สำหรับผู้ใช้รถยนต์สันดาปในช่วงนี้ การติดตามสถานการณ์รายวันเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะนโยบายการปรับราคาของรัฐบาลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุด สถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้ (มีนาคม 2569) ถือเป็นช่วงที่ผันผวนรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีครับ โดยมีปัจจัยหลักมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความชอบธรรมในการเอาคืนของอิหร่านซึ่งเป็นฝ่ายถูกรุกรานกำลังส่งผลกระทบในวงกว้างไปทั่ว ทั้งราคาตลาดโลกและราคาขายปลีกในประเทศไทย
...
ราคาน้ำมันในตลาดโลก แนวโน้ม แน่นแนว่ายิงกันยังไม่เลิกแบบนี้ ช่วงขาขึ้นอาจลากยาวไป 1-3 เดือนนับต่อจากนี้ รัฐบาลพยายามเร่งแก้ปัญหา แต่ก็แก้การกักตุนของสถานีบริการไม่ได้เลย โดยภาพรวมในระยะสั้น...ราคาน้ำมันดิบโลก ณ ปัจจุบัน (ปลายเดือนมีนาคม 2569) พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Brent Crude ทะลุระดับ $103 - $112 ต่อบาร์เรล ไปแล้ว WTI เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ $91 - $98 ต่อบาร์เรล ส่วนจุดที่ราคาเชื้อเพลิงจะไปหยุดหรือเกิดความสมดุลนั้น นักวิเคราะห์จากหลายสถาบัน (เช่น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย และ EIR) คาดการณ์ว่า....หากสถานการณ์ความขัดแย้งและการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมัน (เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ) ยังไม่คลี่คลาย ราคาอาจยืนเหนือ $100 ต่อบาร์เรล ต่อไปอีกอย่างน้อย 1-3 เดือน สำหรับมุมมองระยะยาว อย่างไรก็ตาม EIA และ J.P. Morgan คาดว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หากการผลิตจากกลุ่ม Non-OPEC เพิ่มขึ้น และความตึงเครียดลดลง ราคาอาจทยอยปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ $70 - $80 ต่อบาร์เรล ในช่วงปลายปี
หันมาดูราคาน้ำมันในประเทศไทยก็พบว่าแพงขึ้นเรื่อยๆ การปรับตัวครั้งใหญ่สำหรับในไทย สถานการณ์ค่อนข้างตึงตัวเนื่องจากภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบสะสม มติล่าสุด (26 มีนาคม 2569) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร เพื่อลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันฯ ที่ติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท ทำให้ราคาขายปลีกประมาณการ (เขตกรุงเทพฯ)ดีดตัวขึ้นจนยันเพดาน โดยน้ำมันดีเซล มีราคา ประมาณ 32.94 - 33.00 บาท/ลิตร (เริ่มลดการตรึงราคาลง)แก๊สโซฮอล์ 95 ประมาณ 35.05 บาท/ลิตร เบนซิน 95 ประมาณ 43.64 บาท/ลิตร
...
เปรียบเทียบต้นทุนต่อกิโลเมตร (บาท/กม.)
สมมติฐาน รถน้ำมันกินน้ำมันเฉลี่ย 15 กม./ลิตร และ รถ EV กินไฟเฉลี่ย 6 กม./หน่วย (16.6 kWh/100km)
กลุ่มรถน้ำมัน (ICE)
ดีเซล: ประมาณ 2.60 บาท/กม.
แก๊สโซฮอล์ 95: ประมาณ 2.74 บาท/กม.
แก๊สโซฮอล์ E20: ประมาณ 2.40 บาท/กม.
กลุ่มรถไฟฟ้า (EV)
ชาร์จไฟบ้าน (Off-Peak): ประมาณ 0.49 บาท/กม.
ชาร์จสถานีสาธารณะ (DC): ประมาณ 1.25 - 1.58 บาท/กม.
ความคุ้มค่าในสถานการณ์ปัจจุบัน
...
EV ยังคงประหยัดกว่าชัดเจน แม้ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้น แต่ต้นทุนการวิ่งของ EV โดยเฉลี่ยยังต่ำกว่ารถน้ำมันประมาณ 2-5 เท่า ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการชาร์จ
จุดเปลี่ยนของค่าไฟ ขณะนี้เริ่มมีกระแสข่าวการปรับขึ้นค่าชาร์จสาธารณะ (Public Charging) ไปแตะระดับ 11 บาทต่อหน่วย เพื่อสะท้อนต้นทุนจริง หากปรับขึ้นถึงจุดนั้น ต้นทุน EV จะขยับไปที่ 1.83 บาท/กม. ซึ่งจะเริ่มขยับเข้าใกล้รถยนต์ Hybrid ที่ประหยัดน้ำมันสูงๆ (เช่น 23-25 กม./ลิตร)
ต้นทุนแฝงที่ต้องระวัง แม้ค่าพลังงานในการชาร์จให้กับรถยนต์ไฟฟ้าจะถูกกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง แต่ในระยะยาวต้องพิจารณา ค่าประกันภัยของรถยนต์ไฟฟ้าที่สูงกว่ารถน้ำมันประมาณ 20-30% และ ราคายาง สำหรับรถ EV ที่มักจะสึกหรอเร็วกว่าเนื่องจากแรงบิดและน้ำหนักตัวรถที่มาก
...
หากคุณเน้นความประหยัดและชาร์จไฟที่บ้านได้ การเลือกรถยนต์ไฟฟ้า EV ยังคงเป็นผู้ชนะด้านความประหยัด รถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังทิ้งห่างในด้านต้นทุนพลังงานอีกด้วย แต่หากต้องพึ่งพาสถานีชาร์จสาธารณะ เพียงอย่างเดียว ที่บ้านไม่มี WallBox สำหรับชาร์จไฟ ความต่างของต้นทุนจะเริ่มแคบลง เมื่อเทียบกับรถ Hybrid รุ่นใหม่ๆ ในตลาดปัจจุบัน
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/