ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยเมื่อต้นปีนี้ แบรนด์จีนอย่าง BYD ได้วางแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่หลายรุ่น โดยมีการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายอย่างมหาศาลภายในประเทศอีก 12 เดือนข้างหน้า ส่วนหนึ่งของการระดมโจมตีตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยในครั้งนี้ก็คือ BYD Dolphin รถแฮตช์แบ็กไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่จะผสมผสานการใช้งานในชีวิตประจำวันกับความสบายหลังพวงมาลัย ในราคาที่คาดว่าน่าจะไม่เกิน 7.8 แสนบาท สำหรับรุ่นท็อปสุด Extended Range

...

BYD Dolphin รถยนต์ไฟฟ้าไซส์เล็ก จะประกาศราคาในวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 นี้ ถือเป็นรถคู่แข่งของ ORA Good Cat และ MG ZS EV รวมถึง MG4 Electric ใช้พื้นฐานแพลตฟอร์มไฟฟ้า BYD e platform 3.0 ขนาดตัวถังของเจ้าโลมาใกล้เคียงกับแมวแสนดี แต่สั้นและแคบกว่านิดหน่อย BYD Dolphin มีมิติตัวถัง ยาว 4,150 มิลลิเมตร กว้าง 1,770 มิลลิเมตร สูง 1,570 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร เป็นยานยนต์ไฟฟ้า ที่ได้รับการพัฒนาจากแพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 ไม่ต่างจาก BEV รุ่นใหญ่ของ BYD มิติตัวถังกะทัดรัด ตอบโจทย์การใช้งานของคนเมือง ให้ความคล่องตัวในการขับขี่ จากการกำหนดระยะโอเวอร์แฮงก์หน้าและหลังที่สั้น ระยะฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขวางเกินตัว ฐานล้อสั้นกว่า Atto 3 แค่ 2 เซนติเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่วางขาของผู้โดยสารเบาะหลังให้มีพอเพียง ตัวถังของ Dolphin สไตล์แฮตช์แบ็ก ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความปราดเปรียวของโลมา สัตว์ทะเลที่ถูกใช้มาเป็นแนวคิดในการออกแบบรูปลักษณ์ ทั้งภายนอกและภายใน หากราคาเปิดมาดี ไม่แพงเกินไป รุ่นต่ำ Standard Range ถ้าไม่เกิน 650,000-680,000 บาท ส่วนรุ่นท็อป Extended Range ถ้ารักษาตัวเลข 750,000-780,000 บาท รับรองว่า ตลาดแตกอย่างแน่นอน มั่นใจได้เลยว่า Dolphin จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้ามาแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาดของแบรนด์ญี่ปุ่น เหมือนกับรถรุ่นพี่อย่าง BYD Atto 3 ที่ทำได้และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการรถยนต์เมื่อไม่นานมานี้ 

...

...

รูปลักษณ์ที่อ่อนเยาว์ของ BYD Dolphin นั้นเห็นกันมานานเป็นปีแล้ว ด้วยกระจังหน้าเรียบ เสาท้ายและเส้นสายรอบตัวถังที่โดดเด่น บานประตูกว้าง ในขณะที่แถบไฟท้ายด้านหลังคล้ายกับ Mercedes EQC ไฟหน้า LED กับไฟหรี่กลางวัน Daytime Running Light เส้นสายบนตัวถังสื่อสารถึงอารมณ์ที่พร้อมจะเคลื่อนไหว หลังคากระจกแบบ Panoramic Roof จัดมาให้ในรุ่นท็อป Extended Range บั้นท้ายแฮตช์แบ็กกับไฟท้ายทรงยาวที่เชื่อมต่อกันทั้งสองฝั่ง เบาะปรับพับได้ ไฟท้าย LED เส้นยาวเชื่อมต่อทั้งสองข้าง กันชนหลังตกแต่งด้วยพลาสติกสีดำเงา พลาสติกสะท้อนแสงมัลติรีเฟกเตอร์ที่มุมด้านล่างของกันชนหลัง

...

