MG ขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า NEW MG URBAN แล้วพร้อมส่งมอบรถทันทีที่เปิดราคาในวันที่ 17 มิ.ย.69 

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MG ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ระบุว่า บริษัทเตรียมความพร้อมรอบด้านก่อนเปิดตัว NEW MG URBAN อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 นี้ 

ทั้งด้านการผลิต การบริหารจัดการชิ้นส่วน และอะไหล่ ตลอดจนกระบวนการควบคุมคุณภาพอย่างครบวงจร เพื่อรองรับการส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพทันทีหลังการเปิดตัว สะท้อนความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว

โดย NEW MG URBAN ได้ผ่านกระบวนการเตรียมความพร้อมด้านการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานที่ เอ็มจี กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่ารถทุกคันมีความพร้อมรองรับการส่งมอบแก่ลูกค้าทั่วประเทศทันทีภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 


นอกจากนี้ MG ยังได้วางแผนการบริหารจัดการด้านชิ้นส่วน อะไหล่ และโลจิสติกส์อย่างเป็นระบบ ควบคู่กับระบบสนับสนุนหลังการขายแบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมยกระดับการดูแลลูกค้าให้มีความรวดเร็วและต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน

...

สำหรับการมาของ NEW MG URBAN ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลสำคัญที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี ในประเทศไทย พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ทำให้ชีวิตง่ายยิ่งขึ้น ด้วยขนาดที่ใหญ่โต พร้อมความอเนกประสงค์ และเทคโนโลยีของตัวรถที่ล้ำสมัย พร้อมเดินทางไปได้ทุกที่


NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย โดยมีสีตัวถังให้เลือก 5 สี คือ ม่วง (LAVENDER PURPLE), เบจ (MODERN BEIGE), ขาว (ARCTIC WHITE), เทา (ANDES GREY) และดำ (PEARL BLACK) พร้อมตกแต่งภายในโทนสีทูโทน เทา–ดำ

เจาะลึกรถยนต์ไฟฟ้า NEW MG URBAN  

NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ผลิตในประเทศไทย หรือ CKD โดยมีจุดเด่น ดังนี้



  • มิติตัวถัง 4,395  x1,842 x 1,549 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
  • ระยะความยาวฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร
  • โลโก้เรืองแสง ILLUMINATED LOGO
  • ไฟหน้า LED พร้อมระบบควบคุมการ เปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ไฟท้าย LED ดีไซน์ Union Jack
  • กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างด้านผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
  • ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) 50 วัตต์ ในรุ่น MAX และ ULTRA
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 3.3 kW ในทุกรุ่นย่อย
  • หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (MULTI-INFORMATION CLUSTER) ขนาด 7 นิ้ว
  • หน้าจอสีระบบความบันเทิงแบบสัมผัส (Infotainment) ขนาด 12.8 นิ้ว ในรุ่น STANDARD และ ขนาด15.6 นิ้ว ในรุ่น MAX และ ULTRA


  • INTERACTIVE AMBIENT LIGHTS 256 เฉดสี ในรุ่น MAX และ ULTRA
  • ระยะวางขาที่นั่งตอนหลัง 984 มิลลิเมตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระสองชั้นด้านท้ายรถ จุได้มากสูงสุดถึง 480 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,266 ลิตร 
  •  รัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร
  • ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PERMANENT MAGNET SYNCHRONOUS MOTOR
  • รุ่น STANDARD ให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์)
  • รุ่น MAX และ ULTRA ให้พละกำลังสูงสุด 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์)
  • แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทั้งสามรุ่น

...


  • แบตเตอรี่แบบ LITHIUM-IRON PHOSPHATE (LFP) จาก CATL
  • รุ่น STANDARD ความจุ 42.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 435 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
  • รุ่น MAX และ รุ่น ULTRA ความจุ 53.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
  • รุ่น STANDARD ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE จาก 10% - 80% ใช้เวลาประมาณ 28 นาทีที่ความเร็วสูงสุด 82 kW ชาร์จแบบธรรมดา NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGERที่ 6.6 kW
  • รุ่น MAX และ รุ่น ULTRA ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% - 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 88 kW ชาร์จแบบธรรมดา NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW
  • ระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน (MULTI-LANE VIEW)

...


  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ SAPS (SMART AUTO PARKING SOLUTION)
  • ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ALC (AUTO LANE CHANGE WITH ALERT)
  • ระบบระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LCC (LANE CENTERING CONTROL)