งานวิจัยเผยพฤติกรรมผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจีนเปลี่ยนรถเร็วเป็นประวัติการณ์ โดยมีอายุการถือครองเฉลี่ยเพียง 1.8 ปี สะท้อนการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ฟีเจอร์ใหม่ออกต่อเนื่อง และราคาขายต่อที่ลดลงอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากรถยนต์ใช้น้ำมันที่มีอายุการใช้งานเฉลี่ยยาวนานถึง 8.2 ปี ชี้อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเข้าสู่ยุคที่ "รถ" อาจกลายเป็นสินค้าเทคโนโลยีที่มีรอบการเปลี่ยนไม่ต่างจากสมาร์ตโฟน
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 69 สำนักข่าว บลูมเบิร์ก รายงานว่า รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในจีนมีอายุเฉลี่ยเพียง 1.8 ปี ขณะที่รถยนต์ใช้น้ำมันมีอายุเฉลี่ย 8.2 ปี ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ 21st Century Business Herald ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (China Association of Automobile Manufacturers: CAAM) และ Hejun Consulting
โดยรายงานระบุว่า อายุการใช้งานเฉลี่ยของรถยนต์ไฟฟ้าในจีนยังสั้นกว่าระยะเวลาที่ผู้บริโภคจำนวนมากใช้งานโทรศัพท์มือถือเสียอีก สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนรถที่รวดเร็วขึ้นของผู้บริโภคในยุคเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ และชิปที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะที่ทันสมัยกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ราคาขายต่อของรถยนต์ไฟฟ้าที่ปรับตัวลดลงก็เป็นอีกแรงจูงใจให้เจ้าของรถตัดสินใจเปลี่ยนคันใหม่เร็วขึ้น
นอกจากนี้ รายงาน ยังระบุว่า รถยฟฟ้าที่ใช้งานมา 3 ปี จะมีมูลค่าคงเหลือเฉลี่ยเพียง 43.35% ของราคารถใหม่ ซึ่งต่ำกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่มีอัตราคงเหลือของมูลค่าสูงกว่า
...
ขณะเดียวกันผู้บริโภคอายุต่ำกว่า 35 ปี เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles: NEV) และให้ความสำคัญกับระบบช่วยขับอัจฉริยะ (Smart Driving) รวมถึงประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลภายในรถมากกว่าสมรรถนะเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว
ข้อมูลจาก Dongchedi แพลตฟอร์มข้อมูลยานยนต์ของจีน ระบุว่า 43% ของเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า เปลี่ยนรถคันใหม่ โดยมีเหตุผลหลักเพื่ออัปเกรดระบบอัจฉริยะและประสบการณ์การใช้งาน มากกว่าการเปลี่ยนเพราะรถเสื่อมสภาพหรือหมดอายุการใช้งาน