ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า หลายแบรนด์มุ่งนำเสนอความก้าวหน้าด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ขณะที่ AVATR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าลักชูรี่ เลือกสร้างความแตกต่างผ่านปรัชญาการออกแบบ “Emotive Luxury” ที่ให้น้ำหนักกับความรู้สึกและสุนทรียภาพไม่แพ้นวัตกรรม แนวคิดนี้สะท้อนผ่าน CMF (Color, Material & Finish) ที่ถูกยกระดับจากการเลือกใช้สี วัสดุ พื้นผิว สู่ภาษาการออกแบบที่เรียบง่าย แต่โดดเด่นในทุกสัมผัส และ Emotive Luxury ดีเอ็นเอที่อยู่ในรถยนต์ AVATR ทุกรุ่น ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยรางวัล เช่น iF Design Award 2025 และ IDA Gold Prize 2024 วิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่ผสานงานดีไซน์ ศิลปะ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
...
งานดีไซน์ของ AVATR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมไฮเอนด์ เป็นการจับมือกันของ 3 ยักษ์ใหญ่จีน (Changan, CATL และ Huawei) แนวคิดการออกแบบสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการดีไซน์ยานยนต์ระดับโลก หัวใจสำคัญในงานออกแบบของ AVATR มีนิยาม แนวคิด และอัตลักษณ์ คือ
Future Elegance ความหรูหราแห่งอนาคต AVATR ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ยานพาหนะ แต่นิยามรถ AVATR ว่า เป็นประติมากรรมเคลื่อนที่ได้แห่งอนาคต งานดีไซน์ที่ลดความซับซ้อนยุ่งเหยิงออกไปทั้งหมด แล้วแทนที่ด้วยความเรียบหรู ล้ำสมัยแบบรถยนต์คอนเซปต์คาร์ แต่สามารถนำมาวิ่งบนท้องถนนได้จริงในชีวิตประจำวัน
แนวคิดหลัก Emotional Luxury ขับเคลื่อนผ่านสตูดิโอดีไซน์ AVATR Global Design Center เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี นำโดยดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Nader Faghihzadeh อดีตนักออกแบบชื่อดังที่เคยฝากผลงานมาสเตอร์พีซไว้กับ BMW ซีรีส์ 7 และ ซีรีส์ 6 โดยวางแนวคิดหลักไว้ 3 แกน คือ Bold Authenticity (ความโดดเด่นที่แท้จริง) สัดส่วนตัวรถ (Proportion) มิติตัวถังกว้าง เตี้ย ฐานล้อยาว ล้อขนาดใหญ่เต็มซุ้ม เป็นทรงสปอร์ตครอสโอเวอร์คูเป้ที่ทรงพลัง Futuristic Lightness ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับงานดีไซน์ เช่น การซ่อนเซนเซอร์ LiDAR คลื่นเรดาร์ และกล้องรอบคันไว้ตามจุดต่าง ๆ อย่างแนบเนียน ไม่ให้โผล่ออกมาทำลายเส้นสายของตัวรถ Gentle Tech ภายในห้องโดยสารออกแบบให้เป็น "Vortex" หรือศูนย์กลางความรู้สึก มีเส้นสายโค้งมนโอบล้อมผู้โดยสาร เหมือนนั่งอยู่ในแมนชันหรูส่วนตัวมากกว่าอยู่ในรถยนต์
...
อัตลักษณ์ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าดวงตาเอเลี่ยน (F-shaped LED Headlights): ไฟหน้าคู่หน้าดีไซน์เป็นเส้นสายรูปตัว F บางเฉียบ รับรู้ทันทีว่าเป็น AVATR ตั้งแต่ระยะ 100 เมตร ท้ายรถแบบ Spaceship Window ไม่มีกระจกบานหลัง ในรุ่นอย่าง AVATR 11 และ AVATR 12 ท้ายรถจะถูกออกแบบให้ตัดตรงและบีบกระจกบานหลังให้เล็กจิ๋วเหมือนหน้าต่างยานอวกาศ (หรือไม่มีกระจกหลังเลยในรุ่น 12) แล้วใช้ระบบ กระจกมองหลังดิจิทัล (Streaming Media Rearview Mirror) ผ่านกล้องความละเอียดสูงแทน ทำให้ส่วนท้ายรถดูคลีน ทึบ แน่น และสปอร์ต บทสรุปของ AVATR DESIGN คือการนำศาสตร์การปรับสัดส่วนรถยนต์แบบยุโรปมารวมเข้ากับเทคโนโลยีระบบดิจิทัลสุดล้ำของเอเชีย ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าหน้าตาธรรมดา แต่เป็นยนตรกรรมที่ดูสวยแปลกตา ล้ำยุค และเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ร่วมในทุกมิติ
...
