แบรนด์ Denza ในเครือ BYD ที่เคยเปิดตัวรถตู้รุ่นขายดีในไทย กำลังเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่สำหรับการทำตลาดรอบใหม่อีกครั้ง ด้วย Z9 GT รถทรง Shooting Brake ที่ถ่ายทอดศิลปะความเร็วสไตล์จีนยุคใหม่ เส้นสายงานดีไซน์ของตัวรถ สะท้อนกลิ่นอายของ Porsche Panamera  แน่นอนว่า Z9GT มาพร้อมคำมั่นสัญญาอันหนักแน่น ทั้งเทคโนโลยีและความคุ้มค่าในแบบที่คุณควรจะคาดหวังได้จากผลิตภัณฑ์ของ BYD เป็นการนำเสนอรถซูปเปอร์แวกอน ผ่านงานออกแบบสไตล์ยุโรป ห้องโดยสารพรีเมียม สมรรถนะด้านอัตราเร่ง พร้อมราคา 2 ล้านบาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าตัวหรูพลังงานสะอาดฝั่งเยอรมัน 

เรารู้กันดีว่า Denza  เป็นแบรนด์ที่วางตำแหน่งไลน์อัพให้อยู่สูงกว่าของ BYD  แต่ยังคงเป็นรองแบรนด์อัลตราลักชัวรีอย่าง Yangwang  รถ Z9 GT เกิดขึ้นมาเพื่อท้าชนกับแบรนด์พรีเมียมจากเยอรมนี และถูกปั้นแต่งโดยแนวคิดของผู้บริหารใน BYD เพื่อสร้างทางเลือกในด้านสมรรถนะและราคาที่เข้าถึงได้ เป็นรถแวนเวอร์ชันหรู พร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเตรียมตัวมาขิงกับรถเยอรมันอย่าง BMW Audi Porsche และ Mercedes-Benz สำหรับการต่อสู้กับยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้ Denza Z9GT ประเคนแรงบิดระดับรถหัวลาก ผสานกับออปชันของเล่นล้นคัน วัสดุเกรดพรีเมียมที่ให้ผิวสัมผัสเนียนนุ่มโดยเฉพาะภายในเบาะสีเบส กำลังจากมอเตอร์สามตัวที่ดูจะเกินความจำเป็นสำหรับการใช้งานบนถนนไปไกลมาก เรียกได้ว่า มันคือบทตอบรับของ BYD ที่มีต่อ 3 ค่ายยักษ์ใหญ่เยอรมัน นั่นยังรวมถึง Porsche Taycan Turbo อีกตะหาก 

Denza Z9GT มีกำหนดเปิดตัวในไทยประมาณเดือนกันยายนนี้  ในประเทศจีน Z9GT มีให้เลือก 2 ขุมพลัง คือ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฟฟ้า 100% (BEV) แต่ถ้าพูดกันตามตรง มันเป็นรถแวกอนที่แรงสุดลิ่มพอๆกับ Avatr 6T ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้  เป็นโปรดักส์ที่ BYD ออกมายอมรับอย่างน่าชื่นตาบานว่า ทำมาเพื่อการเอาชนะรถไฟฟ้ายุโรปที่มีตัวเลขประสิทธิภาพติดอันดับโลก ช่วงล่างของไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าในร่างทรงรถแวน  ออกแนวไปในแนวการทำงานนที่หลากหลายมาก จากการปรับตั้งได้ทั้งแบบทำงานอัตโนมัติและแมนนวล ช่วงล่างAdaptive Air Suspension สอดรับทั้งความเร็วต่ำและเร่งเต็มกำลัง พวงมาลัยไฟฟ้าที่สื่อฝรั่งบอกว่าเบามือไปหน่อย พอขับจริงแบบจัดหนักในสนามปทุมธานีสปีดเวย์ พวงมาลัยมันแปรผันน้ำหนักไปตามโหมดขับเคลื่อนและสปีดความเร็ว ไม่ได้เบาหวิวอะไรทั้งสิ้น ไม่งั้นสื่อหลายสำนักคงพุ่งลงไปในคันนาเพราะใช้ความเร็วเกินในโค้งกันเกือบจะทุกคน เรียกว่าฝรั่งน่าจะปรับไม่เป็นและอยู่ในโหมดขับเคลื่อนปกติมากกว่าจะอยู่ในโหมดสูงสุด 

แน่นอนว่าในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังคืบคลานเข้ามาเพื่อยึดครองโลก ลูกค้าในตลาดท้องถิ่น (จีน) ชอบรถฟีลนี้ แต่สำหรับเวอร์ชันที่จะขายในไทย จะได้รับการปรับเซตให้คมและกระชับขึ้นเพื่อให้ตรงกับรสนิยมของลูกค้ารถไฟฟ้าฝั่งยุโรป ในสนามปทุมธานีสปีดเวย์ ต้องบอกว่าการขับทดสอบ Z9GT สั้นๆ แค่สามรอบ เป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและเสียวสยองไปพร้อมๆกัน เมื่อเข้ามานั่ง รู้สึกได้ทันทีเลยว่า BYD พิถีพิถันใส่ใจกับงานตกแต่งภายในของ Denza Z9GT  วัสดุทั้งหมดมีผิวสัมผัสพรีเมียม ลูกล่อ ลูกชน ลูกเล่นเพียบ งานดีไซน์เก๋ๆประดับประดาอยู่รอบๆห้องโดยสาร ลวดลายเงื่อนมงคลจีน หรือ Chinese Knot ดูน่ารักลงตัว ทุกชิ้นส่วนประกอบมาอย่างแน่นหนา ไร้เสียงกอบแก๊บหรือเสียงสั่นคลอน 






Denzda Z9GT มีสัดส่วน Wheel-to-Axle ขนาด 3:1ตามหลัก Golden Ratio สไตล์ GT เส้นสายตัวถังรูปตัว Zเสริมมิติของตัวถังให้ดูเพรียวและทรงพลัง ล้ออัลลอย Multi-spoke alloy wheels  ขนาด 20 นิ้ว พร้อยาง Continental EcoContact 7 ไซล์ 255/45 R20  มิติตัวถัง ยาว 5,180 มิลลิเมตร กว้าง 1,990 มิลลิเมตร สูง 1,490 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ: 3,125 มิลลิเมตร


BYD เป็นแบรนด์ที่ทำอะไรแบบใจเร็วด่วนได้ ถ้าตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่างแล้วก็จะงัดทุกอย่างออกมาเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะต้องดีกว่ารถคู่แข่งที่เป็นเป้าหมาย  และยากที่จะหาค่ายรถเยอรมันที่ทำรถทรง 5 ประตูคูเป้ / ชูตติ้งเบรก / แวกอน ไฟฟ้า 100% ที่พกแรงม้ามาให้ถึง 1 พันตัว อย่างน้อยนั่นก็เป็น 1 แต้มต่อที่ต้องยกประโยชน์ให้! แต่ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องขุมพลัง ลองมาดูรูปลักษณ์ภายนอกกันก่อน รถคันนี้จอดในลานจอดรถของโรงแรมหรูแล้วดูโดดเด่นสง่างามแน่นอน แถมยังใส่กระเป๋าของสมาชิกทั้งครอบครัวไว้ที่ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก

เรื่องเทคโนโลยีนั้น ด้วยเวลาทดสอบที่จำกัด ลองขับสามรอบ และได้ลองกดปุ่มเล่นได้แค่ไม่กี่ปุ่มก่อนจะถูกเชิญลงจากรถ หน้าจอสัมผัส ซึ่งมีหลายจอ มีขนาดใหญ่ ลื่นไหลติดมือ และคมชัดสุดๆ นอกจากนี้  ยังสั่งให้รถเดินหน้าแบบ ปูเดิน หรือ Crab Walk แทยงข้างได้ด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้อ ซึ่งฟีลมันจะ... แปลกๆ หน่อย ดูเหมือนจะเป็นการทำให้อายุการใช้งานของยางราคาแพงหดสั้นลง  ความสามารถในการหมุนตัวรอบล้อหน้า โดยใช้การหมุนล้อหลังสวนทางกัน เป็นเทคนิคที่โคตรเท่ ถ้าคุณเป็นคนที่จอดรถเข้าซองแบบขนานไม่เก่ง หรืออาศัยอยู่ในคอนโดที่มีลานจอดรถแคบสุดติ่ง แค่ทิ่มหัวรถเข้าไป กดปุ่มสองสามที แล้วปล่อยให้รถจัดการที่เหลือให้ หรือไม่ก็ให้มันเล่นโชว์เพื่ออวดเพื่อนแค่นานๆ ครั้ง แล้วก็ไม่กดใช้อีกเลยตลอดชีวิต 

