ในจังหวะที่คุณคิดว่าโลกอินเทอร์เน็ตของคนรักรถเริ่มกลับมาสงบสุขอีกครั้งหลังการเปิดตัว Ferrari ไฟฟ้า... BMW ก็จัดการส่งรถต้นแบบ EV จมูกฉลามคันใหม่เข้ามาสาดน้ำมันเข้ากองไฟที่กำลังลุกโชนอีกครั้ง ซึ่งกองไฟดังกล่าว ถูกจุดไว้ก่อนหน้าโดย Mercedes-AMG 4dr EV และ Ferrari Luce—และนี่ก็คือ BMW M3 พลังงานไฟฟ้าตัวต่อไปนั่นเอง มองดูดีๆ มันเข้าทีพอๆกับ AMG 4dr EV และไม่ตุ๊ต๊ะเท่ากับ Luce คือดูเป็นรถสปอร์ตซีดานที่สมส่วนมากกว่ารถอาราเร่อย่าง Luce

...



โอเค... ถ้าพูดกันตามตรง คันนี้ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเพียงแค่โผล่ออกมาให้รับรู้ว่า M ไฟฟ้าคันแรกจะออกมาแบบไหน เพราะ M EV คันนี้ ถูกแปะป้ายเอาไว้แค่ว่า "BMW M Concept Neue Klasse" แต่พวกบีเมอร์ต่างก็รู้ดีว่า BMW M กำลังเดินเกมอะไรอยู่? ลองจินตนาการว่าถ้าเราลอกชิ้นส่วนแอร์โรพาร์ททรงโหดที่ดูเหมือนจะเอาไว้สับสิ่งกีดขวางบนถนนออกไป เปลี่ยนกระจกมองข้างที่ไม่คมจนตัดคนข้ามถนนขาดเป็นสองท่อน และถอดค้ำโช้คหลังที่อาจทำให้ผู้โดยสารตอนหลังนั่งไม่สบายออก... นี่ก็คือรถ EV คันแรกจากตระกูล M ที่พร้อมลุยตลาดทันที เอาเข้าจริงๆ โป่งทรงโหดแบบนั้นทำให้รถดูดีขึ้นมากจริงๆ 


ตัวรถถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มของ BMW i3 ใหม่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์แบบจับปลาสองมือ ของ BMW ต่ออนาคตของรถสมรรถนะสูง เพราะถ้าลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ถูกใจทั้งหน้าตาหรือเทคโนโลยีของเวอร์ชันมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว พลัง 1,000 แรงม้าคันนี้ ในอนาคตก็ยังมี M3 เจเนอเรชันถัดไปที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในรออยู่ ซึ่งน่าจะเป็นระบบไฮบริดหนัก 2.5 ตัน ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เท่ากับว่า BMW กำลังจะสร้าง M3 สองสายพันธุ์ขึ้นมาแข่งขันกันเอง แล้วปล่อยให้กลไกตลาดรถแรงเป็นตัวตัดสินว่าคันไหนทำยอดได้ดีกว่า ซึ่งบอกเลยว่านี่คือการตัดสินใจที่ใจถึงและกล้าหาญมาก และแน่นอนว่า M ที่มีเครื่อง จะได้รับความนิยมมากกว่า M ที่ใช้มอเตอร์มากถึงสี่ตัว

...


...

รถโมเดลดีไซน์คันนี้...ถูกเปิดเผยออกมาเพื่อให้แฟนๆได้ซึมซับว่า เวอร์ชัน EV คันจริง จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ภายนอกมีการหยิบยืมดีเทลเพื่อคารวะรุ่นพี่ระดับตำนานอย่าง E30 M3 ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า 4 ดวง, ซุ้มล้อทรงเหลี่ยมสันที่ดูบึกบึน และล้อแบบเซนเตอร์ล็อกดีเทลแน่นๆ ส่วนด้านท้ายคุณจะพบกับสปอยเลอร์หางเป็ดแบบแยกชิ้น (Split Ducktail) ซึ่งดูคล้ายกับ E46 CSL ในขณะที่ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Running Lights) แบบ 4 ดวงทั้งหน้าและหลัง คือการน้อมคารวะต่อรถแข่งสายอึด (Endurance Racing) ของ BMW นั่นเอง


...