ดีไซเนอร์ Wolfgang Egger เคยฝากฝีไม้ลายมืองานออกแบบกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Audi, Alfa Romeo และ Lamborghini แสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่แปลกแยกแต่ทันสมัย พื้นผิวภายในที่ให้สัมผัสนุ่มในจุดที่มือหรือข้อศอกจะต้องจับหรือไปโดนเข้าแบบไม่ตั้งใจ ลวดลาย องค์ประกอบบางอย่าง เช่น ช่อแอร์ที่สวยงามแปลกตา สโลแกน 'Build Your Dreams' เป็นความก้าวหน้าของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย พอร์ต USB หลังคากระจกแบบพาโนรามาที่สวยงาม ทำให้ภายในห้องโดยสารสว่างด้วยแสงธรรมชาติ ฐานล้อที่ยาว สามารถเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารได้สูงสุด เห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษที่เบาะด้านหลัง ซึ่งแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังมีพื้นที่วางขาที่เหมาะสม ด้านหลังห้องโดยสารลึก กว้าง จุสัมภาระได้ 345 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังไปข้างหน้า ตัวเลขความจุจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,310 ลิตร

ห้องโดยสารรุ่นสูงสุด Extended Range ใช้โทนสีดำ ด้วยดีไซน์ที่ดูลํ้าสมัย มาพร้อมเบาะ Bucket Seat ทรงสปอร์ตปรับไฟฟ้า เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง ส่วนเบาะคนนั่งหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมสวิตช์มัลติฟังก์ชันแบบ 3 ก้าน ปรับได้สี่ทิศทาง ก้านวงด้านขวา เป็นปุ่มปรับโหมดของระบบอินโฟเทนเมนต์ ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์บลูทูธ ปุ่มสั่งงานด้วยเสียงและปุ่มควบคุมระดับความดังของลำโพง ก้านวงด้านซ้ายเป็นที่อยู่ของสวิตช์ปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control พร้อมฟังก์ชัน Stop&Go มือจับเปิดประตูออกแบบคล้ายครีบของโลมา จอในส่วนของอุปกรณ์ Infotainment ใหญ่เต็มตาด้วยจอมอนิเตอร์กลาง ขนาด 12.8 นิ้ว จอภาพส่วนกลางปรับมุมตั้งหรือปรับแนวนอนได้

ภายในออกแบบได้ดี ใช้รูปแบบใหม่กับโทนสีทันสมัยเพื่อเอาใจวัยรุ่นโดยเฉพาะพวกที่มีเงินเดือนมากพอที่จะสอยรถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 8 แสน รถคันทดสอบที่ได้ลองขับ ตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ สีดำเย็บขอบเบาะหนังด้วยสีขาว เบาะหนังแบบสปอร์ตที่หรูหรา มาพร้อมกลไกปรับไฟฟ้า 6 ตำแหน่ง ทั้งเบาะคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า แดชบอร์ดคอนโซลสวยงามน่าใช้ พวงมาลัยสามก้านมาพร้อมสวิตช์มัลติฟังก์ชัน จอมอนิเตอร์กลางขนาดใหญ่ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้าที่มาจากจีน ส่วนหน้าปัดมาตรวัดตรงหน้าคนขับมีขนาดเล็กกะทัดรัด ที่ทำออกมาได้ดีอีกจุดก็คือ ดีไซน์ของช่องแอร์ ชิ้นงานพลาสติกที่ใช้ตกแต่งแดชบอร์ด พื้นที่เบาะหลังมากพอ และความนุ่มของเบาะทำให้นั่งสบายใช้ได้เลยทีเดียว เป็นงานตกแต่งภายในที่ดูดีกว่ารถญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

