ลุยสางปัญหาผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า "ศุภมาส" นำทีม สคบ. ถกแก้ปมรถชำรุด ศูนย์บริการปิด และราคาผันผวน หลังยอดร้องเรียนพุ่งกว่า 1,300 เคส เดินหน้าฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายคืนผู้บริโภคกว่า 103 ล้านบาท 

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 69 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. มาเป็นประธานการประชุมมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากกล่าวว่า วันนี้เรามาตั้งใจรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาล โดยอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้รณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกรองรับสถานการณ์วิกฤติพลังงาน แต่กลับต้องเผชิญปัญหา 3 เรื่องใหญ่ คือ รถชำรุดบกพร่อง การถูกลอยแพหลังบริษัทปิดตัว หรือศูนย์บริการปิดทำให้ไม่มีที่ซ่อมแซม และปัญหาด้านราคาที่ปรับตัวลดลงหลังซื้ออย่างรวดเร็ว 

โดย สคบ. ระบุว่า ในช่วงปี 2567-2569 มีผู้บริโภคร้องทุกข์เรื่องรถยนต์ไฟฟ้ากับทาง สคบ. เข้ามามากถึง 556 ราย รวมถึงร้องเรียนไปยังสภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนเพิ่มอีก 792 ราย รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,348 ราย ซึ่ง สคบ. มีการแก้ไขจนยุติข้อพิพาทแล้ว 402 ราย คิดเป็นร้อยละ 72.3

 ปัญหาที่พบมากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ 

1. ความชำรุดบกพร่อง 47.3% 

2. ไม่คืนเงินจอง 18.2% 

3. ซื้อแล้วปรับราคาลง 14.7%

4.ไม่ส่งมอบของแถม 13.1%

5. อุบัติเหตุหรือการซ่อมล่าช้า 2.9% 

โดยปัญหาเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้บริโภค ทุกเสียงของผู้บริโภคคือสิ่งที่เรารับฟัง และไม่อาจนิ่งเฉยได้ รถหนึ่งคันคือทรัพย์สินสำคัญของครอบครัว ผู้บริโภคต้องได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่ภาระที่ต้องแบกรับ  

...


สคบ. ได้พิจารณารูปแบบปัญหาที่ผู้บริโภคเผชิญเป็น 3 ประเด็น โดยพบปัญหา

1. บริการหลังการขาย จำนวน 288 ราย คิดเป็น 52% 

2. ปัญหาการซื้อขาย จำนวน 183 ราย คิดเป็น 33% 

3. ปัญหาการส่งมอบ จำนวน 85 ราย คิดเป็น 15% 

สิ่งที่ผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ากังวล มีดังนี้ 

1. กังวลว่าศูนย์บริการจะปิดตัวถึง จำนวน 329 ราย คิดเป็น 41.5% 

2. พบอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย จำนวน 164 ราย คิดเป็น 20.7% 

3. ไม่มีอะไหล่ต้องรอนาน จำนวน 94 ราย คิดเป็น 11.9% 

4. คืนรถไม่ได้เมื่อบริษัทปิดตัวอีกจำนวน 52 ราย คิดเป็น 6.6% 

ทั้งนี้ เพื่อปกป้องสิทธิผู้บริโภค คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีมติดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้ผู้บริโภค มูลค่าความเสียหายกว่า 103.1 ล้านบาทรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็น สินค้าควบคุมฉลาก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำฉลากสินค้าโดยให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน แสดงฉลากให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ สคบ. จัดทำ e-Book ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า โดยขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้นำเข้าส่งฉลากรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยให้กับ สคบ. เพื่อรวบรวมจัดทำเป็น e-Book นำเสนอข้อมูลฉลากของรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อ 

พร้อมอธิบายสาระสำคัญของฉลาก สิทธิผู้บริโภค แนวทางตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว ใช้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ โดยจะเผยแพร่ผ่านทุกช่องทางการประชาสัมพันธ์ของ สคบ. ทั้งบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และเพจในแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึงเฝ้าระวังการโฆษณา และกำกับดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำสัญญาจองตามแบบสัญญามาตรฐานด้วย

นอกจากนี้ข้อเสนอจากสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย การกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายโฆษณาข้อมูลคุณภาพ คุณลักษณะทางเทคนิค สมรรถนะ เงื่อนไขการรับประกัน และข้อจำกัดการใช้งานชิ้นส่วนสำคัญอย่างละเอียด การกำหนดกรอบเวลาซ่อมมาตรฐานในสัญญา การกระจายศูนย์บริการให้ครอบคลุมทุก 150-200 กิโลเมตร การสำรองอะไหล่ให้เพียงพอ การพัฒนาระบบเรียกคืนรถ (Recall) เพื่อแก้ไขความบกพร่องที่กระทบความปลอดภัย

รวมถึงการผลักดันมาตรการสิทธิในการซ่อม (Right to Repair) ให้เจ้าของรถซ่อมบำรุงได้แม้หมดระยะประกัน และการจัดตั้งศูนย์ประสานงานรับเรื่องร้องเรียนเฉพาะทางด้านยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งในส่วนนี้จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานของทุกฝ่ายร่วมกัน เพื่อมาร่วมลงรายละเอียดในประเด็นแนวทางการยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภครถยนต์ไฟฟ้ากันต่อไป

"ขอขอบคุณสภาองค์กรของผู้บริโภคที่นำเสียงของพี่น้องประชาชนมาสะท้อน และขอฝากถึงผู้ประกอบการทุกรายว่า พี่น้องประชาชนที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากท่าน คือ ผู้ที่ฝากความหวังและฝากเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงไว้กับท่าน ขอให้ดูแลเขาเหมือนคนในครอบครัว เร่งรัดแก้ไขปัญหาด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม สำรองอะไหล่ให้เพียงพอ ดูแลศูนย์บริการให้ครอบคลุม กำหนดกรอบเวลาซ่อมที่ชัดเจน อย่าปล่อยให้ผู้บริโภคถูกลอยแพ ดิฉันยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องสู้ลำพัง"

...