ลิ้นหน้า (Front Splitter) ขนาดมหึมาและช่องรีดอากาศของดิฟฟิวเซอร์ท้าย (Diffuser Channels) คงไม่มีวันผ่านกฎหมายสำหรับวิ่งบนถนนสาธารณะอย่างแน่นอน แต่ งานดีไซน์แบบ "ไตรมารัน" (Trimaran) หรือกันชนแบบแยก 3 ส่วนทั้งด้านหน้าและด้านหลังนั้น คาดว่าพร้อมแล้วสำหรับการผลิตจริง ในขณะเดียวกัน แผงหลังคาน้ำหนักเบาและสเกิร์ตข้างทำจากวัสดุคอมโพสิตที่ใช้ "เส้นใยแฟลกซ์" Flax Fibre ซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติ โดยวัสดุนี้สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซ  CO2 ในขั้นตอนการผลิตได้มากถึง 40% เมื่อเทียบกับคาร์บอนไฟเบอร์แบบดั้งเดิม

เมื่อเข้ามานั่งภายในห้องโดยสาร ตำแหน่งการนั่งจะไม่จมลึกหรือเตี้ยติดพื้นเหมือนกับ M3 ยุคคลาสสิก (หรือแม้กระทั่งโฉมปัจจุบัน) เนื่องจากมีแพ็กแบตเตอรี่วางอยู่ใต้พื้นรถ โดยมีการระบุว่า มันคือแบตเตอรี่ขนาด  100 kWh ที่ใช้สูตรเคมีพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งจะไม่มีให้เห็นในรถบ้านรุ่นพื้นฐานอย่าง i3 ทั่วไป เพราะแบตเตอรี่ลูกนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการจ่ายกระแสไฟและการชาร์จกลับอย่างรวดเร็ว (Fast Discharge and Recharge) โดยที่ประสิทธิภาพไม่ตกหรือดรอปสปีดลงเมื่อใช้งานหนัก


พวงมาลัยขนาดกะทัดรัด มีปุ่มลัดสีแดงสำหรับตั้งค่าโหมดการขับขี่  M1 และ M2 มาให้ รวมถึงปุ่มลัดสำหรับ สั่งปิด บรรดาเสียงแจ้งเตือนและเสียงเตือนสารพัดสิ่ง (Bings and Bongs) ที่มักจะคอยสร้างความรำคาญใจและทำให้การขับรถยุคใหม่กลายเป็นการโดนพี่เลี้ยงจอมบงการคอยจุกจิกจู้จี้น่ารำคาญใจอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ดีเทลสีแดงยังถูกนำมาตกแต่งบนแป้น Paddle Shift เพื่อรองรับเทคโนโลยี ระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ (Emulated Shift) ซึ่งทำงานคล้ายกับระบบจำลองเกียร์ในตระกูล N ของ Hyundai 



BMW ไปจนสุด ถึงขั้นเอาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เป็นมันสมองหลักของรถอย่างระบบ ‘Heart of Joy’ มาทำเป็นจุดขายไฮไลต์ ซึ่งระบบนี้คือตัวการในการควบคุมบาลานซ์และการตอบสนองของตัวรถที่ปรับตั้งค่าได้หลากหลายรูปแบบ โดยมีทั้งโหมดดริฟต์ (Drift Modes) และระบบกระจายแรงบิดทอร์กเวกเตอริ่ง (Torque Vectoring) สแตนด์บายพร้อมให้เรียกใช้งานครบมือ... ลองสังเกตก้อนหนาๆ บึกบึนที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง  ใช่เลย เห็นว่านั่นแหละคือ "ก้อนหัวใจ" ที่ว่า





งานนี้ต้องบอกว่า BMW กำลังโยนหินถามทาง ลองผิดลองถูก และทดลองไอเดียใหม่ๆ ชนิดทิ้งอดีตแบบกู่ไม่กลับไปแล้ว  สำหรับสาวกเดนตายบางกลุ่ม การทำ M3 เวอร์ชัน EV มันร้ายแรงยิ่งกว่าการดูหมิ่นศาสนา และเกือบจะเข้าข่ายอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crime) ไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง แฟนคลับวัยรุ่นรู้ดีเช่นกันว่า Tesla ไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในโลกด้วยการเดินตามรอยหรือลอกเลียนแบบขนบเดิมๆ ของรถซีดานพรีเมียมจากเยอรมนี

ดังนั้น รถต้นแบบคันนี้ รวมถึงผลลัพธ์สุดท้ายที่จะคลอดออกมาเป็น ‘Mi3’ เวอร์ชันผลิตจริง จะต้องกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์และถูกนำไปถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนที่สุดในช่วง 12 เดือนต่อจากนี้อย่างแน่นอน 

และถ้าหากได้ตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้วว่า  ทั้งหน้าตา สิ่งที่มันเป็น นั้นทำให้รู้สึกไม่ชอบ สำหรับแฟนคลับ M สายเครื่องยนต์ก็ไม่ต้องกังวนหรือวิตกจริต  BMW M ยังคงกำลังก้มหน้าก้มตาพัฒนา M3 เวอร์ชันเครื่องยนต์สันดาปภายใน (น้ำมัน) ควบคู่กันไปด้วย แม้ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลและสิ้นเปลืองเวลาอย่างยิ่งยวด ในการวิจัยและพัฒนา ทั้งรถยนต์สันดาปและรถไฟฟ้า แต่นี่อาจจะเป็นหนทางเดียวเท่านั้น ที่จะช่วยรักษาความสุขของลูกค้าเก่าทุกคนเอาไว้ได้ (เกือบ) ทั้งหมดครับ. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/