Xiaomi EV สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในวงการยานยนต์ ด้วยการเป็นรายแรกของโลกที่ทำสถิติการขับขี่อัตโนมัติบนสนาม Nürburgring Nordschleife ได้สำเร็จ โดยรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi YU7 GT ที่ติดตั้ง Track Package สามารถวิ่งครบระยะทาง 20.8 กิโลเมตรของสนามได้ทั้งหมดโดยไม่มีผู้ขับขี่ พร้อมทำเวลาต่อรอบได้ 10:29.483 การทดสอบดังกล่าวดำเนินการและได้รับการรับรองตามมาตรฐานการจับเวลาอย่างเป็นทางการของ Nürburgring หลังจากความสำเร็จครั้งนี้ Nürburgring ได้เพิ่มประเภทการแข่งขันอย่างเป็นทางการใหม่ในชื่อ - AUTONOMOUS DRIVING (ภายใต้ ELECTRIC VEHICLES)
ระหว่างการทดสอบในครั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ Xiaomi YU7 GT สามารถขับขี่ด้วยระบบอัตโนมัติผ่านทุกความท้าทายของสนามได้อย่างสมบูรณ์ ครอบคลุมโค้งทั้ง 73 โค้งของสนาม Nordschleife รวมไปถึงความต่างระดับของเส้นทางราว 300 เมตร รวมถึงสภาพพื้นผิวถนนที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา Nürburgring Nordschleife ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในสนามทดสอบสมรรถนะยานยนต์ที่ท้าทายที่สุดในโลก ด้วยการผสมผสานระหว่างทางตรงความเร็วสูง ชุดโค้งเทคนิคต่อเนื่อง ระดับการยึดเกาะถนนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทาง และข้อผิดพลาดที่แทบไม่มีพื้นที่ให้แก้ตัว สนามแห่งนี้จึงได้รับการยกย่องให้เป็นมาตรฐานอ้างอิงสำคัญสำหรับการพัฒนา วิศวกรรม และการพิสูจน์สมรรถนะของยานยนต์มาอย่างยาวนาน
...
Xiaomi YU7 GT (พร้อม Track Package / GT Sports Kit) คือเอสยูวีเวอร์ชันสมรรถนะสูงของ YU7 SUV ขนาดใหญ่รุ่นแรกจาก Xiaomi EV (รหัสพัฒนา MX11) ที่ได้รับการปรับแต่งและทดสอบจนสามารถทำสถิติเป็น SUV ไฟฟ้าที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดในสนาม Nürburgring Nordschleife ด้วยเวลา 7:22.755 วินาที รวมถึงเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติไร้คนขับ (Autonomous Driving) วิ่งทำเวลาในสนามนี้ไปเมื่อไม่นานมานี้
มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (AWD) โมดูลกำลัง Silicon Carbide (SiC) พัฒนาขึ้นเอง รองรับกระแสไฟสูงถึง 800A และใช้แผ่นเหล็กซิลิคอนสำหรับโรเตอร์ที่บางเพียง 0.15 มม. กำลังสูงสุด 990 แรงม้า (738 kW) พร้อมแรงบิดที่ปลดปล่อยออกมาอย่างมหาศาล อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 2.92 วินาที ความเร็วสูงสุด: 300 กม./ชม.
แบตเตอรี่และการชาร์จไฟ ใช้แบตเตอรี่ Ternary Lithium ขนาด 101.7 kWh + สถาปัตยกรรมแรงดันสูง 897V SiC High-Voltage Platform รองรับการชาร์จเร็วเป็นพิเศษ (Ultra-fast charging) สามารถชาร์จเพียง 15 นาที เพิ่มระยะทางวิ่งได้ถึง 570 กม. ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC) เคลมไว้ที่ 705 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
ช่วงล่าง ระบบควบคุม: ติดตั้งช่วงล่างอัจฉริยะ Jiaolong Chassis Master Edition ผ่านการจูนบนสนาม Nürburgring ฮาร์ดแวร์หลัก โช้คอัพ CDC แบบวาล์วคู่ (Dual-valve) ปรับแรงหน่วงแยกอิสระแดมปิ้ง 2 ทิศทาง และถุงลม Dual-chamber แบบระบบปิด ปรับความสูงและความแข็ง-อ่อนได้อิสระ
ระบบส่งกำลัง ระบบเฟืองท้ายไฟฟ้า eLSD (Electronic Limited-Slip Differential) คอยกระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หลังในระดับมิลลิวินาที เพื่อเสถียรภาพในการเข้าโค้งความเร็วสูง ในชุด Track Package / GT Sports Kit จะสลับไปใช้ชุดคอยล์สปริงและลิงก์เชื่อมต่อที่มีความแข็งแกร่งระดับรถแข่ง (Racing Coil Springs) เพื่อลดการโคลงตัวในสนามแข่งให้เหลือน้อยที่สุด
...