Dolphin Extended Range ขับเคลื่อนในรูปแบบ FWD (ขับหน้า) มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous ขนาด 150 kW หรือ 203 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเทียม BYD Blade Battery ขนาด 60.4 kWh การชาร์จผ่านไฟ AC, 7 kW จาก 0-100% ใช้เวลา 7 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จผ่านไฟ DC, 60 kW ในรูปแบบ Fast Charging ชาร์จจาก 30-80% ใช้เวลา 30 นาที แบตเต็มเคลมว่าวิ่งได้ไกลถึง 490 กิโลเมตร มากกว่ารุ่น มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchonous Motor วางด้านหน้าขับเคลื่อนล้อหน้า แบตเตอรี่ BYD Blade (LFP) จ่ายกระแสไฟที่แปลงเป็นพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง ตัวเลขสมรรถนะ อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 7 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่เมื่อชาร์จไฟจนเต็มในวันทดสอบ ทำระยะทางอยู่ที่ประมาณ 450 กิโลเมตร ความคล่องตัวของ Dolphin Extended Range เกิดจากกำลังของมอเตอร์ขับเคลื่อน ส่งผลให้อัตราเร่งดี ตอบสนองเร็ว ปราศจากอาการรอรอบและเหนือชั้นกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร การเร่งแซงที่ฉับไว ช่วงล่างของรุ่น Extended Range นุ่มไปนิด แต่ถ้าเป็นคนทั่วไปจะพอดีและรู้สึกได้ถึงความนุ่มสบาย เหมาะกับการใช้งานในเมืองหรือขับออกทางไกลแบบนั่งกันสบายเนื้อสบายตัวไม่แข็งกระด้าง พวงมาลัยไฟฟ้า ถ้าปลดระบบรักษาช่องทางและดึงกลับ (ADAS) ถือว่าทำออกมาได้สมราคา พวงมาลัยที่ย่านความเร็วสูง มีน้ำหนักที่ให้ความมั่นใจในการขับเร็ว ความแม่นยำสูง ยางจีนเกาะถนนในเกณฑ์มาตรฐาน ใส่หนักๆ อาการไปออกที่ส่วนท้ายซึ่งรับผิดชอบโดยล้อหลัง ภาพรวมของการขับ ถ้าราคาไม่เกิน 800,000 บาท หรือวางอยู่แถวๆ 780,000 บาท ก็ถือว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไซส์เล็กที่น่าใช้เลยทีเดียว

ระบบความปลอดภัย เช่น ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบเตือนการชนด้านหลัง, ระบบแจ้งเตือนการจราจรด้านหลัง, ระบบป้องกันการออกนอกเลนและระบบช่วยรักษาช่องทาง ระบบควบคุมความเร็วคงที่แบบปรับได้ กล้อง 360 องศา ระบบตรวจสอบจุดบอด ระบบควบคุมเสถียรภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบควบคุมการลื่นไถล เรียกว่าให้มาครบ แต่ ADAS ในระบบป้องกันการออกนอกเลนและระบบช่วยรักษาช่องทางนั้น เข้ามายุ่มย่ามแทรกแซงการขับในลักษณะมุดมากเกินไป สั่งยกเลิกการทำงานได้ด้วยการปิดทั้งระบบทั้งแจ้งเตือนและดึงกลับที่ถูกปิดการทำงานทั้งหมด ปรากฏว่าพวงมาลัยทำหน้าที่ดีและตอบสนองเนียนกว่าเดิมเยอะมาก แนะนำให้ปิดถ้าคุณขับรถแบบมีสมาธิ ไม่เอ๋อมากเกินไปจนต้องพึ่งพาความอยู่รอดทั้งหมดให้กับระบบความปลอดภัยของเจ้าโลมา 

