คนขับรถยนต์ไฟฟ้าต้องรู้ 4 เทคนิคถนอมแบตเตอรี่ EV ช่วยยืดอายุการใช้งาน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แฟนเพจเฟซบุ๊ก EPPO Thailand ได้เผยแพร่ โดยระบุว่า สาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น อีกเหตุผลหนึ่งมาจากการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างไม่ถูกวิธี โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน มี 4 วิธีถนอมแบตเตอรี่รถยนต์ EV เพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าใช้งานแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนานขึ้น ดังนี้
1. ไม่ควรใช้งานจนแบตเตอรี่เหลือ 0% แล้วจึงชาร์จ เพราะจะทำให้แบตเตอรี่ ทำงานหนักขึ้นจนเกิดความร้อน
2. ไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ EV เต็ม 100% เพราะจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลดลง โดยควรพยายามรักษาระดับแบตเตอรี่ให้อยู่ระหว่าง 20% ถึง 80% ทุกครั้งที่ทำได้
3. หลีกเลี่ยงการจอดรถและชาร์จในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงจัด ควรจอดชาร์จไฟในพื้นที่ร่ม เพื่อให้ระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่สามารถทำงานได้โดยไม่มีการรบกวนจากภายนอก
...
4. หากจำเป็นต้องจอดรถนานเป็นเดือน ควรมีระดับแบตเตอรี่อย่างน้อย 30%
นอกจากนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ยังมีข้อแนะนำการขับรถยนต์ไฟฟ้าช่วงหน้าฝน ซึ่งโดยปกติรถยนต์ EV จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Ingress Protection (IP) ที่ถูกกำหนดโดย International Electro-technical Commission (IEC) ให้อยู่ที่ระดับ IP67
โดยบ่งบอกถึงความสามารถในการป้องกันน้ำเข้า น้ำรั่วซึม รวมไปถึงการกันฝุ่นของเครื่องยนต์และอุปกรณ์ไฟฟ้า จึงสามารถขับลุยน้ำและขับในขณะที่น้ำท่วมได้ แต่อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังและข้อปฏิบัติในการใช้งานเมื่อต้องขับรถยนต์ EV ลุยน้ำ ดังนี้
1. แม้รถยนต์ EV จะได้มาตรฐานกันน้ำ IP67 แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงถนนที่มีน้ำท่วมขังโดยไม่จำเป็น แต่หากจำเป็นต้องผ่าน ควรดูระดับน้ำที่ไม่สูงกว่าฟุตปาท
2. ใช้ความเร็วต่ำระหว่างขับผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขัง
3. ปิดแอร์ระหว่างขับผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขัง
4. เมื่อขับพ้นจุดที่มีน้ำท่วมขังไปแล้ว ควรจอดดูว่ามีเศษขยะหรือเศษใบไม้ติดหน้ารถหรือไม่
5. เหยียบเบรกสลับเดินหน้าช้าๆ เพื่อไล่น้ำออกจากเบรก ก่อนถึงบ้าน
6. แม้แท่นชาร์จจะมีระบบป้องกันไฟรั่วและสายดิน แต่ก็ไม่ควรเสียบสายชาร์จขณะตัวเปียก หรือในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อความปลอดภัย
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน