สัมผัสแรก รถไฟฟ้า HONDA eN:2 มาด้วยทรง Fastback สวย หอม หรูหรา น่าขับ รอเจอคันจริงในงาน Motor Show 2026 คาดการณ์ราคาที่ 1.4XX ล้าน

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Honda เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Honda e:N ซึ่งถือเป็นรถไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ที่มาทำตลาดต่อจาก eN:1 โดย Honda e:N2 จัดเป็นรถไฟฟ้าทรง Fastback ที่หลังคาลาดเอียงต่อเนื่องไปจนถึงท้ายรถ และเป็นแบบ Crossover ที่มีเส้นสายการออกแบบที่คม และโฉบเฉี่ยว 


พร้อมออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Knives Out ความยาวโดยรวมยาวกว่า Honda CR-V เล็กน้อย ความกว้างประมาณ Honda HR-V น้ำหนักตัวรถ 1,700 กิโลกรัม ทำให้การขับขี่คล่องตัวในเมือง อเนกประสงค์ และดูสปอร์ตมากๆ


โดยตัวรถมาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์ Grille-less  ตามเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า เสริมด้วยสัญลักษณ์ H-Mark พร้อมไฟเรืองแสง โดยช่องชาร์จแบตเตอรี่ถูกจัดวางไว้ด้านข้างอย่างลงตัว ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน กระจกด้านหลังแบบ Privacy และกระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง


 Honda e:N2 ความหอมที่ไม่เหมือนใคร 

ระบบปรับอากาศในรถยนต์ HONDA eN:2 นั้นไม่เหมือนใครเพราะมี น้ำหอมอโรมา หรือ Aroma Diffuser แคปซูลน้ำหอมที่กระจายกลิ่นผ่านช่องปรับอากาศ ถ่ายทอดความพรีเมียมเชิงประสบการณ์ ออกแบบมาเพื่อยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เหนือกว่าการเดินทางทั่วไป 


ทั้งนี้ ช่วยสร้างความผ่อนคลายและความสมดุลของอารมณ์ในทุกเส้นทาง รองรับการติดตั้งได้สูงสุดถึง 3 แคปซูล พร้อมให้ผู้ใช้งานเลือกและปรับระดับความแรงของกลิ่นได้ถึง 3 ระดับ ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ที่สำคัญระบบปรับอากาศยังมีกรอง PM2.5 ปล่อยประจุ Plasma Cluster นวัตกรรมจากชาร์ปอีกด้วย


ขุมพลัง Honda e:N2  

สำหรับ Honda e:N2 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และสนุกในทุกจังหวะการขับขี่ แต่ยังควบคุมง่ายและไม่ก่อให้เกิดอาการเวียนหัวหรือเมารถ 


โดยตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า (PS) ให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง อีกทั้งมาพร้อมสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด เพื่อปรับคาแรกเตอร์การขับขี่ให้ตรงกับทุกสไตล์การเดินทาง


ความปลอดภัยใน Honda e:N2  

Honda e:N2 มาด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อมมอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้าในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมด้วยระบบความปลอดภัยรอบคัน 

เช่น ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information :BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด และครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย  กับถุงลมกลางด้านหน้า ยกระดับความปลอดภัยอีกขั้นในทุกเส้นทาง


ภายในของ Honda e:N2 

จากที่เราสัมผัสภายในรถ Honda e:N2 มีการออกแบบได้ดี และเรียบง่าย โดยเน้นความสบายเป็นหลัก ภายใต้คอนเซปต์ Sukkiri และลดเรื่องจุดบอด เบาะหนังสังเคราะห์ทรงคล้ายกับ Honda HR-V แต่มีการใช้โทนสีสว่างเพื่อให้ภายในดูโล่ง สบาย


จุดที่ชอบมากคือ ฟังก์ชัน Walk Through ของเบาะคู่หน้า ทำให้นึกถึง CR-V รุ่นที่ 1 และ 2 สามารถวางกระเป๋าถือ หรือกระเป๋านักเรียนได้ มีการซ่อน wireless charger และ ช่องเสียบ USB-C ในเก๊ะที่เนียนมาก เบาะหลังสามารถพับได้แบบ flat floor เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระท้าย


ส่วนจอกลางขนาด 12 นิ้ว ที่มี interface เรียบง่าย รองรับ Apple CarPlay, Android Auto แบบไร้สาย ใช้งานระบบ Telematics ของ Honda ได้ ผ่าน application Honda Connect ระบบเครื่องเสียงจาก Bose และจอ Head-Up Display ขนาด 11 นิ้ว ที่บอกค่าต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน


สำหรับราคาประมาณการ์ของ  Honda eN:2 คาดว่าจะอยู่ที่  1,4xx,xxx บาท โดยจะเปิดราคาจริง 23 มี.ค. 2569 และสัมผัสคันจริงในงาน Motor Show 2026 และโชว์รูมฮอนด้า โดยลูกค้าที่รับรถ 100 คันแรกภายใน 30 เมษายน 2569 นี้ จะรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Motopackto นำเข้าจากอเมริกาอีกด้วย