สำหรับยุโรปและประเทศไทย BYD นำเสนอชุดแบตเตอรี่ขนาด 60.4 kWh ที่ใหญ่ขึ้นใน Dolphin Extender Range ความสามารถในการชาร์จที่เร็วขึ้น ล้อขนาด 17 นิ้วสวยงาม แต่ก็ทำให้ระยะทางลดลงเล็กน้อย ถ้าใส่ล้อ 16 เหมือน Standard Range อาจไม่หล่อเต็มซุ้ม แต่จะวิ่งได้ไกลกว่านี้ ที่ 450-470 กิโลเมตร แบบสบายๆ แบตเตอรี่แบบใบมีดของ BYD (ซึ่งทำให้สามารถบรรจุเซลล์ได้มากขึ้น ในพื้นที่ขนาดเล็ก) และใช้เคมี LFP ผลิตได้ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า มีความทนทานมากกว่าแบตฯ ทั่วไป และไม่มีโคบอลต์ การจัดเรียงแบบใบมีดสร้างความแข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งมีประโยชน์สองอย่างคือ ช่วยให้โครงสร้างแข็งแรงลดการบิดตัวของแชสซีและเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ตัวเลขระยะทางที่ทำได้เกือบ 500 กิโลเมตรของ Dolphin Extended Range ทำให้เจ้าโลมามีระยะทางต่อการชาร์จไฟจนเต็มแซงหน้าคู่แข่งไปไกล ซึ่งส่วนใหญ่มีระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตรเท่านั้น ในโลกแห่งความเป็นจริง Dolphin Extended Range จะวิ่งได้ระหว่าง 440-470 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับการใช้ความเร็ว สภาพเส้นทาง อุณหภูมิ น้ำหนักของฝ่าเท้าคนขับเป็นตัวแปรที่สำคัญว่าจะประหยัดไฟหรือไปแบบพุ่งทะยานโดยไม่สนกระแสไฟที่เหลืออยู่ในแบตฯ! ระยะทางและประสิทธิภาพด้านไดนามิกนั้นสร้างความประทับใจให้กับการทดสอบบนถนนครั้งแรกของสื่อมวลชนไทย Dolphin ที่มีความสามารถในการชาร์จเร็ว 88kW DC นั้นเหมาะสม มองในด้านบวก Dolphin มาพร้อมกับความสามารถในการชาร์จไฟกระแสสลับขนาด 11kW

จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดระยอง ในอำเภอบ้านฉาง Dolphin Extended Range มีพฤติกรรมเหมือนกับ Atto 3 จากการผสมผสานไดนามิกและรูปแบบของแพลตฟอร์มกับระบบรองรับ Dolphin Extended Range ขับดีเมื่อใช้ความเร็ว และขับโคตรสบายเมื่อใช้ความเร็ว 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบบไหลไปเรื่อยๆ คุณภาพการขับดูเหมือนจะได้รับการแก้ไขขัดเกลามาเป็นอย่างดี เพื่อต่อสู้กับรถยนต์ไฟฟ้าไซส์เล็กของแบรนด์หรูจากยุโรปโดยข้ามผ่านคู่แข่งร่วมสัญชาติจากการควบคุมที่เหนือชั้นกว่า ค่า CG หรือจุดศูนย์ถ่วงที่ถูกกดให้ต่ำ ช่วยทำให้การเปลี่ยนทิศทางคล่องและเนียน แทบจะไม่มีอาการโคลงตัว ชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าตอบสนองดีขึ้นเมื่อปิดระบบเตือนเปลี่ยนเลน Lane Departure Warning : LDW และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Keeping Assist : LKA พอปิดทั้งสองระบบไปแล้ว พวงมาลัยจะให้ความรู้สึกถึงน้ำหนักที่แปรผันไปตามความเร็วชัดเจนขึ้น แม่นยำขึ้น การผสมผสานระหว่างกำลังแรงบิดสูงและระบบขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมกับเซตช่วงล่างและยางให้มีความเหมาะสม ทำให้เจ้าโลมาเป็นรถที่ควบคุมได้ง่ายและคล่องตัวกว่า Atto 3  