ฟีลลิ่งการขับ ช่วงล่างปรับการทำงานได้จริง ซึ่งเมื่อขับเร็วก็เข้ากับตัวรถได้อย่างประหลาด ฟีลลิ่งแอบคล้ายๆ รถซีดานตัวแรงในหนังยุคเก่า เพียงแต่เป็นรถแวนที่มีพละกำลังล้นเหลือ อัตราเร่งแรงจัด Denza เคลมตัวเลขกำลังไว้ที่ 1,140 แรงม้า แรงบิดประมาณ 1,150 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.8 วินาที ก่อนจะกดไหลไปท็อปสปีดที่ 270 กม./ชม.  แค่นี้ก็เหลือแหล่จนไม่มีที่ทางบนถนนสาธารณะให้วิ่งเต็มสปีดแล้ว  Z9 GT สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม e3 ของ BYD ซึ่งใช้การประกอบแบตเตอรี่แบบ Cell-to-Body (CTB) ส่งผลให้โครงสร้างตัวถังมีความแข็งแกร่งทนต่อแรงบิดเพิ่มขึ้นถึง 32% พร้อมติดตั้งระบบเลี้ยวล้อหลังแบบอิสระ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังรองรับการควบคุมแรงบิดแยกอิสระในแต่ละล้อ ทำให้รถสามารถเดินหน้าแบบแทยงข้าง  และหมุนตัวในท่าแปลกๆ ได้ แต่นั่นก็เป็นแค่ลูกเล่น เพราะสเปกโดยรวมในชีวิตจริงนั้นน่าสนใจกว่า 

ในตลาดโลก Denza Z9 GT  มีให้เลือกทั้งขุมพลังไฟฟ้า 100% (BEV) และระบบไฮบริด โดยในรุ่น BEV จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว มอเตอร์หน้า 308 แรงม้า และมอเตอร์หลัง 2 ตัว ตัวละ 416 แรงม้า  รีดพละกำลังรวมออกมาได้อลังการถึง 1,140 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล ราว 1,210 นิวตันเมตร เคลมตัวเลขเร้าใจด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.  ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 270 กม./ชม.  

ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าหน้า กำลังสูงสุด 230 กิโลวัตต์

แรงบิดสูงสุด 410 นิวตัน-เมตร

ความเร็วรอบสูงสุด 19,000 รอบ/นาที

ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าหลัง x2

กำลังสูงสุด 620 กิโลวัตต์

แรงบิดสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร

ความเร็วรอบสูงสุด 25,000 รอบ/นาที

ระบบควบคุมแยกอิสระ




กระแสไฟฟ้าถูกจัดเก็บอยู่ในแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ยักษ์ความจุ 122.5 kWh ให้ระยะทางวิ่งเคลมตามมาตรฐาน WLTP รวมอยู่ที่  ประมาณ 600 กิโลเมตร ไฮไลต์เด็ด ที่ถือเป็นไม้ตายของ Z9 GT คือ ระบบชาร์จไฟที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Flash  ระดับมหาโหดถึง 1,500 kW ของ BYD  สามารถอัดไฟจาก 10% ขึ้นไปถึง 97% ได้ในเวลาเพียง 9 นาที  และมันใช้งานได้จริงตามที่เคลมไว้  ช่วงล่างถุงลมแบบสองห้อง หรือ Dual-Chamber Air Suspension ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทางแบรนด์ไม่ได้เอามาโฆษณาประโคมข่าว แต่ช่วงล่างถุงลมแปรผันการตอบสนองเป็นหนึ่งในจุดแข็งของ Z9GT เวอร์ชัน EV  ในช่วงความเร็วต่ำ Air Suspension ซับแรงสะเทือนจากรอยต่อบนแทรคที่เป็นปูนซีเมนท์ได้อย่างหมดจด เข้าโค้งเร็วๆก็ไม่ได้รู้สึกถึงอาการย้วย แต่ความนุ่มนวลในย่านความเร็วต่ำไม่ถึงขั้นลอยตัวแบบพรมเหมือน Rolls-Royce เพราะยังมีแรงสะเทือนจากระนาดลูกใหญ่ๆ หลุดรอดมาให้รู้สึกอยู่บ้าง โดยภาพรวมเป็นช่วงล่างถุงลมที่ทำงานได้น่าประทับใจ 

