BMW Blog รายงานทิศทางการพัฒนาทางวิศวกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของ BMW โดยค่ายรถจากบาวาเรีย ออกมาอธิบายถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และวิศวกรรม ว่าทำไมรถยนต์นั่งอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่อย่าง BMW iX3 จึงไม่มีความจำเป็นและจะไม่นำเอาแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีความจุสูงเหมือนกับรุ่นพี่อย่าง BMW iX5 มาใช้ใน iX3 อย่างแน่นอน
...
วิศวกรและฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ BMW ให้เหตุผลสำคัญในเชิงเทคนิคว่า ขีดจำกัดด้านมิติตัวถังและน้ำหนัก หรือ Packaging & Weight ตัวถังของ iX3 ถูกออกแบบมาในพิกัดคอมแพกต์เอสยูวี การยัดชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เกินไป ส่งผลเสียโดยตรงต่อการกระจายน้ำหนัก และทำให้ตัวรถมีน้ำหนักรวม มากเกินความจำเป็น น้ำหนักส่วนเกินจะทำให้บุคลิกการขับขี่ที่คล่องตัวอันเป็นจุดขายหลักของ iX3 หายไปกลายเป็นอุ้ยอ้ายเทอะทะ
ประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ายุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานสูงขึ้น ทำให้ iX3 ทำระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งได้เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่จำเป็นต้องแบกน้ำหนักชุดเซลล์แบตเตอรี่ที่มากเกินไป การทำระยะทางได้เท่ากับiX5แต่ใช้แบตเตอรี่เล็กกว่า เกิดจาการจัดวางโดยเน้นไปที่การควบคุมน้ำหนักส่วนเกินที่ส่งผลต่อไดนามิก
การควบคุมต้นทุนและระดับราคา เมื่อใช้แบตเตอรี่ขนาดพิกัดที่เหมาะสม ทำให้ BMW คุมต้นทุนการผลิตและทำราคาจำหน่ายของ iX3 ให้สามารถแข่งขันในตลาดเซกเมนต์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ตามรุ่นพี่ จะทำให้ราคากระโดดสูงจนหลุดจากกลุ่มเป้าหมายหลักทันที
แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของ BMW iX5 ถือเป็นหนึ่งในชุดกักเก็บพลังงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยผลิตมา ด้วยความจุสุทธิ สูงถึง 141 kWh และระบุในสเปกอเมริกาที่ 144 kWh เนื่องจากความแตกต่างของมาตรฐานการวัดค่าพลังงาน ด้วยความคาดหวังของลูกค้าส่วนใหญ่ที่คิดว่า BMW น่าจะนำชุดแบตเตอรี่ยักษ์ขนาดนี้มาใส่ลงในเอสยูวีรุ่นน้องที่มีขนาดเล็กลงมาอย่าง iX3 เพื่อเพิ่มระยะทางให้ใกล้เคียง 1000 กิโลเมตร วิศวกรของ BMW แจงเหตุผลทางวิศวกรรมเพื่อรองรับการใช้แบตเตอรี่ที่เล็กกว่าของ iX3 ดังนี้
...
1. มิติของเซลล์แบตเตอรี่และโครงสร้างแพลตฟอร์มที่ต่างกัน
แม้ว่าทั้ง iX5 และ iX3 จะใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่เจเนอเรชันที่ 6 (Gen 6) เหมือนกัน แต่ไส้ในที่เป็นเซลล์ทรงกระบอก (Cylindrical Cells) นั้นมีความสูงไม่เท่ากัน
เซลล์แบตเตอรี่ของ iX5 มีความสูงอยู่ที่ 120 มิลลิเมตร
เซลล์แบตเตอรี่ของ iX3 มีความสูงเพียง 95 มิลลิเมตร
BMW ระบุว่าความแตกต่างนี้เป็นความตั้งใจในงานวิศวกรรม เนื่องจาก iX5 ต้องรองรับน้ำหนักบรรทุกและแรงต้านการวิ่งสูงกว่า มิติตัวถังของ iX5 มีขนาดใหญ่กว่า iX3 รถยนต์ทั้งสองรุ่นยังพัฒนาขึ้นบนคนละแพลตฟอร์ม iX5 ใช้แพลตฟอร์ม CLAR ขณะที่ iX3 พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่อย่าง Neue Klasse
2. ตัวเลขระยะทางวิ่งที่ไม่ได้ทิ้งห่างกันอย่างที่คิด
เมื่อมองดูความเป็นจริง การยัดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ลงใน iX3 อาจเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็น เนื่องจากชุดแบตเตอรี่มาตรฐานของ iX3 ที่มีความจุ 108.7 kWh ทำระยะทางวิ่งได้สูงสุดถึง 805 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) เมื่อนำไปเทียบกับรุ่นพี่อย่าง iX5 ที่ได้ระยะทาง 845 กิโลเมตร (WLTP) จะเห็นได้ว่าตัวเลขระยะทางวิ่งไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนัก แม้ว่า iX5 จะใช้แบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่ามากก็ตาม
...
3. ผลกระทบจากน้ำหนักตัวถัง
สาเหตุที่ทำให้ช่องว่างของระยะทางวิ่งแคบลง เป็นผลมาจากน้ำหนักตัวถัง:
BMW iX3 มีน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 2,285 กิโลเมตร
BMW iX5 มีน้ำหนักตัวถัง มากกว่า iX3 ถึง 540 กิโลกรัม ทำให้ iX5 หนักถึง 2,825 กิโลกรัม (คือโคตรหนักครับ)
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเนื่องจากเป็นรถยนต์คนละเซกเมนต์ โดยเฉพาะรุ่น iX5 60 xDrive ที่ได้ขึ้นแท่นเป็นรถยนต์ในสายการผลิตที่มีน้ำหนักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ BMW หากไม่นับรวมรถยนต์หุ้มเกราะกันกระสุน
...
4. กลยุทธ์การทำตลาดและทางเลือกย่อย
BMW iX5 วางตำแหน่งให้มีเพียงคอนฟิกูเรชันแบตเตอรี่ขนาดใหญ่แบบเดี่ยว แต่สำหรับสเปกยุโรปของ iX3 มีการซอยรุ่นย่อยที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็กลงมาเหลือ 82.6 kWh เพื่อแลกกับระดับราคาค่าตัวที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยระยะทางวิ่งจะลดลงมาอยู่ที่ 637 กิโลเมตร หายไปประมาณ 168 กิโลเมตร.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/