เบรก ล้อ และยาง ระบบเบรก คาร์บอนเซรามิกขนาดใหญ่ (Oversized Carbon-Ceramic Discs) จับคู่กับคาลิเปอร์สมรรถนะสูงของ Akebono ด้านหน้า 6-Piston ด้านหลัง 4-Piston ระยะเบรก: 100-0 กม./ชม. 32.9 เมตร เบรกทนความร้อนสูงโดยไม่มีอาการเบรกเฟด แม้จะกระทืบเบรกจาก 180-0 กม./ชม. ติดต่อกัน 10 ครั้ง
ล้อและยาง ล้ออัลลอยฟอร์จน้ำหนักเบา ขนาด 21 นิ้ว ลาย Dual Five-Spoke สำหรับชุดแต่ง GT โดยตัวถังของ GT จะเป็นแบบ Widebody ด้านท้ายขยายกว้างเพื่อยัดยางสปอร์ตหน้ากว้างพิเศษ โดยยางคู่หลังกว้างถึง 295 มม.
น้ำหนักและมิติตัวถัง ตัวรถมีความยาว 4.99 เมตร และฐานล้อกว้าง 3.0 เมตร ตัวถังแบบ Widebody ของรุ่น GT จะกว้างกว่ารุ่นปกติเล็กน้อย โดยรุ่นปกติกว้าง 1.99 เมตร
...
แม้ตัวเลขน้ำหนักของรุ่น GT ยังไม่มีการประกาศแยกออกมาอย่างเป็นทางการ แต่โครงสร้างพื้นฐานของ YU7 ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) จะมีน้ำหนักตัวถังอยู่ที่ประมาณ 2,460 กิโลกรัม ในเวอร์ชัน GT มีการรีดน้ำหนักด้วยการใช้พาร์ทคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน เช่น ชิ้นส่วนสปลิตเตอร์หน้า, ดิฟฟิวเซอร์ท้ายแบบ Active และฝาครอบกระจกมองข้าง เพื่อชดเชยน้ำหนักอุปกรณ์การขับขี่ที่เพิ่มเข้ามา
ราคาจำหน่ายในประเทศจีน
สำหรับโมเดล YU7 จะมีช่วงราคาเริ่มต้นในรุ่น Standard เพียง 253,500 หยวน แต่สำหรับตัวท็อปสายรหัสสนามแข่งจะขยับขึ้นมาดังนี้ครับ:
Xiaomi YU7 GT (รุ่นเริ่มต้น): ราคา 389,900 หยวน (ประมาณ 57,300 ดอลลาร์สหรัฐ)
GT Sports Kit / Track Package: เป็นออปชันแพ็คเกจเสริมราคาปกติ 34,000 หยวน (ช่วงเปิดตัวมีราคาโปรโมชั่นพิเศษเหลือ 14,000 หยวน)
Xiaomi YU7 GT รุ่น "Big Full Pack" (จัดเต็มครบทุกออปชัน): ราคาจบที่ 429,900 หยวน (ประมาณ 63,200 ดอลลาร์สหรัฐ) ถือเป็นราคาทะลุเพดานที่ค่อนข้างดุดัน แต่เมื่อเทียบกับสเปกเบรกคาร์บอนเซรามิก ช่วงล่างจูนสนาม และม้าเกือบพันตัว ถือเป็นราคาที่เขย่าขวัญคู่แข่งในเซกเมนต์ High-performance SUV มากครับ
Xiaomi YU7 รุ่น Standard (เริ่มต้น)ราคา 253,500 หยวน คิดเป็นเงินบาทไทยประมาณ 1,242,000 บาท
Xiaomi YU7 GT (รุ่นเริ่มต้น)ราคา 389,900 หยวน คิดเป็นเงินบาทไทยประมาณ 1,910,000 บาท
GT Sports Kit / Track Package (ราคาออปชันเสริมปกติ) ราคา 34,000 หยวน คิดเป็นเงินบาทไทยประมาณ 166,600 บาท(ถ้าเป็นช่วงโปรโมชันเปิดตัว 14,000 หยวน จะอยู่ที่ประมาณ 68,600 บาท)
Xiaomi YU7 GT รุ่น Big Full Pack (ตัวท็อปจัดเต็มครบทุกออปชัน)ราคาจบที่ 429,900 หยวน คิดเป็นเงินบาทไทยประมาณ 2,106,000 บาท
...
