ป้ายทะเบียนพื้นหลังสีฟ้าสะท้อนแสง สำหรับรถ BEV หรือรถไฟฟ้า 100% เมื่อกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นำโดยนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  เปิดตัวร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมายตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 มิถุนายน 2569  พอร่างนี้หลุดออกมา โลกโซเชียลและกลุ่มคลับรถยนต์ไฟฟ้าก็เดือดทันที มีทั้งคนที่เห็นด้วยและคนที่ไม่เห็นด้วย ทำให้เสียงแตกออกเป็นสองฝั่ง เนื่องจากยังมีจุดสับสนที่คนเข้าใจผิดอยู่พอสมควร

สรุปเนื้อหา "ร่างกฎหมาย" เอาข้อเท็จจริงแบบชัวร์ สาระสำคัญของร่างนี้คือ ขนส่งฯ ต้องการเปลี่ยนสีพื้นหลังของป้ายทะเบียนรถ BEV ส่วนบุคคลให้เป็นสีฟ้าสะท้อนแสง ขนาด ตัวอักษร และตัวเลข ยังคงเดิมทุกประการ ครอบคลุมรถ 4 ประเภทหลัก ได้แก่ รถเก๋ง/SUV (รย.1 ตัวหนังสือดำ), รถตู้ (รย.2 ตัวหนังสือน้ำเงิน), กระบะไฟฟ้า (รย.3 ตัวหนังสือเขียว) และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (รย.12 ตัวหนังสือดำ)  นั่นทำให้คนเข้าใจผิดเยอะ จนขนส่งต้องรีบแจงย่อยเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มรถ EV ใหม่ หลังกฎหมายผ่าน จะได้ป้ายพื้นสีฟ้าสะท้อนแสงนี้ทันที  

...

กลุ่มรถ EV เก่า ที่จดทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนป้ายใหม่ สามารถใช้ป้ายขาวเดิมหรือป้ายประมูลเดิมได้ตลอดชีพ แต่ขนส่งฯ จะให้มาติดต่อรับเครื่องหมายพิเศษ เป็นสติกเกอร์หรือตราสัญลักษณ์ ไปติดเพิ่มที่แผ่นป้ายเดิมแทน โดยให้เวลาดำเนินการภายใน 1 ปี

กลุ่มรถ EV เก่า แต่อยากได้ป้ายฟ้า สามารถขอเปลี่ยนเป็นรูปแบบใหม่ได้ตามความสมัครใจ  

ฝั่งเห็นด้วย 
(ขนส่งฯ และฝ่ายสนับสนุน) เน้นความปลอดภัยและสิทธิประโยชน์ เหตุผลหลักที่ต้องแยกสีป้ายให้เห็นชัดเจนทางกายภาพด้วยสายตาก็คือ เรื่องของความปลอดภัยในการกู้ภัยฉุกเฉิน เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ไฟฟ้าชนหนักหรือเกิดไฟไหม้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือพลเมืองดี บุคคลทั่วไป สามารถแยกแยะได้ทันทีจากระยะไกลว่าเป็นรถไฟฟ้า 100% เพราะรถ EV มีแบตเตอรี่แรงดันสูง ซึ่งวิธีดับเพลิงรถยนต์ไฟฟ้า ใช้สารเคมีดับไฟ หรือการตัดสายไฟเพื่อช่วยชีวิตคนในรถ มีขั้นตอนเฉพาะทางที่ต่างจากรถน้ำมันอย่างสิ้นเชิง ถ้ากู้ภัยรู้เร็ว จะปลอดภัยต่อทั้งตัวคนเจ็บและเจ้าหน้าที่  การรองรับสิทธิประโยชน์และการควบคุมมลพิษในอนาคต เพื่อช่วยให้หน่วยงานอื่นๆ เช่น ผู้ให้บริการทางด่วน, ที่จอดรถในห้าง, หรือเขตควบคุมมลพิษ (Zero Emission Zone) สามารถมอบสิทธิพิเศษ (เช่น ส่วนลดค่าทางด่วน, ที่จอดเฉพาะ) ให้รถ EV ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาจอดตรวจเช็กฐานข้อมูลหลังบ้าน การจัดการปัญหามลพิษ ช่วยคัดกรองรถเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ตามนโยบายคมนาคมสีเขียวของภาครัฐ  

