MG เดินเกมธุรกิจปี 69 เปิดตัวรถใหม่อีก 4 รุ่น มาพร้อมอะไหล่และบริการหลังการขายต้องเริ่ด มั่นใจยอดขายรถยนต์แตะ 30,000 คัน
มิสเตอร์ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ - ซีพี จำกัด หรือ MG กล่าวว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา MG สามารถทำยอดจำหน่ายรวมกว่า 27,007 คัน เติบโตมากกว่า 57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดย MG ได้ก้าวขึ้นสู่แบรนด์อันดับ 5 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนยอดขายทั้งหมดจากรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 80% และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด 20% สะท้อนถึงผู้บริโภคที่เปิดใจกับรถยนต์ไฟฟ้า
โดย NEW MG4 ELECTRIC มียอดจำหน่ายกว่า 11,000 คัน เพิ่มขึ้น 46.4% ครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนต่อเนื่อง 4 เดือน ตามด้วย NEW MG S5 EV ยอดขายกว่า 4,920 คัน เพิ่มขึ้น 19.9% และ MG IM6 กว่า 1,700 คัน เพิ่มขึ้น 6.6% ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดนอกประเทศจีน
ขณะที่กลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดอย่าง MG5 และ ALL NEW MG3 HYBRID+ ยังมีบทบาทสำคัญในการรองรับผู้บริโภคที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
...
สำหรับปี 2569 นั้น MG ได้กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจไว้อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายรวมที่ 30,000 คัน พร้อมมุ่งครองส่วนแบ่งการตลาด 5% ซึ่ง ณ ปัจจุบัน เอ็มจี สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ ในประเทศไทยได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการวางระบบการดำเนินงานที่ครอบคลุม เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนสู่หมุดหมายสำคัญ ผลักดันแบรนด์สู่ Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2
รถไฟฟ้า MG ในงาน Motor Show 2026
มิสเตอร์มร. ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับปี 2569 นี้ MG มีแผนขยายพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ 2026 ด้วยการเปิดตัว MG IM5 ในกลุ่มพรีเมียมอีวี พร้อมด้วย NEW MG MAXUS 9 MCE ในกลุ่ม e-MPV และ NEW MG4 ELECTRIC MINORCHANGE เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัปยอดนิยมของแบรนด์
ขณะเดียวกันในไตรมาส 2/69 MG มีแผนเปิดตัวรถ EV ในกลุ่ม B-Segment สำหรับตลาดหลัก พร้อมพัฒนาปรับปรุงรุ่นปัจจุบันให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ MG จะเดินหน้าเทคโนโลยี HYBRID+ อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเปิดตัวรถไฮบริดรุ่นใหม่ภายในปีนี้ เพื่อสนับสนุนลูกค้าในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า
ส่วนแผนปี 2027 นั้น MG มีแผนเปิดตัวรถใหม่รวม 5 รุ่น โดยย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ได้มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่จะเปิดตัวรถที่ใช่ ในเซกเมนต์ที่ใช่ และในเวลาที่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน MG ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและบริการหลังการขายอย่างเป็นระบบ ผ่านการขยายเครือข่ายศูนย์บริการโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 130 แห่งทั่วประเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า การบริหารจัดการอะไหล่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำดิจิทัลแพลตฟอร์มมาช่วยดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การนัดหมาย การติดตามสถานะการซ่อม ไปจนถึงการรับฟังเสียงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
บริหารจัดการอะไหล่ด้วยระบบสั่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นอกจากในด้านผลิตภัณฑ์แล้ว ปีนี้ เอ็มจี จะยกระดับคุณภาพการบริการอย่างเข้มข้นและจริงจัง โดยจะมีความเคลื่อนไหวสำคัญของ เอ็มจี ที่มุ่งสร้างอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน นั่นคือ การสร้างความพึงพอใจด้วยการยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ด้วยแคมเปญเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการบริการที่เข้มข้นขึ้น
...
โดยมุ่งหวังให้ทุกคนที่เข้ามาใช้บริการกับ MG ได้รับนอกเหนือจากความสะดวกสบายแต่คือรอยยิ้มและความพึงพอใจในทุกจุด ตั้งแต่ก่อนการเป็นเจ้าของรถ ไปจนถึงการใช้งานในระยะยาว โดยแผนงานนี้ครอบคลุมทั้งด้านการขาย การบริการ และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของการเป็นลูกค้า เอ็มจี
พร้อมกันนี้ ยังมีการพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่าย ทีมขาย และทีมบริการอย่างรอบด้าน และการนำเทคโนโลยีมาใช้ตอบสนองบริการหลังการขาย ซึ่งเราได้เตรียมระบบ e-Workshop เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลกับผู้จำหน่ายสำหรับติดตามงานบริการแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนการตรวจสอบ รองรับการเก็บข้อมูลในระยะยาว และให้การบริการที่สมบูรณ์แบบ
โดยจะเริ่มใช้งานกับผู้จำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลและจะขยายสู่ศูนย์บริการทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการทำการนัดหมายเข้าศูนย์บริการและแจ้งสถานะการบริการแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ LINE OA เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า โดยมีแผนเริ่มใช้งานในช่วงกลางปีนี้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบ End-to-End
...
นอกจากงานบริการแล้ว เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอะไหล่ด้วยระบบสั่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันมีอัตราจ่ายอะไหล่ครั้งแรกสูงถึง 99.38% ช่วยลดเวลารถค้างซ่อมและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ MG ยังจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้วยการจัดตั้งศูนย์วิจัยยานยนต์และการเรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรในการร่วมกันสร้างและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่วงการยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง
โดยเอ็มจี เชื่อว่าความสำเร็จของแบรนด์ในระยะยาว จะเกิดจากมาตรฐานที่สม่ำเสมอทั่วประเทศ ทั้งสินค้า บริการ และระบบสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อให้ เอ็มจี เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน