หลังจากที่ BMW เคยทำให้แฟนคลับหรือบีเมอร์ตาค้างมาแล้ว ด้วยการส่ง iX3 ออกมาเขย่าวงการ แล้วตามด้วย i3 saloon สุดเนี๊ยบ ฝั่ง Mercedes-Benz ก็ไม่ยอมอยู่เฉย ขอสวนกลับทันที โดยส่ง Mercedes-Benz C-Class พลังงานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์มาสานต่อกระแสจากรุ่นพี่อย่าง GLC Electric และน้องเล็กอย่าง CLA Electric
ทุกวันนี้ คนที่เล็งรถพลังงานสะอาดก็จะมองไปที่ตัวเลขการทำระยะทางของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นพาดหัวสำคัญของการเปิดตัว รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ทุกคันโดยเฉพาะแบรนด์พรีเมียมหนีไม่พ้นเรื่องการขิงด้วยระยะทางวิ่ง ซึ่ง... ก็ต้องยอมรับว่า Benz ยังตามหลัง BMW อยู่นิดหน่อย Mercedes แจ้งในเอกสารของสื่อว่า แบตเตอรี่ขนาด 94kWh วิ่งได้ไกลสุดประมาณ 761 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเหล่าสาวก EV หูไวตาไวคงสังเกตเห็นทันทีว่า ขนาดแบตเตอรี่นี้ "เล็กกว่า" แบตฯที่ค่ายเมืองมิวนิกยัดใส่ไว้ใน i3
...
สิ่งที่น่าสนใจกว่าการขิงกันด้วยเรื่องของระยะทาง น่าจะเป็นเรื่องของรูปลักษณ์ เจ้า C-Class ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมกับภาษาการดีไซน์ยุคใหม่ล่าสุดของค่าย ซึ่งทาง Mercedes นิยามว่านี่คือเส้นสายสไตล์คูเป้ และส่วนบั้นท้ายแบบ GT ที่โฉบเฉี่ยว ทรงของรถทั่วทั้งคันจะช่วยขับเน้นความสง่างาม มีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการนำเอากระจังหน้าทรงตั้งตระหง่านของเจ้าหมูแดง Radpig มาใส่ไว้ใน C ไฟฟ้า มองดูแล้วก็เหมือนกับกระจังของ GLC Electric ที่นำกระจังคลาสสิกในยุค 70 ของ S Class กลับมาใช้งานแล้วเติมรายละเอียดภายในกระจังให้มีความซับซ้อนและสวยงามทันสมัยกว่าเดิมด้วยหลอด LEDที่อยู่ภายในชุดกระจัง ทีนี้ ขับระวังกันได้หรือยังเพราะกระจังใหม่ไม่ใช่ถูกๆ
C-Class Electrci ถูกออกแบบมาให้ลู่ลมตามสไตล์ของรถกินไฟไม่ใช้น้ำมัน แถมยังมีดีเอ็นเอของรถครอบครัวที่ชัดเจนมาก เพราะมองรวมๆ แล้วมันคือ GLC Electric ในเวอร์ชันที่ตัวเล็กลงและดูพริ้วขึ้นนั่นเอง นักออกแบบและวิศวกรของ Mercedes มักจะโชว์เหนือเรื่องเทคโนโลยีกันเป็นประจำ สะท้อนออกมาให้เห็นผ่านงานดีไซน์หลายจุด เช่น ไฟส่องสว่างกว่า 1,050 จุด ที่โดดเด่นอยู่บนกระจังหน้าแบบใหม่ เหมือนที่เคยทำ Mercedes เน้นความสวยและเทคโนโลยีล้ำๆ มาสู้ แม้ตัวเลขระยะทางจะยังเป็นรองคู่ปรับตลอดกาลอย่าง BMW อยู่หน่อยนึงก็ตาม
...
ภายในห้องโดยสาร พบกับ MBUX Hyperscreen ยึดพื้นที่คอนโซลไปแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหตุผลหลักๆ ของการนำจอใหญ่ยักษ์มาใช้ในซีดานเล็กพลังไฟฟ้าก็เพราะมันใหญ่แบบตะโกน! แน่นอนว่า Benz ไม่ได้ต้องการเอาชนะรถหรูจีนด้วยจอด้วยหน้าจอความละเอียดสูงขนาดมหึมาถึง 39.1 นิ้ว พาดยาวเต็มความกว้างของตัวรถ พร้อมไฟ Backlight และหลอด LED อีกกว่า 1,000 ดวง ถือเป็นหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งมาใน C-Class และใช่ครับ... เห็นด้วยว่ามันอลังการจริง
...
แต่ถ้าใครคิดว่านั่นเยอะไป ยังมีออปชัน MBUX Superscreen ซึ่งดู "จิ๋ว" ไปเลยเมื่อเทียบกัน โดยจะเป็นการรวมหน้าจอ 3 จอเข้าไว้ภายใต้แผ่นกระจกผืนเดียว ทั้งสองแบบสามารถปรับตั้งค่าได้ละเอียดยิบชนิดที่ว่าชาตินี้ทั้งชาติคุณก็คงปรับอะไรข้างในนั้นไม่หมดอยู่แล้ว แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญแผนกอบรมเซลส์ยังเล่นไปได้ไม่ถึงไหนเลยเนื่องจากความ เยอะ แต่อย่างน้อย Mercedes-Benz ยังปรานีที่ทำแถบควบคุมอุณหภูมิแยกไว้ให้เข้าถึงได้ตลอดเวลา นี่ซิถึงเรียกว่า ใช้งานได้จริง
...
เมื่อ AI บุกยึดเบาะคนขับ ทุกอย่างจะดูไฮเทค ไม่ใช่แค่คุณที่เข้าถึงหน้าจอ แต่ AI ก็จะเข้าถึงเจ้าของรถเช่นกัน ผ่านขบวนทัพปัญญาประดิษฐ์แบบจัดเต็ม ดูเหมือนว่า Mercedes-Benz (รวมถึงโลกฝั่งที่เหลือ) จะไม่เคยดูหนังเรื่อง The Terminator เลยสักครั้งเดียว เพราะผู้บริหารของแบรนด์ตราดาว ตัดสินใจยัดทั้ง ChatGPT-4o, Microsoft Bing และ Google Gemini ลงไปใน C-Class ใหม่นี้ ภายใต้คอนเซปต์ "Multi-agent approach" ทางค่ายดาวสามแฉกเคลมว่า การมี 3 บริการ AI ทำงานร่วมกันจะช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้ได้ดีกว่าเดิม... ซึ่งก็น่าจะช่วยให้มันทำอะไรได้เเข้าเรื่องเข้าราวมากกว่าระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบเดิมที่น่ารำคาญ
เทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ คือ ระบบนำทางแบบ 3D Augmented Reality หยิบยืมมาจากรุ่นพี่อย่าง S-Class และ EQS นี่เป็นฟีเจอร์ที่ผมเคยลองแล้วต้องขอบอกว่า ดีงามมาก เริ่มต้นด้วยต้อนรับที่ดูคูลไม่เบา การแสดงผลของระบบนำทางนับว่าฉลาดปราดเปรื่องเอาเรื่อง พร้อมความชัดเจนของเส้นทางที่ทำให้การใช้งานในพื้นที่ไม่คุ้นชินมีความง่ายและสะดวกขึ้น ส่วนระบบความปลอดภัยพื้นฐานก็จัดเต็มด้วยระบบควบคุมระยะห่าง (Distance Control) ที่ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน พร้อมด้วยกองทัพเซนเซอร์และกล้องรอบคันที่นับรวมกันได้ถึง 27 จุด! นอกจากนี้ยังมีออปชันเสริมอย่างระบบช่วยเปลี่ยนเลนและระบบช่วยขับขี่ หรือสรุปง่ายๆ ก็คือระบบช่วยขับอัตโนมัติที่ยังไม่พร้อมใช้ในไทยนั่นแหละ
สมรรถนะการขับขี่ของ C ไฟฟ้า เป็นมากกว่าแท็บเล็ตติดล้อ เริ่มต้นมาก็ขิงอีกแล้ว แน่นอนว่า เจ้านี่ก็คือรถยนต์ ไม่ใช่แค่แท็บเล็ตชุบโครเมียมที่แปะตรา Mercedes ไว้โก้ๆ ค่ายดาวสามแฉกออกมาเคลมแบบเดียวกับที่เคยคุยไว้ในรุ่น GLC ว่า รถคันนี้ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ระดับเดียวกับ S-Class กันเลยทีเดียว อ้าว ยังไงกันครับนั่น Mercedes ยืดอกยันอีกด้านว่า C-Class พลังงานไฟฟ้าตัวใหม่นี้ คือ C-Class ที่มีความเป็นสปอร์ตมากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา เลยทีเดียว มองดูแล้วจะนุ่มด้วย สปอร์ตด้วย ต้องลองขับถึงจะรู้ว่าตัวจริงจะทำได้อย่างที่คุยไหม!