พิกัดม้าเฉียดพันตัว ได้เบรกคาร์บอนเซรามิกกับชุดแต่งแทร็กในราคาตัวท็อปแค่ 2.1 ล้านบาทที่จีน ถือว่าโหดหินมาก
ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการพิสูจน์ถึงศักยภาพอันรอบด้านของระบบขับขี่อัตโนมัติของเสียวหมี่ ภายใต้สภาวะการขับขี่ที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพใหม่ที่เกิดขึ้นจากการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับระบบควบคุมยานยนต์ขั้นสูงได้อย่างลึกซึ้งและมีประสิทธิภาพ
การเปิดตัว Xiaomi HAD ในปี 2567 เสียวหมี่ได้เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคม 2569 บริษัทได้เปิดตัวแพลตฟอร์มยานยนต์รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม Xiaomi XLA อันล้ำสมัยและโมเดลพื้นฐาน MiMo-Embodied ทั้งนี้ด้วยความสามารถด้านการรับรู้ การทำความเข้าใจ และการให้เหตุผลที่ได้รับการยกระดับ ระบบดังกล่าวจึงสามารถตีความสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน รวมไปถึงผู้ใช้ถนนที่เคลื่อนไหวอยู่รอบตัว และสถานะของตัวรถได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติพัฒนาจากการเรียนรู้และเลียนแบบพฤติกรรมการขับขี่ ไปสู่การทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมเชิงลึกและการตัดสินใจได้ด้วยตนเอง
ระบบขับขี่อัตโนมัติของเสียวหมี่ ถูกพัฒนาบนสถาปัตยกรรมแบบ End-to-End ควบคู่ไปกับ Vehicle Dynamics Model ที่ช่วยให้ระบบสามารถรับรู้สถานะของตัวรถและสภาพถนนได้แบบเรียลไทม์ พร้อมตัดสินใจควบคุมการขับขี่ผ่านการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาวะการขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูงและมีภาระการทำงานของระบบสูง ระบบสามารถประสานการทำงานของพวงมาลัย ระบบเบรก และการส่งกำลังได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวรถและมอบสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นคง โครงการทดสอบการขับขี่อัตโนมัติบนสนาม Nürburgring ครั้งนี้ เสียวหมี่ยังคงเดินหน้าเก็บรวบรวมข้อมูลและผลการทำงานของระบบภายใต้สภาวะการใช้งานที่ท้าทายอย่างยิ่ง เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่ได้รับจะช่วยสนับสนุนการปรับปรุง Vehicle Dynamics Model การเพิ่มประสิทธิภาพของกลยุทธ์การควบคุมการขับขี่ รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Safety Redundancy Mechanisms เพื่อยกระดับความปลอดภัย ความแม่นยำ และความน่าเชื่อถือของระบบขับขี่อัตโนมัติในอนาคตอีกด้วย
ท่ามกลางการบรรจบกันของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมยานยนต์ที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เสียวหมี่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติผ่านกระบวนการทดสอบและการตรวจสอบทางวิศวกรรมอย่างเข้มงวด รวมถึงการทดสอบในสภาพการใช้งานจริง ด้วยเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความชาญฉลาด และประสิทธิภาพของการเดินทาง เสียวหมี่พร้อมส่งมอบประสบการณ์การสัญจรที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ฉลาดยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้งานทั่วโลก.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/