกลับ (Braking System)
ข้อมูลรายละเอียดของขนาดล้อ ไซส์ยาง และยี่ห้อยางที่ใช้ใน BMW M Concept Neue Klasse รวมถึงรถต้นแบบคันทดสอบรหัส ZA0 ใช้ล้อฟอร์จอัลลอยน้ำหนักเบาดีไซน์ M Center-Lock / Aerodynamic Light-Alloy ลายของล้อเน้นการรีดลมระบายความร้อนระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก เป็นล้อแบบหน้าเล็กหลังใหญ่ Staggered Fitment ล้อหน้า 20 นิ้ว ล้อหลังขนาด 21 นิ้ว เพื่อรองรับการถ่ายเทแรงบิดมหาศาลระดับ 1,000+ นิวตันเมตร จากมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว (Quad-Motor) ลงสู่พื้นได้อย่างหมดจด M3 Electric ติดตั้งยางสปอร์ต Michelin Pilot Sport Cup 2 ในบางสภาพการทดสอบใช้ยาง Michelin Pilot Sport EV / Cup 2 R ยางหน้า  275/35 R21  หรือ 285/30 R21 ในเวอร์ชันจัดแสดง ยางหลัง 305/30 R21 หรือ 315/30 R21  คุณสมบัติพิเศษของ Pilot Sport Cup 2 เป็นยางที่ได้รับการพัฒนาร่วมระหว่าง BMW M และ Michelin  สเปกคัสตอมพร้อมสัญลักษณ์ดาว ของ BMW  โครงสร้างแก้มยาง  เสริมความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ เพื่อรองรับน้ำหนักตัวรถที่รวมแบตเตอรี่ และแรงบิดมหาศาลที่ถ่ายลงล้อแบบฉับพลัน  เนื้อยางเน้นคอมพาวนด์ยางยึดเกาะสูงแบบ Ultra-High Performance (UHP)  รักษาเสถียรภาพการถ่ายกำลังของระบบ Heart of Joy ที่กระจายแรงบิดแยก 4 ลู่อิสระ ไม่ให้เกิดอาการล้อหมุนฟรีขณะกดคันเร่งออกจากโค้งหนักๆ บนทางขึ้นเขา


ระบบเบรกไฮบริด (Brake-by-Wire Integration) ทำงานประสานระหว่างระบบเบรกกลไกและระบบดึงพลังงานกลับ (Regenerative Braking) จากมอเตอร์ทั้ง 4 ตัว  เบรก M Carbon Ceramic จานเบรกคาร์บอนเซรามิกขนาดใหญ่ จับคู่คาลิเปอร์หน้าแบบ Multi-piston รองรับแรงหน่วงสปีดสูง ตัวดึงพลังงานกลับ (Regen Power) มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 4 ตัวสามารถสร้างแรงหน่วงและปั่นพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่ได้สูงสุดกว่า 600 kW ช่วยลดความร้อนสะสมและอัตราการสึกหรอของผ้าเบรกยามลงสนามแข่งได้อย่างมาก




การได้เห็นรถต้นแบบ M3 ไฟฟ้า วิ่งตะลุยสาดโค้งแคบๆ บนเขา มากกว่าการจอดนิ่งๆ อยู่ใต้ไฟสตู เป็นเครื่องตอกย้ำว่า BMW ไม่ได้มอง M3 ไฟฟ้าคันแรกเป็นเพียงจรวดทางตรงไว้ทำความเร็วในเส้นทางตรงเท่านั้น ภาพของ M3 ไฟฟ้าที่ไต่ขึ้นยอดเขาในระเทศอิตาลี โดยมี M3 Touring 24H วิ่งตามมา  เป็นการสะท้อน DNA ของขุมพลังสันดาปควบคู่กันไปกับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ไม่ปล่อยมลพิษ และเป็นการแสดงให้เห็นถึงอนาคตทั้งสองด้านของ BMW M ในงานเดียวกัน  แน่นอนว่า เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ของ M Car จะมีอนาคตต่อไปอีกยาวนาน  ทั้งรุ่นซีดาน (รหัส G84) และรุ่นแวกอน (รหัส G88) ที่จะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง และจะโผล่ตามมาในช่วงปลายทศวรรษนี้อย่างแน่นอน.  

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/