ฝั่งไม่เห็นด้วย 
มีทั้งผู้บริโภคและคนใช้รถที่มองว่า มีความไม่สวยงามและทำให้สับสน เสียงสะท้อนจากกลุ่มเจ้าของรถและชาวเน็ต โจมตีเรื่องรสนิยมและการใช้งาน สีฟ้าสะท้อนแสง ขัดใจสายแต่งรถ ประเด็นนี้กลายเป็นการถกเถียงกันอย่างดุเดือดในคลับรถยนต์ เจ้าของรถไฟฟ้า (บางคน) มองว่าสีฟ้าสะท้อนแสงมันดูลิเก และแมตช์เข้ากับสีตัวรถยากมาก รถบางคันสีแดง สีส้ม พอเจอทะเบียนสีฟ้าสะท้อนแสงเข้าไป ดีไซน์รถเสียหมด บางคนประชดว่าทำไมไม่ทำขอบป้ายหรือสัญลักษณ์เล็กๆ เหมือนในยุโรป ทำไมต้องถมสีฟ้าเต็มแผ่นป้าย 

จากความคิดเห็นที่ว่า ป้ายใหม่สีฟ้า...อาจสร้างความสับสนกับป้ายประเภทอื่น คนกลัวว่าจะไปเหมือนกับป้ายทะเบียนรถทูต ซึ่งใช้พื้นหลังสีฟ้าเหมือนกัน แต่ตัวหนังสือสีขาวและไม่สะท้อนแสง หรือสับสนกับป้ายรถตู้ส่วนบุคคล (รย.2) ที่ใช้ตัวหนังสือสีฟ้าบนพื้นขาว สำหรับคนใช้รถไฟฟ้ารุ่นเก่า แม้ขนส่งจะบอกว่าไม่บังคับเปลี่ยนป้าย แต่การต้องไปเอาเครื่องหมายพิเศษมาติดเพิ่มภายใน 1 ปี คนมองว่าเป็นภาระที่ต้องเดินทางไปขนส่งอยู่ดี  

...

ในความเป็นจริง รถไฟฟ้าเก่าป้ายขาวไม่ต้องเปลี่ยนป้ายใหม่ให้วุ่นวาย แต่ต้องติดสติกเกอร์ระบุความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มใน 1 ปี รถไฟฟ้าต้องมีการต่อภาษีทุกปีอยู่แล้ว การไปรับสติกเกอร์มาแปะ น่าจะไม่ได้สร้างความยุ่งยากลำบากกายเท่าใดนัก ส่วนมุมมองเชิงวิศวกรรมและความปลอดภัยในเรื่องการตัดกระแสไฟของกู้ภัยเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินกับรถยนต์ไฟฟ้า พอเกิดเหตุขึ้นจริง ความไม่พร้อมด้านอุปกรณ์ ความรู้ในเรื่องตำแหน่งของการตัดกระแสไฟ หรือไม่มีสารเคมีที่ใช้ในการดับเพลิงไหม้ที่เกิดจากแบตเตอรี่ลิเธี่ยม ดูจะเป็นปัญหามากกว่าแค่การปรับสีของป้ายรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต (อันใกล้) ที่ประเทศจีน บ้านเกิดเมืองนอนของยานยนต์พลังงานใหม่ที่เข้ามาแพร่หลายในไทย รถยนต์ไฟฟ้าจะใช้ป้ายสีเขียว แตกต่างจากรถยนต์สันดาปภายในที่มีทั้งแบบธรรมดา ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดใช้ป้ายสีฟ้า  เรียกว่า มึนตึบกันเลยทีเดียว! 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/       

...