จากตัวเลขโครงสร้างการลงทุน AVATR ใช้เงินมหาศาลและจ่ายหนักกว่าแบรนด์จีนทั่วไปหลายเท่า งบประมาณด้านการออกแบบของแบรนด์จะไม่ถูกแยกออกมาเดี่ยว ๆ แต่จะฝังอยู่ในงบ R&D งานวิจัยและพัฒนา ซึ่งในภาพรวมตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์จนถึงรอบระดมทุน Series C ล่าสุด แบรนด์นี้ใช้เงินทุนไปแล้วเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 6.5 - 7 หมื่นล้านบาท) โดยสัดส่วนเงินที่ไหลไปลงกับ งานดีไซน์ภายนอกและภายใน ขับเคลื่อนผ่าน 3 ปัจจัยหลักที่ต้องจ่ายแพง
...
ค่าใช้จ่ายในการก่อตั้งและดำเนินงาน AVATR Global Design Center ที่เมืองมิวนิก แทนที่จะใช้นักออกแบบในจีนที่มีค่าแรงต่ำกว่า AVATR เลือกไปตั้งสตูดิโอดีไซน์ใจกลางเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นย่านค่าครองชีพและค่าแรงบุคลากรสายยานยนต์สูงที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก เพื่อดึงเอาศาสตร์การจัดสัดส่วนรถยนต์ (Proportions) แบบยุโรปแท้ ๆ มาใช้ AVATR รันสตูดิโอในยุโรปที่มีทีมงานระดับหัวกะทิ รวมถึงการดึงตัว Nader Faghihzadeh อดีตดีไซเนอร์ BMW ซึ่งคาดว่า ต้องใช้งบดำเนินการเฉพาะส่วนดีไซน์นี้ไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เป็นค่าตัวนักออกแบบ ค่าระบบคอมพิวเตอร์กราฟิกขั้นสูง และการทำโมเดลดินเหนียว (Clay Model) ขนาดเท่าจริงเพื่อขัดเกลาหลักอากาศพลศาสตร์
ต้นทุนการวิศวกรรมเพื่อตามใจดีไซเนอร์ (Engineering & Production Tooling Cost) อันนี้คือจุดที่แพงที่สุด เพราะคำว่าดีไซน์ล้ำอนาคต สวนทางกับความง่ายในการผลิต การที่ฝ่ายบริหารยอมให้ปรับกระจกบานหลังใน AVATR 12 หรือทำส่วนท้ายโค้งมนแปลกตาใน 06T ทำให้ฝั่งวิศวกรต้องขึ้นไลน์ผลิตใหม่หมด การปั๊มแผ่นเหล็กหรืออลูมิเนียมให้ได้ส่วนโค้งเว้าแปลกตา ไร้รอยต่อ และมีความคมของเส้นสายแบบที่ทีมมิวนิกออกแบบมา ต้องใช้แม่พิมพ์ที่มีความแม่นยำสูงมาก ค่าแม่พิมพ์ตัวถังภายนอกสำหรับรถหนึ่งรุ่น (Tooling Cost) แตะระดับ 50 - 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,700 - 3,500 ล้านบาท)
งานกระจกและไฟหน้า ไฟหน้าทรงตัว F บางเฉียบและการทำกระจกหน้าบานยักษ์ที่ยาวต่อเนื่องขึ้นไปเป็นหลังคาแก้วพานอรามา ต้นทุนการจัดซื้อซัพพลายเออร์และการทดสอบความแข็งแรงของกระจกชิ้นนี้แพงกว่ากระจกรถทั่วไปหลายเท่าตัว
ต้นทุนวัสดุและงานสถาปัตยกรรมภายใน (Interior Materials & Architecture)
งานภายในของ AVATR ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Vortex (ศูนย์กลางความรู้สึก) แผงคอนโซลต้องโค้งรับไปกับประตูรอบคัน การขึงหนัง Nappa และวัสดุบุนุ่มบนพื้นผิวส่วนโค้งที่ซับซ้อนขนาดนี้มีอัตราการสูญเสีย (Scrap Rate) ในไลน์ผลิตสูงกว่าการทำคอนโซลหน้าตรงแบบรถทั่วไป
หน้าจอพาโนรามาขนาด 35.4 นิ้ว ความละเอียด 4K ฝังลึกเข้าไปใต้กระจกบังลมหน้า ควบคู่กับจอกลางอีกลูก มันบังคับให้โครงสร้างคานนิรภัยภายในคอนโซล (Cross Car Beam) ต้องถูกออกแบบใหม่หมดเพื่อให้หลบมุมจอและยังคงผ่านโครงสร้างความปลอดภัยเวลาชน งบพัฒนาโครงสร้างซ่อนรูปภายในนี้ใช้เงินไม่น้อย
แบรนด์จีนทั่วไปมักใช้วิธีซื้อดีไซน์สำเร็จรูป หรือจ้างดีไซเนอร์ยุโรปแบบ Outsource เป็นจ๊อบ ๆ ไปเพื่อเซฟเงิน แต่สำหรับ AVATR มันคือการ "เลี้ยงสตูดิโอฝรั่งในเยอรมนีแบบถาวร" และยอมจ่ายค่าขึ้นไลน์ผลิตแพง ๆ เพื่อรักษางานดีไซน์ให้ตรงปกที่สุด ดังนั้น เงินที่จมไปกับงานดีไซน์ภายนอก-ภายในและวิศวกรรมตัวถังของรถแต่ละรุ่น ต้องใช้เงินทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือหลายพันล้านบาท