อาการของรถตอนกดคันเร่งมิดจมมิดพื้นตั้งแต่จอดนิ่งๆไปจนถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ทำได้ดี แน่นอนว่ารถไฟฟ้าที่มีกำลังถึง 1,140 แรงม้า  เร่งได้โคตรเร็วอยู่แล้ว แต่ Z9GT ทำให้รู้สึกเสียวสยองกับอัตราเร่งที่รวดเร็วรุนแรงมาก จนแรงจีทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทันและทำให้ผมยกคันเร่งก่อนถึงจุดเบรกเพราะตาลาย  เมื่อกดแป้น Boost ค้างไว้สักสองสามวินาที เพื่อปลดล็อกเข้าสู่โหมด Sport+ รถจะพาคุณไปสัมผัสกับอารมณ์บีบคั้นชนิดที่ชวนให้นึกถึงฉากเปิดวาปในหนัง Star Wars ความเป็นรถสำหรับสายขับ (Enthusiast) ไม่ได้จบแค่อัตราเร่ง เพราะนี่คือรถที่หนักมาก แต่เข้าโค้งได้โคตรคม BYD ยังไม่ได้ประกาศน้ำหนักอย่างเป็นทางการของรถสเปกไทยออกมา แต่น้ำหนักน่าจะตกอยู่ราวๆ 2,700 กิโลกรัม ฟีลลิ่งในการขับก็ทำให้รู้สึกถึงน้ำหนักเมื่อเลี้ยวมุมแคบด้วยความเร็วสูง

อาการหน้าดื้อ เกิดขึ้นได้ง่าย แม้ระบบช่วงล่างจะทำผลงานได้ดีมากในการขับขี่ทั่วไป แต่มันก็ไม่ได้ช่วยซับอาการโคลงของตัวถัง (Body Roll) ให้ราบเรียบได้เท่าไหร่นักยามใช้ความเร็วสูง  พวงมาลัยที่เซตมาให้สัมผัสที่ดี สื่อสารรายละเอียดจากล้อหน้ากลับมาได้อย่างสมบูรณ์แบบตามประสารถยนต์ไฟฟ้า แน่นอนว่าความแม่นยำเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับรถที่แรงจัดแบบนี้  เป็นจุดที่น่าคิดอยู่เหมือนกัน เมื่อคู่แข่งอย่าง Porsche Taycan ยังคงยืนหนึ่งในเรื่องการมอบความบันเทิงและสนุกสนานในการขับขี่ได้เหนือกว่า แต่ราคาก็ไปไกลกว่ามากเช่นกัน 



พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดน้ำหนักแปรผันช่วยให้การขับในย่านความเร็วปกติทำได้ดี ระบบเลี้ยวล้อหลังที่ดูเหมือนเป็นลูกเล่นเรียกร้องความสนใจนั้น ใช้งานได้จริงในการช่วยให้วงเลี้ยวแคบลงได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยมุมเลี้ยวถึง 5 องศา ปัญหาในZ9 GT ยุคแรกๆ ของสเปกจีน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเซตระบบเลี้ยวล้อหลังที่ไม่ลงตัว หรืออาการเบรกจึ้กหัวคลอน ดูเหมือนจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขจนลงตัวเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตฟังก์ชันอื่น เช่น การเดินแบบแทยงข้าง (Crab Walk) และโหมด แถข้างเข้าซอง สำหรับจอดรถ ฟีเจอร์สุดพิสดารอาศัยประโยชน์จากเทคโนโลยีเลี้ยวล้อหลังและระบบควบคุมแรงบิดแยกอิสระ Torque Vectoring ช่วยสร้างท่าทางที่แปลกประหลาดขึ้นมา  ดูน่าสนใจและล้ำสมัยในเชิงเทคโนโลยี... พอๆ กับความไร้ประโยชน์ในการใช้งานจริง




งานตกแต่งภายในของ Denza Z9 GT นั้น ให้สัมผัสที่เหนือกว่ารถ BYD ทุกรุ่นที่เคยขายในตลาด UK อย่างชัดเจน คุณภาพของวัสดุและการตัดเย็บจัดอยู่ในเกรดพรีเมียม แม้ว่างานประกอบและความเนียนเรียบในรายละเอียดบางจุดจะยังคงตามหลังคู่แข่งฝั่งยุโรปอย่าง BMW, Audi และ Porsche อยู่เล็กน้อยก็ตาม











