ข่าวเรื่องแบตเตอรี่โซลิดสเตตจะมาปฏิวัติโลก ถูกพูดถึงมาเกือบสิบปีแล้ว แต่จนแล้วจนรอด รอกันจนเหงือกแห้ง มาถึงปี 2026 นี้ เราก็ยังไม่เห็นรถยนต์ไฟฟ้าบ้านๆทั่วไปใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้แบบ 100% กันซะที เหตุผลที่มันมาช้าแต่ยังไม่มา มีสาเหตุหลักจากกำแพงทางเทคนิคและต้นทุนมหาศาล มันโหดหินกว่าที่นักวิจัยคาดไว้ในช่วงแรก 

ปัญหาเรื่องรอยต่อของแข็ง ในแบตเตอรี่แบบเดิม น้ำกรดหรือของเหลวจะซึมเข้าไปทั่วทุกอณูของขั้วไฟฟ้า ทำให้ไฟเดินสะดวก แต่พอเป็น ของแข็งเจอของแข็ง (Solid-to-Solid) พื้นที่สัมผัสมันไม่ได้แนบสนิท 100% เหมือนของเหลวผลที่ตามมาก็คือ แรงต้านทานภายในจะเกิดขึ้นสูงมาก ทำให้ประสิทธิภาพลดลงเมื่อใช้ไปนานๆ หรือเมื่อชาร์จเร็ว และวัสดุอาจมีการขยายตัวหรือหดตัวจนเกิดรอยร้าวในโครงสร้างแบตเตอรี่ได้

...

การเกิดหนามลิเธียม (Dendrites) หนึ่งในความหวังเดิมคือโซลิดสเตตจะช่วยหยุดการเกิดเดนไดรต์ หรือหนามแหลมที่จะทิ่มจากขั้วหนึ่งไปอีกขั้วจนแบตลัดวงจร แต่ความจริงพบว่า หนามลิเธียมยังสามารถแทรกตัวผ่านรอยร้าวเล็กๆ ในเซรามิกหรือของแข็งได้ ทำให้ความปลอดภัยที่เคยเคลมไว้ว่าไม่ระเบิดแน่นอน ยังคงต้องมีการวิจัยเพิ่มเพื่อแก้ปัญหานี้ให้เบ็ดเสร็จขาดและมีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐาน 

ต้นทุนที่แพงมหาศาล จากข้อมูลล่าสุดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2026 ระบุว่า ต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตตแบบ All-Solid-State ยังสูงกว่าลิเธียมไอออนแบบเดิม 6-8 เท่า วัสดุอย่าง ซัลไฟด์ (Sulphide) หรือ ลิเธียมฟอยล์ มีราคาสูงมากและต้องใช้กระบวนการผลิตในห้องแห้งสนิท (Dry Room)  ต้องใช้แรงดันมหาศาลในการประกอบเซลล์ เพื่อให้วัสดุของแข็งแนบสนิทกันนั่นทำให้ค่ายรถหรือบริษัทผลิตแบตเตอรี่ต้องสร้างโรงงานใหม่มูลค่ามหาศาลเข้าไปอีก

โรงงานผลิตต้องสร้างใหม่เกือบทั้งหมด โรงงานแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน ไม่สามารถเปลี่ยนมาผลิตโซลิดสเตตได้แบบทันทีทันควันทันเหตุการณ์ ต้องมีการลงทุนเครื่องจักรใหม่ ต้องใช้เทคโนโลยีความดันสูงและระบบควบคุมสภาพแวดล้อมที่เข้มงวดกว่าเดิมมาก ซึ่งบริษัทรถยนต์ยังไม่กล้าทิ้งโรงงานเดิมที่เพิ่งลงทุนไปหมื่นล้านแสนล้านบาท

สถานการณ์ปัจจุบัน (Update 2026) ถึงจะดูช้า แต่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ  

Toyota ยังคงเป็นผู้นำด้านสิทธิบัตร (กว่า 1,000 ฉบับ) และมีแผนจะเริ่มผลิตแบบจำนวนจำกัด (Pilot Production) เพื่อใส่ในรถระดับหรูหรือรุ่นพิเศษในช่วงปี 2027-2028

แบรนด์จีน (เช่น Chery, BYD, Nio) เริ่มใช้แบตเตอรี่แบบ "Semi-Solid State" (กึ่งแข็งกึ่งเหลว) มาขัดตาทัพก่อน ซึ่งให้ความจุสูงขึ้นแต่ยังผลิตได้ง่ายกว่าแบบแข็ง 100%

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า กว่าที่แบตเตอรี่โซลิดสเตตจะมีส่วนแบ่งการตลาดเกิน 1% ของรถไฟฟ้าทั่วโลก อาจต้องรอไปถึงปี 2030 หรือหลังจากนั้นอีกสักหน่อย แบตเตอรี่แบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น แน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องของการตลาดที่หลอกลวง แต่เป็นการเปลี่ยนจากงานวิจัยในห้องแล็บ มาเป็นการผลิตระดับอุตสาหกรรม ซึ่งยากและซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มาก 

...

การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน กับแบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-state) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต สามารถพิจารณาได้จากองค์ประกอบหลักและประสิทธิภาพ ดังนี้

เริ่มจากองค์ประกอบภายในของตัวแบตเตอรี่ทั้งสองแบบ  (The Core Difference) ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ สถานะของอิเล็กโทรไลต์ ซึ่งเป็นตัวกลางที่ช่วยให้ไอออนเคลื่อนที่ไปมาระหว่างขั้วบวกและขั้วลบ แบตเตอรี่ Lithium-ion ใช้ของเหลวหรือเจลเป็นอิเล็กโทรไลต์ (Liquid Electrolyte) และมีแผ่นกั้น (Separator) เพื่อป้องกันขั้วไฟฟ้าแตะกัน ส่วนแบตเตอรี่ Solid-state ใช้ วัสดุของแข็งเป็นอิเล็กโทรไลต์ (Solid Electrolyte) เช่น เซรามิกหรือแก้ว ทำหน้าที่เป็นทั้งตัวนำไอออนและแผ่นกั้นในตัวเดียว

...

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) เมื่อเปรียบเทียบกับโซลิดสเตต (Solid-state) แล้วพบว่า ลิเธียม มีความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่า (ต้องการพื้นที่มากเพื่อให้ได้ไฟเยอะ) ส่วน โซลิดสเตต (Solid-state) มีความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่ามาก (บรรจุพลังงานได้มากกว่าในขนาดที่เท่ากัน)

ด้านความปลอดภัย แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) เสี่ยงต่อการลุกไหม้หากรั่วหรือร้อนจัด ส่วน โซลิดสเตต (Solid-state) ปลอดภัยสูง ไม่ติดไฟและทนความร้อนได้ดีกว่า

ความเร็วในการชาร์จไฟ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ชาร์จเร็วได้ระดับหนึ่ง (จำกัดด้วยความร้อน) ส่วน โซลิดสเตต (Solid-state) ชาร์จได้เร็วกว่ามาก โดยไม่เสียเสถียรภาพ

อายุการใช้งาน แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) เสื่อมสภาพตามรอบการชาร์จ (Liquid เสื่อมง่าย) ยิ่งชาร์จ DCบ่อย ความสามารถในการเก็บประจุจะลดหลั่นลงไปตามการใช้งานและการชาร์จด้วยไฟกระแสตรงเป็นหลัก สำหรับแบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-state) มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า เนื่องจากวัสดุของแข็งมีความทนทานสูงกว่ามาก 

...

ต้นทุนการผลิต แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) มีต้นทุนที่ต่ำกว่า เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีแพร่หลายแล้ว ส่วน โซลิดสเตต (Solid-state) ยังคงมีต้นทุนที่สูงอยู่ และยังไม่แพร่หลาย โดยแบรนด์รถยนต์จีนอย่าง Changan จะเริ่มใช้ในปี 2027 นี้ 

 

เกิดคำถามจากคนที่สงสัยว่า ทำไมโซลิดสเตตถึงเป็นความหวังของวงการยานยนต์? แล้วไม่ยอมทำออกมาซะที โปรโมทกันมานานกว่า 6-7 ปีแล้ว 

  1. ระยะทางที่ไกลขึ้น ด้วยความหนาแน่นของพลังงานที่สูงกว่า ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) สามารถวิ่งได้ระยะทางเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว โดยไม่ต้องขยายขนาดแบตเตอรี่ให้ใหญ่เทอะทะ

  2. ความปลอดภัยที่เหนือกว่า เนื่องจากไม่มีของเหลวที่ไวไฟอยู่ภายใน แม้แบตเตอรี่จะถูกกระแทกอย่างรุนแรงหรือเกิดการลัดวงจร โอกาสที่จะเกิดการระเบิดหรือไฟลุกท่วมก็น้อยลงอย่างมาก

  3. แก้ปัญหาเรื่องเวลา เป้าหมายของเทคโนโลยีนี้คือการทำให้การชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ทำได้เร็วใกล้เคียงกับการเติมน้ำมัน (ประมาณ 10-15 นาที)

ดูไปแล้ว แบตเตอรี่เทพอย่าง Solid-state เป็นความหวังที่ชนะเลิศในเกือบทุกด้านของประสิทธิภาพ แต่ปัจจุบันเรายังคงใช้ Lithium-ion เป็นหลักเนื่องจากกระบวนการผลิตที่เสถียรและราคาถูกกว่า คาดว่าเราจะเริ่มเห็นแบตเตอรี่โซลิดสเตตในรถยนต์ระดับเรือธง (Flagship) หรืออุปกรณ์เฉพาะทางในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า. 


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/