ในยุคที่สมรรถนะไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินใจเลือกรถยนต์ไฟฟ้า AVATR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าลักชูรี่ เลือกนำเสนอคุณค่าในมุมมองที่ต่างออกไป ภายใต้ความเชื่อที่ความแตกต่างของรถไม่ได้อยู่ที่สมรรถนะเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดขึ้นจากความประทับใจแรกที่ได้เห็นและสัมผัส ความเชื่อนั้นสะท้อนอยู่ในปรัชญาการออกแบบของ AVATR ภายใต้แนวคิด Emotive Luxury แนวคิดที่เปลี่ยนรถยนต์เป็นคู่หู เพื่อนร่วมเดินทาง ที่สะท้อนความรู้สึกและตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่ ภายใต้แนวคิด CMF (Color, Material & Finish) ศาสตร์ที่ทีมออกแบบระดับโลกของ AVATR ใช้เป็นภาษาในการถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ได้อย่างลงตัวผ่านความประทับใจแรกที่ได้เห็นและสัมผัส
โบเชนา ลาโลวา (Bozhena Lalova) ผู้อำนวยการด้านการออกแบบ CMF ศูนย์ออกแบบระดับโลกของ AVATR ในมิวนิก กล่าวว่า “ในการออกแบบ AVATR เราได้คำนึงถึง แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นจากความชัดเจนในเชิงมิติพื้นที่ในงานออกแบบ ความสอดคล้องของดีไซน์ที่คำนึงสรีระและแฟชั่น ที่ผสมผสานเข้ากับความงดงามของศิลปะวัฒนธรรม นั่นทำให้เราคัดเลือกวัสดุทุกชิ้นอย่างละเอียดประณีต ที่ไม่ได้แค่มีความงดงาม และทุกชิ้นแฝงไว้ด้วยความรู้สึกหรูหราในทุกสัมผัส พื้นผิวที่นุ่มนวลและเรียบเนียนที่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นปลอดภัย และสื่อถึงนวัตกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์”แน่นอนว่าความเร็วและระยะทางวิ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะตอบสนองความต้องการในด้านสมรรถนะของรถ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถตอบสนองความรู้สึกและคุณค่าทางจิตใจได้
ประสบการณ์จากรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกและสัมผัส (CMF) คือคุณค่าที่ส่งถึงจิตใจ โดยตรง เป็นความรู้สึกที่สื่อถึงอารมณ์สุนทรียศาสตร์ของการสัมผัส และนั่นคือจุดที่ AVATR ทุ่มเทในการออกแบบเพื่อสร้างความโดดเด่นและแตกต่างจากแบรนด์อื่น" ปรัชญาในด้านการออกแบบของ AVATR ได้รับการยืนยันจากผลงานและความสำเร็จในเวทีระดับโลก เช่น รถต้นแบบอย่างรุ่น AVATR VISION XPECTRA คว้ารางวัล iF Design Award 2026, AVATR 07 คว้ารางวัล iF Design Award 2025 และ IDA Gold Prize 2024 ซึ่งเป็นรางวัลการออกในเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า Emotive Luxury ไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่คือความแตกต่างที่ทำได้จริง
ทีมผู้บริหารต่างประเทศของ AVATR กล่าวว่า "AVATR ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมมากกว่าการมุ่งเน้นการเติบโตอย่างรวดเร็ว ผ่านการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ที่สร้างประสบการณ์และความแตกต่างเพื่อตอบสนองลูกค้าด้วยคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ที่สะท้อนผ่านยอดขายของ AVATR 07 ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย และเราให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ในระยะยาว สำหรับลูกค้าทุกคนที่เลือก AVATR ทุกการตัดสินใจของคุณคือ กำลังใจและความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งสำหรับเรา”สำหรับประเทศไทยแบรนด์ AVATR ยังเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วย Flagship showroom 12 แห่งทั่วประเทศไทย พร้อมยกระดับบริการขายและหลังการขายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทุกรายที่ไว้วางใจในแบรนด์ AVATR.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/