Toyota พัฒนารถกระบะด้วยระบบขับเคลื่อนพลังงานสะอาดถึงสามรูปแบบ เป็นรถกระบะที่จะออกขายในอนาคตอันใกล้ พร้อมระบบขับเคลื่อนไฮโดรเจน FCEV ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% BEV และเครื่องยนต์ดีเซลผสานระบบ Mild Hybrid 48 V
...
Toyota Hilux Hybrid 48V Concept
เครื่องยนต์ดีเซล 2.8L Turbo 1GD-FTV มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 16 แรงม้า แรงบิด 65 นิวตันเมตร เครื่องยนต์ 1GD-FTV ดีเซล 4 สูบแถวเรียงดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC 4 วาล์วต่อสูบ (16 วาล์ว) ความจุ 2.8 ลิตร 2,755 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 92.0 ช่วงชัก 103.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 15.6 : 1 ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด i-ART คอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชัน ระบบอัดอากาศ Turbocharged Intercooler กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มอเตอร์ สตาร์ตเตอร์ เจเนอเรเตอร์ เสริมการทำงานในช่วงสตาร์ต ออกตัว และเร่งแซง ช่วยลดมลพิษและประหยัดเชื้อเพลิง
...
มอเตอร์มีกำลัง 16 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 65 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion 48V ติดตั้งบริเวณใต้เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังหนัก 7.6 กิโลกรัม ระบบ Mild-hybrid 48V ในรถยนต์ต้นแบบ Hilux Mild Hybrid 48 V ลดแรงสั่นสะเทือนเมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประหยัดขึ้น 10%
...
...
สตาร์ตเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ที่มีระบบไฮบริดเสริม 48 โวลต์ แรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ขณะเดินเบายังคงมีอยู่ ส่วนการออกตัวเพื่อดูอัตราเร่ง 0-100 ของกระบะ Hilux BEV น่าจะทำได้ประมาณ 7.8 วินาที การเลี้ยวอย่างแม่นยำและเบามือเกิดจากพวงมาลัยไฟฟ้า EPAS ในที่สุด Hilux ก็มีพวงมาลัยไฟฟ้าซะที ถึงแม้จะเป็นรถต้นแบบที่ยังไม่ได้ผลิตจริง แต่พวงมาลัยไฟฟ้าในกระบะต้นแบบบ่งบอกถึงชุดบังคับเลี้ยวของ New Hilux ที่จะเปิดตัวในปี 2567 ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากไม่มีเครื่องยนต์ มันจึงปราศจากแรงสั่นสะเทือน รวมถึงเสียงที่มีแค่เสียงยางและเสียงลมเบาๆ เมื่อเร่งความเร็วถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การหักพวงมาลัยให้ความรู้สึกดีกว่าพวงมาลัยเพาเวอร์ใน REVO ค่อนข้างเบาสบายมือราวกับกำลังขับรถเก๋ง น้ำหนักของพวงมาลัยจะเบากว่า Ranger เล็กน้อย และมีความแม่นยำที่ดีเลยทีเดียว เชื้อเพลิงดีเซลเต็มถัง 85 ลิตร ไปได้ไกล 1,200 กิโลเมตร ถือว่าทำระยะทางได้ไกลมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะเครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร เทอร์โบ แถมยังปล่อยมลพิษต่ำอีกด้วย
Toyota Hilux FCEV Concept
รถต้นแบบพลังงานไฮโดรเจน Toyota Hilux ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน แสดงให้เห็นว่า Toyota ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกจริงจังกับการนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในกระบะ Hilux BEV และพลังงานไฮโดรเจนในรถยนต์ต้นแบบ Hilux FCEV ขุมพลังไฮโดรเจนในรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก Toyota Hilux FCEV Concept กระบะที่ขับเคลื่อนด้วยระบบขับเคลื่อนไฮโดรเจน ประกอบด้วยระบบส่งกำลังของ Toyota Mirai ที่ดัดแปลงพิเศษเพื่อนำไฮโดรเจนแท็งค์มาวางลงในโครงสร้างของกระบะ Hilux REVO มีถังเชื้อเพลิงแรงดันสูง 3 ถัง พร้อมระบบเปลี่ยนแปลงไฮโดรเจนให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อป้อนให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อน Hilux FCEV Concept ให้ระยะการขับขี่ตามทฤษฎีมากกว่า 587 กม. แบตเตอรี่ถูกซ่อนไว้ในถาดใต้พื้นกระบะเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับพื้นที่ห้องโดยสาร แน่นอนว่าระบบขับเคลื่อนไฮโดรเจนราคาแพง กลายเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการบรรทุกของของ HiLux แน่นอนว่านี่เป็นเพียงรถยนต์ต้นแบบที่เชิญสื่อมาขับในสนามช้างแค่ช่วงสั้นๆ การพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฮโดรเจนเพื่อปรับใช้ในกระบะ Hilux รุ่นต่อไป ก่อนที่ FCEV จะเข้าสู่สายการผลิตในอนาคต มีต้นแบบอีก 9 คันที่จะสร้างขึ้นเพื่อทดสอบและเก็บข้อมูลจนถึงสิ้นปี 2023 โครงสร้างที่ใช้ร่วมกับกระบะ Hilux REVO เน้นประสิทธิภาพด้านออฟโรดเช่นเดียวกับกระบะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน
Toyota ยังไม่มีการเผยถึงรายละเอียดต่างๆ ของ Hilux FCEV Concept แต่อย่างใดทั้งสิ้น ระบบส่งกำลังไฮโดรเจนที่ปล่อยแค่น้ำหรือ O2 ออกมาเท่านั้นแบบปราศจากมลพิษ แต่จริงๆ แล้ว ส่วนประกอบของระบบขับเคลื่อนไฮโดรเจน FCEV ของ Hilux Hydrogen ถูกยกมาทั้งยวงจาก Toyota Mirai รุ่นที่สอง มอเตอร์ขับเคลื่อนกำลัง 182 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร ระยะการขับขี่ที่มากกว่า 587 กม. นั้นไกลกว่ากระบะ BEV ที่ใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้า และใช้เวลาในการเติมไฮโดรเจนแค่ 5 นาที รองรับน้ำหนักบรรทุกได้ 1,500 กิโลกรัม น่าจะทำให้ Hilux FCEV น่าจะเหมาะกับการใช้งานขนส่งระยะไกลกว่า 300 กิโลเมตร ด้วยเทคโนโลยีไฮโดรเจนทำให้การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์
ข้อสำคัญก็คือ สนานีเติมไฮโดรเจนที่มีอยู่แค่แห่งเดียวในประเทศไทย และยังมีน้อยเกินไปเทียบกับไม่ได้กับสถานีชาร์จไฟที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หาก Toyota ทำให้สถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนมีความแพร่หลาย และปรับให้ราคาของรถยนต์พลังงานไฮโดรเจนมีราคาพอๆ กับยานยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮโดรเจนที่คิดค้นโดย Toyota อาจได้รับความนิยมมากกว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าก็ได้ เนื่องจากวิ่งได้ไกลกว่า มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า และใช้เวลาในการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนเท่ากับการเติมน้ำมัน
แม้ว่าจะมีการผลิตจริง แต่คาดว่า Hilux FCEV จะถูกผลิตออกมาเพื่อเป็นกลุ่มยานพาหนะเพื่อเช่าซื้อเท่านั้น เหมือนกับ Mirai และ Hyundai NEXO ในบางประเทศ จนกว่าโครงสร้างพื้นฐานการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจะแพร่หลาย และสามารถรองรับการเดินทางไกลได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งก็ต้องว่ากันต่อไป แนวคิดเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนนั้น ถูกคิดค้นเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของการขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังที่ไม่ส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อมและไม่ก่อมลพิษ เป็นเรื่องที่ Toyota ลงมือทำควบคู่ไปกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า BEV
ไฮโดรเจนในกระบะ Hilux FCEV คืออนาคตอีกหนึ่งทางเลือกนอกจากการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า หากสนานีเติมไฮโดรเจนแพร่หลาย รวมถึงการทำราคาที่พอจะจับต้องได้ รถยนต์ FCEV ก็จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น การเติมไฮโดรเจนใช้เวลาแค่ 5 นาที วิ่งไกลเฉียดๆ 600 กิโลเมตร บรรทุกน้ำหนักได้ 1,500 กิโลกรัม สัมผัสแรกของการขับกระบะไฮโดรเจนก็คือความเงียบ ไม่มีแรงสั่นสะเทือน มีเพียงเสียงวี้ดเบาๆ เมื่อมอเตอร์ทำหน้าที่ขับเคลื่อนจาก 0 ไปถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันพุ่งออกตัวได้รวดเร็วมากกกว่ากระบะเครื่อง 2.8 ลิตร เทอร์โบ น้ำหนักรถที่เบากว่าเล็กน้อยกับช่วงล่างที่เซตใหม่ ทำให้การหักพวงมาลัยไฟฟ้าหลบไพลอนกลายเป็นเรื่องสนุก Hilux FCEV วิ่งทดสอบสั้นๆ ได้เนียนราวกับรถเก๋ง เนื่องจากใช้ระบบขับเคลื่อนของ Toyota Mirai Gen2 เป็นกระบะต้นแบบที่ผมชอบมากที่สุดในจำนวนรถสามคันที่ Toyota นำมาให้สื่อทดสอบ
Toyota Hilux BEV Concept
ความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่อย่าง CP ทำให้อนาคตของรถกระบะ Toyota ดูสดใสขึ้น ล่าสุดกับรถกระบะต้นแบบแนวคิดพลังงานสะอาด Hilux BEV Concept เป็นปิกอัพต้นแบบรถกระบะไฟฟ้า BEV โดยมีพื้นฐานมาจาก Hilux Revo ตัวหัวเดี่ยว Single Cab มีการนำ Hilux REVO หัวเดี่ยวมาดัดแปลงโดยเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน จากเครื่องยนต์ดีเซล มาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาขับหลัง แบตเตอรี่ BEV จุดชาร์จ อุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ แบตเตอรี่ถูกติดตั้งที่เฟรมด้านล่างของห้องโดยสาร พร้อมเฟรมกันกระแทก มอเตอร์ไฟฟ้าวางอยู่บนเพลาหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง ออกแบบคานแข็งใหม่ ไม่มีเพลาส่งกำลัง ช่องชาร์จไฟอยู่ที่แก้มด้านซ้ายมือของตัวรถ ยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนของมอเตอร์และแบตเตอรี่ แต่Hilux BEV Concept ทำระยะทางต่อการชาร์จไฟจนเต็มหนึ่งไกล 300 กิโลเมตร
ความเรียบเนียนและไร้เสียงของกระบะไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ให้ความสบายในการขับเคลื่อน อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร สูสีกับกระบะ FCEV แรงส่งของมอเตอร์ขับหลังกับตัวถังแบบหัวเดี่ยว ทำให้มันมีความปราดเปรียวเอาเรื่อง แต่การทรงตัวเมื่อหักหลบไพลอนในสนานีสลาลมนั้นผมชอบฟีลลิ่งของกระบะไฮโดรเจนมากกว่า แบตเตอรี่ที่วางอยู่ใต้กระบะท้ายทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง ไม่มีตัวเลขของอัตราการรองรับน้ำหนักบรรทุก ชาร์จไฟเต็มวิ่งไกล 250 กิโลเมตร ถือว่ายังน้อยเกินไปเมื่อนำไปใช้งานจริง เหมาะกับการใช้งานขนส่งสั้นๆ ในเมือง หรือข้ามจังหวัดใกล้ๆ ที่มีระยะทางไม่เกิน 280 กิโลเมตร
Toyota แจ้งว่า อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์สันดาปภายในของรถยนต์กระบะ รวมถึงรถยนต์รูปแบบอื่นๆ ก็จะยังคงมีอยู่ต่อไป ในอนาคต Toyota จะทำให้ราคาของรถกระบะจับต้องได้ง่ายขึ้น สำหรับรถกระบะต้นแบบ Hilux Diesel Mild Hybrid 48V เพื่อยังคงอัตราการตอบสนองของรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ด้วยระบบไฮบริดเสริมที่ช่วยทำให้การเร่งแซงดีขึ้นและมีมลพิษลดลง โดยเน้นไปยังลูกค้าที่ใช้งานทั้งขับทำงานและขับเดินทางท่องเที่ยวทางไกล สำหรับกระบะ BEV พลังงานไฟฟ้า ในตลาดรถยนต์กระบะของไทยยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แตกต่างจากออสเตรเลียที่กระบะไฟฟ้าได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการใช้กระบะ BEV ขนส่งพนักงานเหมือนในออสเตรเลีย ส่วนกระบะ Hilux FCEV นั้น เน้นการใช้งานขนส่งระยะไกลที่ต้องบรรทุกสินค้าหรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการทำงาน เนื่องจากมีระยะทางในการวิ่งไกลกว่า ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุมมากกว่า
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/