ขุมพลังที่เป็นมอเตอร์ มีให้เลือกทั้งรุ่น มอเตอร์เดี่ยว วางบนเพลาหลัง พร้อมเกียร์ออโต้ 2 สปีดชุดใหม่ และรุ่น มอเตอร์คู่ (หน้า-หลัง) โดยมอเตอร์คู่หน้าจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเสริมพลัง (Booster) และจะตัดการทำงานออกไปเองเมื่อไม่จำเป็นเพื่อประหยัดพลังงาน ระบบห้ามล้อปรับใหม่หมด เบรกแรงสะใจ แถมปั่นไฟคืนได้มหาศาล Mercedes เคลมว่าระบบเบรกแบบรีเจนพลังงานทรงพลังมาก สามารถชะลอรถได้ในแทบทุกสถานการณ์ แม้กระทั่งในจังหวะที่ระบบ ABS ทำงาน โดยใช้เพียงการหน่วงจากมอเตอร์ (Recuperation) ซึ่งปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ได้สูงสุดถึง 300kW โดยหลักการแล้ว ทางค่ายกล่าว C-Class ไฟฟ้าใหม่ สามารถเบรกจนหยุดสนิทได้ด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นการดึงพลังงานจลน์กลับมาใช้ได้อย่างสูงสุด
ในส่วนของช่วงล่าง รุ่นมาตรฐานจะเป็นแบบ Passive ที่ใช้โช้คอัพแบบ Amplitude-selective ตอบสนองได้รวดเร็ว หรือจะขยับไปเล่นช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ (Airmatic) ก็ได้ ซึ่งทั้งสองแบบการันตีความนุ่มสบายระดับ ยอดเยี่ยม และถ้ามันทำได้ใกล้เคียงกับ GLC ซึ่งจริงๆแล้ว C-Class Electric ทำได้แน่ เจ้านี่จะเป็นรถที่นั่งสบายสุดๆ คันหนึ่งเลยทีเดียว
สำหรับสายเท้าหนัก ตัวท็อปอย่าง C 400 4MATIC มาพร้อมกำลัง 483 แรงม้า ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.0 วินาที พร้อมระยะทางวิ่งสูงสุด 761 กิโลเมตร ตามที่เกริ่นไว้แต่แรก และด้วยเทคโนโลยีระบบไฟ 800V หากคุณหาตู้ชาร์จแบบ 330kW เจอ ก็จะสามารถอัดไฟให้รถวิ่งต่อได้ถึงประมาณ 325 กม. ภายในเวลาแค่ 10 นาที แม้ตัวเลขการทำระยะทางในตอนนี้จะยังตามหลัง i3 อยู่นิดๆ... แต่ Mercedes ไม่ยอมปล่อยให้ BMW เสวยสุขนานแน่ เพราะในปีหน้า พวกตราดาวเตรียมเผยโฉม C-Class ไฟฟ้ารุ่นย่อยอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ รวมถึงรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังที่จะกลายเป็น บรรทัดฐานใหม่ของเซกเมนต์รถเก๋งไฟฟ้าขนาดกลาง
โดยรุ่นที่ว่านี้จะวิ่งได้ไกลถึงประมาณ 800 กิโลเมตร ซึ่งก็ยังน้อยกว่า i3 อยู่นิดนึง (ในทางทฤษฎี) แต่นั่นก็ถือเป็นระยะทางที่ไกลมหาศาลสำหรับการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ดี.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/