MAXUS Commercial เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงาน BIG Motor Sale 2026 ส่งรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ 4 รุ่นทำตลาด ราคาเริ่มต้น 990,000 บาท เจาะกลุ่มขนส่ง โลจิสติกส์ ท่องเที่ยว และรถเฉพาะทาง ตั้งเป้ายอดขาย 300 คันในครึ่งหลังปี 2569 ก่อนเพิ่มเป็น 2,000 คันในปี 2570 พร้อมขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเป็น 12 แห่งทั่วประเทศ

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานกรรมการ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS Commercial ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ กล่าวว่า ปัจจุบันต้นทุนพลังงานและต้นทุนการขนส่งกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการทุกขนาด รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ซึ่งไม่ได้มองหาเพียงรถคันใหม่ มาเสริมกิจการ แต่ต้องการโซลูชันที่คุ้มค่าที่สุดมาเป็นตัวช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัว 

ตลอดจนเพิ่มภาพลักษณ์ และสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว ซึ่งจากสถานการณ์เศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน ที่ส่งผลกระทบต่อทุกกิจการ บริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า Commercial EV ของ MAXUS ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยี การประหยัดพลังงาน สามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นคำตอบที่จะช่วยให้ธุรกิจและเป็นมิตรแท้ธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ให้สามารถลดภาระต้นทุนจากการขนส่งลง ส่งผลทำให้สามารถแข่งขันและนำธุรกิจสู่การเติบโตได้ในที่สุด


 ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไม่ต่ำกว่าปีละ 16,000 คัน ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจ โลจิสติกส์ ขนส่งพัสดุและสินค้า รถรับส่งเชิงพาณิชย์ รถพยาบาล รวมถึงรถดัดแปลงและรถเฉพาะทางเพื่อการเดินทาง ติดต่องาน ติดต่อราชการ และรถตู้ไฟฟ้าเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัทแม่ 

คือ บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP บริษัท อีแวนเต้ จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดจำหน่าย Authorized Distributor รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS อย่างเป็นทางการ จึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ในการนำรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS เข้ามาทำตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ  

สำหรับไฮไลท์ของบูธ MAXUS Commercial ในงาน Big Motor Sale 2026 นอกจากกองทัพ Commercial EV รุ่นใหม่ล่าสุด 4 รุ่น ยังมีรุ่นตกแต่งพิเศษสำหรับการขนส่ง การเดินทางท่องเที่ยว และรถพยาบาล เพื่อจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ให้หน่วยงานหรือธุรกิจต่างๆ สะท้อนศักยภาพการต่อยอดรถสู่หลากหลายการใช้งาน


"MAXUS Commercial มุ่งเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial EV) ของประเทศไทย และเป็นพันธมิตรธุรกิจที่พร้อมเดินไปด้วยกันกับลูกค้าในระยะยาว ซึ่งภายใต้ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจเรื่องธุรกิจ ต้นทุน และรูปแบบการดำเนินงานของผู้ประกอบการ ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัทแม่ในทุกด้าน เราจึงสามารถตอบโจทย์และช่วยให้ลูกค้าได้โซลูชันที่เหมาะสมคุ้มค่าให้กับธุรกิจ สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ"

ด้าน นายศักดิธัช จันทรเสรีกุล รองประธานกรรมการ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด กล่าวว่า MAXUS Commercial Vehicles มีไลน์อัพรถยนต์ครอบคลุมตั้งแต่งานขนส่งในเมืองถึงงานหนัก สำหรับในงาน Big Motor Sale บริษัทฯ ได้นำรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS มาจัดแสดงทั้งหมด 4 รุ่น 

โดยแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยทุกรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ CATL ประกอบด้วย รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ eDeliver 5, รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อเนกประสงค์ eDeliver 7, รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานหนัก eDeliver 9 และ รถกระบะไฟฟ้า eTerron 9

รถยนต์รุ่นเริ่มต้นคือ MAXUS eDeliver 5 รถตู้ไฟฟ้าสำหรับงานขนส่งในเมือง ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ความจุ 64 kWh รองรับการชาร์จแบบ DC จาก 20–80% ภายใน 36 นาที

รุ่น L2H1 มีพื้นที่บรรทุกสูงสุด 7.5 ลูกบาศก์เมตร รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,265 กิโลกรัม ราคา 990,000 บาท ส่วนรุ่น L2H2 เพิ่มพื้นที่บรรทุกเป็น 8.7 ลูกบาศก์เมตร ราคา 1,100,000 บาท

ถัดมาคือ MAXUS eDeliver 7 รถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อเนกประสงค์ รองรับทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ใช้แบตเตอรี่ขนาด 88 kWh กำลังสูงสุด 150 kW มีพื้นที่บรรทุกสูงสุด 8.7 ลูกบาศก์เมตร รองรับน้ำหนักบรรทุกได้ 1,200 กิโลกรัม ราคา 1,250,000 บาท

สำหรับ MAXUS eDeliver 9 ถูกออกแบบมาสำหรับงานขนส่งที่ต้องการความสามารถในการบรรทุกมากขึ้น ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 100 kWh กำลังสูงสุด 170 kW มีพื้นที่บรรทุก 11 ลูกบาศก์เมตร และรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,490 กิโลกรัม เปิดรับจองในราคา 1,300,000 บาท

ขณะที่ MAXUS eTerron 9 เป็นรถกระบะไฟฟ้าสมรรถนะสูง ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 102.2 kWh ให้กำลังสูงสุด 325 kW วิ่งได้สูงสุด 430 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP รองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด 3,500 กิโลกรัม และทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 5.8 วินาที เปิดราคา 1,690,000 บาท

โชว์รถพยาบาลต้นแบบ รองรับการดัดแปลงเฉพาะทาง

อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในงานคือการนำรถ eDeliver 5 และ eDeliver 7 มาตกแต่งเป็นรถโดยสารส่วนบุคคล เพื่อแสดงศักยภาพของแพลตฟอร์มรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้

นอกจากนี้ ยังมี Ambulance Concept ซึ่งตกแต่งภายนอกในรูปแบบรถพยาบาล เพื่อเสนอแนวทางการต่อยอดไปสู่บริการด้านสาธารณสุขและรองรับสังคมสูงวัย อย่างไรก็ตาม รถต้นแบบดังกล่าวยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือระบบที่จำเป็นสำหรับการใช้งานเป็นรถพยาบาลเต็มรูปแบบ

ภายในงาน MAXUS Commercial ยังจัดแคมเปญสำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ โดยมอบเครื่องชาร์จ Wall Charger ขนาด 7 kW พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 3 ปี ขณะที่ผู้จอง eTerron 9 จะได้รับประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ.เพิ่มเติม


ตั้งเป้าปีหน้า 2,000 คัน ขยายศูนย์บริการ 12 แห่ง

Evante ตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จำนวน 300 คัน ก่อนเพิ่มเป็น 2,000 คันในปี 2570 และ 3,000 คันในปี 2571 ส่วนภายในงาน BIG Motor Sale 2026 ตั้งเป้ายอดจองไว้ประมาณ 100 คัน

ด้านเครือข่ายการจำหน่าย โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งแรกจะเปิดให้บริการบนถนนรามอินทรา พร้อมเตรียมเปิดเพิ่มที่บางนาและจังหวัดชลบุรีภายในปีนี้ โดยบริษัทวางแผนขยายเครือข่ายเป็น 12 แห่งในปี 2570 ครอบคลุมหัวเมืองสำคัญทุกภูมิภาค พร้อมเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจในพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย ระยอง ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา และขอนแก่น เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในระยะยาว