ปัญหาจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เต็มหรือคิวยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นความท้าทายหลักที่เกิดจากความไม่สมดุลระหว่าง "ปริมาณรถ" และ "ความสามารถในการกระจายตัวของสถานี" ในช่วงเวลาที่ทุกคนเดินทางพร้อมกัน 

การวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไขทั้งในระดับโครงสร้างและระดับบุคคล 

สาเหตุของปัญหา 

จุดชาร์จไฟของรถยนต์ไฟฟ้า มักกระจุกตัวตามเส้นทางหลัก รถส่วนใหญ่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปยังภาคเหนือและอีสานพร้อมกันในจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะคนที่ต้องการประหยัดค่าเชื้อเพลิงในช่วงที่น้ำมันทุกประเภทมีราคาแพงจัด รถไฟฟ้าจำนวนมากที่ออกเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ไปอีสานพร้อมกัน ทำให้สถานีชาร์จบนถนนสายหลัก (เช่น สายเอเชีย หรือ มิตรภาพ) ต้องรับภาระหนักเกินกำลัง บางคันมาตั้งแต่ 10.00 น. กว่าจะได้ชาร์จล่อไป 14.00 น.  รอกันเงิบท่ามกลางอากาศร้อนจัด แม้ในเส้นทางหลัก ตามสถานีบริการที่มีจุดชาร์จไฟรถอีวีจะแน่นตึบ ในขณะเดียวกันที่สถานีในตัวเมืองหรือเส้นทางรองก็เต็มไปด้วยปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าที่รอชาร์จกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด

...

พฤติกรรมการชาร์จ (Charging Behavior): ผู้ใช้หลายคนเลือกชาร์จจนถึง 100% ซึ่งช่วง 80-100% จะใช้เวลานานมากเนื่องจากความเร็วในการชาร์จลดลง (Charging Curve) ทำให้เสียเวลาครองหัวชาร์จนานเกินความจำเป็น

ความเร็วของตู้ชาร์จไม่เต็มประสิทธิภาพ  เมื่อมีการชาร์จพร้อมกันหลายหัวในสถานีเดียว ในลักษณะต่างคนต่างดึงกระแส บวกกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและไม่เป็นมิตรกับแบตเตอรี่ กำลังไฟมักจะถูกแชร์ (Load Balance) ทำให้ชาร์จได้ช้าลงกว่าสเปกที่ระบุไว้

แม้ปัญหา เจ้าที่  ปัญหารถน้ำมันจอดทแยงหรือจอดแช่ในที่จอด EV รวมถึงรถ EV ที่ชาร์จเต็มแล้วแต่เจ้าของไม่มาเคลื่อนย้ายลดลงไปพอสมควรแต่ก็ยังมีคนมักง่ายนึกจะจอดตรงไหนก็จอดกับพวกไม่แคร์สังคม จอดชาร์จแช่ยาวทั้งๆที่ไฟเข้าไป 80 % และสามารถออกเดินทางต่อเพื่อเปิดทางให้คนอื่นได้ชาร์จ กว่าจะมาถึงรถเล่นเอาเกือบจะมีเรื่องมีราวก็ไม่ใช่น้อยๆ ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ น่าจะมีการอบรมบ่มนิสัยกันซะตั้งแต่เด็กๆ เกี่ยวกับเรื่องของการคิดคำนึงถีงสังคมและการเกรงอกเกรงใจผู้อื่นให้มากกว่าคิดถึงแต่ตัวเอง 

ปัญหาจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเต็มหรือคิวยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นความท้าทายหลักที่เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างปริมาณรถ และความสามารถในการกระจายตัวของสถานี  ในช่วงเวลาที่ทุกคนเดินทางพร้อมกัน 

 

พฤติกรรมการชาร์จ  ผู้ใช้หลายคนเลือกชาร์จจนถึง 100% ซึ่งช่วง 80-100% จะใช้เวลานานมากเนื่องจากความเร็วในการชาร์จลดลง ทำให้เสียเวลาครองหัวชาร์จนานเกินความจำเป็น เมื่อแจมชาร์จไฟ ความเร็วของตู้ชาร์จจะทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ  เมื่อมีการชาร์จพร้อมกันหลายหัวในสถานีเดียว กำลังไฟมักจะถูกแชร์ (Load Balance) ทำให้ชาร์จได้ช้าลงกว่าสเปกที่ระบุไว้

การวางแผนเชิงกลยุทธ์จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาได้มหาศาล  ชาร์จแค่พอไปถึง เอาแค่ 80%  ไม่จำเป็นต้องรอจนเต็ม 100% ให้เน้นชาร์จในช่วง 10-80% ซึ่งเป็นช่วงที่ไวที่สุด แล้ววิ่งไปชาร์จต่อที่สถานีถัดไป จะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า เลือกสถานีทางเลี่ยง ลองหาจุดชาร์จที่อยู่ในโรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรือโชว์รูมรถยนต์ที่ห่างจากถนนสายหลักไปสัก 5-10 กิโลเมตร มักจะว่างกว่าจุดชาร์จในปั๊มน้ำมันใหญ่ๆ หรือจองล่วงหน้าผ่านแอปฯ ใช้ฟีเจอร์การจอง   ในแอปพลิเคชันต่างๆ และควรมีแอปฯ สำรองไว้หลายค่าย (เช่น PEA VOLTA, EleX by EGAT, MG Super Charge, Evolt)

...

เดินทางเหลื่อมเวลา หากเป็นไปได้ การออกเดินทางก่อนหรือหลังช่วงพีค 1 วัน หรือเดินทางในช่วงกลางคืนที่อากาศเย็น (ซึ่งช่วยให้ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ทำงานดีขึ้นและชาร์จไวขึ้น) จะช่วยลดปัญหาได้มาก


แนวทางแก้ไขระดับโครงสร้าง (Systemic Solutions)

การเพิ่มความจุพลังงาน การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System) ที่สถานี เพื่อช่วยจ่ายไฟแรงสูงในช่วงที่มีรถมาจอดพร้อมกันโดยไม่พึ่งพาแค่หม้อแปลงไฟฟ้า มาตรการค่าปรับจอดแช่  การบังคับใช้ค่าธรรมเนียมสำหรับรถที่ชาร์จเสร็จแล้วแต่ไม่เคลื่อนย้ายรถออกอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มอัตราการหมุนเวียน  

...

Mobile EV Charger  ในช่วงเทศกาล ผู้ให้บริการควรมีหน่วยชาร์จเคลื่อนที่หรือรถ Mobile Charging ไปจอดสแตนด์บายตามจุดพักรถที่วิกฤต หาระบบจองแบบเรียลไทม์ที่แม่นยำคือ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างค่าย (Roaming) เพื่อให้ผู้ใช้เห็นสถานะตู้ว่างทั่วประเทศในแอปฯ เดียว และระบบคิวที่เป็นธรรม.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/    

...