Chery Thailand ประกาศเปิดไลน์การประกอบรถไฟฟ้า Chery V23 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่กรกฎาคม 2569 โดยโรงงานในประเทศไทย จะถูกใช้เป็นฐานการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) แบบครบวงจรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   

จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ Chery Thailand  กล่าวว่า การเปิดไลน์การประกอบ Chery V23 ในประเทศไทย คือการแสดงความมุ่งมั่นของ CHERY ในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในไทย ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ตลาดไทยในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 Chery ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าชาวไทย สะท้อนจากยอดขายรวมกว่า 5,500 คัน โดยเฉพาะรถ Chery V23 ซึ่งเป็นรถไฟฟ้า 100%  ดีไซน์ทรงกล่อง Boxy ที่เริ่มแพร่หลายในกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนจากรถน้ำมันมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า  Chery ยังมองไปถึงบริการหลังการขายที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่การเสริมความพร้อมของอะไหล่ คุณภาพการบริการ ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศไทย ภายใต้เป้าหมายในการเป็น Top Choice ของครอบครัวคนไทย”

...





โรงงานประกอบ Chery V23 ในประเทศไทย  ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกับโรงงาน CHERY ในประเทศจีน มีการนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมาใช้ตลอดกระบวนการผลิต ควบคู่กับระบบบริหารจัดการคุณภาพที่เข้มงวด เพื่อให้ทุกขั้นตอนของสายการประกอบและการตรวจสอบคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานของ CHERY

รถ Chery V23 ทุกคันที่ออกจากสายการผลิต ผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด 100% ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้าง ระบบความปลอดภัย ระบบไฟฟ้า และสมรรถนะการขับขี่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารถทุกคันมีคุณภาพและความพร้อมสูงสุดก่อนส่งมอบถึงมือลูกค้า Chery แจ้งว่า พร้อมส่งมอบรถเอสยูวีไฟฟ้า V23 ให้แก่ลูกค้าชาวไทยจำนวนกว่า 1,000 คันต่อเดือน ตามระยะเวลาที่ได้จองเอาไว้ ตอกย้ำความพร้อมด้านการผลิตและความมุ่งมั่นในการส่งมอบรถยนต์คุณภาพมาตรฐานให้แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย

...


Chery V23 รถดีไซน์ทรงกล่อง เอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนความสนุกสนานและมีสไตล์

Chery V23 รถไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ  ดีไซน์ Boxy  เอกลักษณ์ที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัย  ฟังก์ชันการใช้งานครอบคลุม  ได้รับรางวัลอีกหลายรางวัลทั้งในระดับในประเทศและต่างประเทศ อาทิเช่น Red Dot Award: Design Concept 2026 รางวัล Car of the Year 2026 พร้อมทั้งรางวัลความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก ASEAN NCAP

Chery V23 มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ 2WD PLAY, 2WD PLUS และ 4WD PEAK และมีสีทั้งหมด 7 สีที่บ่งบอกสไตล์ที่เป็นตนเอง ได้แก่ สีเขียว Dynamic Green, สีส้ม Vibe Orange, สีขาว Sporty White, สีดำ Ignite Black, สีเงิน Sparkle Silver และ 2 สีใหม่ล่าสุดที่คือ สีม่วง Pop Purple (Limited Edition) และสีเทา Latte Gray

สนใจ  รับข้อเสนอพิเศษ ส่วนลดมูลค่า 10,000 บาท พร้อมสิทธิ์ Lifetime Warranty สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งานของรถ* เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายทดลองขับได้ที่โชว์รูม Chery ทั่วประเทศ

...

ข้อมูลสรุปรายละเอียดของ CHERY V23  

ราคาจำหน่ายในประเทศไทย (มี 3 รุ่นย่อย)

V23 Play (RWD): 699,900 บาท  

V23 Plus (RWD): 759,900 บาท

V23 Peak (AWD): 889,900 บาท


...

รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง RWD (รุ่น Play / Plus)

มอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous กำลังสูงสุด 136 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ความจุ 59.93 kWh  ระยะทางวิ่ง 360 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม (มาตรฐาน NEDC) / (401 กม. มาตรฐาน CLTC)  ความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตร/ชั่วโมงการชาร์จ รองรับ AC สูงสุด 6.6 kW / รองรับ DC สูงสุด 85 kW (ชาร์จ 20-80% ประมาณ 36 นาที) พร้อมระบบ V2L 3.3 kW  


รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD (รุ่น Peak)

มอเตอร์คู่ มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังรวมสูงสุด 211 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 292 นิวตันเมตร  แบตเตอรี่: Lithium-ion (NMC) ความจุ 81.76 kWh  ระยะทางวิ่ง: 430 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม (มาตรฐาน NEDC) / 501 กม. มาตรฐาน CLTC อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:  ใน 7.5 วินาที





มิติตัวถัง ยาว 4,220 มิลลิเมตร กว้าง 1,915 มิลลิเมตร สูง 1,845 มิลลิเมตร  ความยาวฐานล้อ 2,735 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง รุ่น Play/Plus อยู่ที่ 205 มิลลิเมตร / รุ่น Peak อยู่ที่ 210 มิลลิเมตร องศาการลุยออฟโรด ออกแบบมารองรับการปีนป่ายค่อนข้างดีด้วย มุมปะทะ (Approach Angle) 43 องศา และมุมจาก (Departure Angle) 41 องศา ช่วงล่าง ด้านหน้า MacPherson Strut ด้านหลัง Multi-link  ล้อและยาง: รุ่น Play/Plus ได้ล้อ 19 นิ้ว (ยาง 255/55 R19) / รุ่น Peak ได้ล้ออัลลอยรมดำลายสปอร์ตขนาด 21 นิ้ว (ยาง 265/45 R21)

ภายนอกไฟหน้าทรงกลม LED แนวเรโทร ย้ายช่องเติมน้ำยาปัดน้ำฝนไปไว้บนฝากระโปรงรถเพิ่มความดิบ ประตูท้ายติดตั้งกล่องเก็บสัมภาระอเนกประสงค์ภายนอก (External Storage Box)  









ภายใน หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว ความละเอียด Quad HD ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 รองรับ Wireless Apple CarPlay / Android Auto แผงควบคุมแอร์ด้านล่างยังคงเก็บปุ่มควบคุมและสวิตช์หมุนสไตล์เรโทรไว้ให้ใช้งานง่าย เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายอากาศ (Ventilated Seats) แท่นชาร์จไร้สาย Super Fast Charge 65 วัตต์ และเบาะหลังพับเรียบแบบ 50:50

เทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) (หมายเหตุ ระบบ ADAS แบบเต็มพิกัด รวมถึงกล้อง 540 องศา จะถูกติดตั้งมาให้ในรุ่น Plus และ Peak)  

ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม), 
ESP, TCS, ABS, EBD

ระบบช่วยเหลือขับขี่อัจฉริยะ ระดับ L2.5+:

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน (ACC) พร้อมระบบควบคุมความเร็วในสภาพการจราจรติดขัด (TJA)

ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และเตือนการชนหน้า-หลัง (FCW / RCW)

ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) และเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)

ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSD) และเตือนจุดอับขณะถอยหลัง (RCTA)

กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 540 องศา พร้อมฟังก์ชัน Transparent Chassis (มองทะลุใต้ท้องรถสำหรับสายลุย)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th   
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom   
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/