บนแผงคอนโซลหน้า คือ หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ยักษ์ 17.3 นิ้ว ระบบการทำงานตอบสนองได้อย่างรวดเร็วลื่นไหล  เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ EV จีน ที่ยัดฟังก์ชันทุกอย่างไปกองไว้บนหน้าจอมากเกินไป โดยไม่ได้ออกแบบอินเทอร์เฟซให้ใช้งานง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้เท่าที่ควร แม้ว่าจะมีการติดตั้งปุ่มคีย์ลัดไว้ใต้หน้าจอกลางนิดหน่อย สำหรับปรับโหมดการขับขี่, ระดับการคืนพลังงานเบรก Regen และปุ่มทางลัดเข้าสู่ระบบปรับอากาศ แต่ต้องละสายตาจากถนนไปมองที่หน้าจอเพื่อปรับตั้งค่าฟังก์ชันเหล่านั้นอยู่ดี แถมไอคอนต่างๆ บนจอก็มีขนาดเล็ก จนทำให้กดผิดกดถูกได้ง่าย ถ้ามองข้ามเรื่องนั้นไป เทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่ประเคนมาในรถคันนี้ น่าประทับใจไม่น้อย  คอนโซลกลางระหว่างผู้ขับกับผู้โดยสารมีตู้แช่ที่เปิดใช้งานได้จากทั้งสองฝั่ง รองรับทั้งฟังก์ชันทำความเย็นและทำความร้อน  มีเบาะนั่งระบบนวด พร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ พ่วงด้วยชุดเครื่องเสียงที่ถ่ายทอดน้ำเสียงคมชัดระดับไฮเอนด์ ลำโพง 20 ตำแหน่ง จากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเสียงชั้นนำของฝรั่งเศสอย่าง Devialet








ผู้โดยสารตอนหลังมีพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะด้านหลังโปร่งโล่งโอ่อ่า กว้างขวางพอที่จะรองรับคนที่มีความสูงเกิน  183 ซม. ได้อย่างสบายๆ  เบาะหลังยังติดตั้งระบบอุ่น เบาะระบายอากาศ และระบบนวดมาให้ด้วย ซึ่งถือว่าน่าทึ่งสำหรับรถยนต์ในเซกเมนต์นี้ ความจุห้องเก็บสัมภาระท้ายในรุ่น EV อยู่ที่ 495 ลิตร พร้อมช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk) เพิ่มให้อีก 53 ลิตร แต่ในรุ่น PHEV ช่องเก็บของด้านหน้าจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์สันดาป ส่งผลให้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายลดลงเหลือ 478 ลิตร





BYD ยังไม่เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย แต่คาดว่า Denza Z9GT จะมีราคาเริ่มต้นราวๆ  2 ล้านบาท   นี่คือแบรนด์น้องใหม่ที่ต้องลงไปงัดข้อกับค่ายรถยักษ์ใหญ่ทรงอิทธิพลและน่าหลงใหลอย่าง BMW, Audi, Porsche และ Mercedes การต้องจ่ายเงิน 2 ล้าน  เพื่อซื้อรถที่วิ่งได้เร็วขนาดนี้ ในมุมมองของผู้บริโภคก็น่าจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการรถหรูในไทยได้บ้าง เมื่อมองถึงสมรรถนะอันดุดันที่ประเคนมาให้ ประกอบกับความจริงที่ว่า ออปชันพิเศษที่มีให้จ่ายเงินเพิ่มนั้นมีเพียงแค่กระจกมองข้างดิจิทัลกับสีตัวถังเท่านั้น รถคันนี้ก็อาจกลายเป็นข้อเสนอที่คุ้มค่าสุดๆ หากคุณเปิดใจและมองข้ามเรื่องค่านิยมของแบรนด์ไปได้

 หากคุณพร้อมที่จะมองข้ามชื่อแบรนด์เยอรมันอันคุ้นหูมาตั้งแต่เกิด และเป็นคนที่มีงบประมาณรถขับเล่นขับจริงเพียบ รถแวนไฟฟ้า Denza Z9 GT ถือเป็นยานพาหนะที่ดึงดูดใจพอสมควร เมื่อเทียบกับสมรรถนะ ความนุ่มนวลนั่งสบาย และเทคโนโลยีที่ได้รับ  ในที่สุดคุณต้องมาคอยอธิบายให้เพื่อนฟังอยู่เรื่อยๆ ว่า... รถคันนี้คือแบรนด์อะไร!

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/