ฮาร์ดแวร์หรือชิ้นส่วนบางอย่างที่เกือบจะเหมือนกัน ทำให้ฟีลลิ่งของ Dolphin Extended Range เหมือนกับ Atto 3 มันนุ่มนวลจนถึงจุดที่แทบจะลอยได้เมื่อวิ่งบนผิวถนนเรียบๆ แก้มยางของ Dolphin ดูดซับแรงกระแทกได้น้อยกว่า Atto 3 เล็กน้อย เป็นการเสียสละการควบคุมบอดี้อย่างมาก เพื่อปรับให้รถนั่งสบาย ในสภาพถนนแห้ง ยาง Linglong Comfort Master นั้นเกาะติดกับผิวถนนลาดยางอย่างน่าประหลาดใจ การบังคับเลี้ยวนั้นเบาแรงในย่านความเร็วต่ำ และขึงตรึงน้ำหนักเพิ่มขึ้นเมื่อขับเร็ว ระยะฟรีตรงกลางน้อย ทำให้รู้สึกว่าหน้ารถค่อนข้างไวแต่ center of gravity ที่ต่ำทำให้การทรงตัวในย่านความเร็วสูงดีกว่า ORA Goodcat และ MG ZS EV

มอเตอร์ 203 แรงม้า แบบเดียวกับ Atto 3 มีน้ำหนักเบา Dolphin Extended Range จึงคล่องตัวมากจากชุดส่งกำลังไฟฟ้า มันทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.0 วินาที ได้อย่างง่ายดาย ย่านกำลัง 203 แรงม้า เพียงพอที่จะทำให้ยางหน้าฟรีทิ้งเล็กน้อยตอนออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง หากใช้กำลังแรงบิดอย่างหนักหน่วงในโค้ง ล้อขับเคลื่อนจะมีอาการอันเดอร์สเตียร์ แต่ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนจะจัดการให้รถกลับมาเกาะถนนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกครั้ง ในสภาพถนนที่เปียกชื้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ อาการหน้าดื้อนั้นไม่ควรจะทำให้เกิดขึ้นเมื่อเข้าโค้งในสภาวะที่กำลังมีฝนตก  ในความเป็นจริงที่แปลกประหลาด Dolphin Extended Range มีแรงบิดเหมาะสมกับการบังคับเลี้ยวที่ดีกว่า Atto 3 หากคุณไม่ผลักดันมันจนถึงขีดจำกัด Dolphin เป็นรถไฟฟ้าไซส์เล็กที่ขับได้ดี (มาก) อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่ลงตัวอยู่บ้าง เช่น การขาดโหมดรีเจนพลังงานแรงๆ (regenerative braking) เพื่อลดการเพิ่มแรงเบรก แป้นเบรกที่นิ่มไปนิด และวงเลี้ยวที่ค่อนข้างกว้างของเจ้าโลมา 

ระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงก์ กับความสามารถในการรับมือเมื่อเจอรอยต่อ ร่องและการกระแทกบริเวณคอสะพานชันๆ ที่ความเร็วต่ำแทบจะไม่แตกต่างไปจากรุ่น Standard Range ทั้งๆ ที่โลมารุ่นถูกใช้ช่วงล่างแบบทอร์ชันบีม (คานแข็ง) แต่เซตมาดีจนให้ความรู้สึกแทบจะไม่แตกต่างไปจากมัลติลิงก์ของรุ่นที่แพงกว่าอย่าง Extended Range บนมอเตอร์เวย์ Dolphin ยังแสดงให้เห็นถึงไดนามิกของการขับขี่ที่เหมาะสม มันได้รับการขัดเกลาอย่างน่าประหลาดใจสำหรับรถเล็กราคาประหยัด เสียงต่างๆ ภายนอกถูกป้องกันอย่างดี มีเพียงเสียงลมเล็กน้อยรอบกระจกมองข้างและเสียงวิ้ดเบาๆ ของมอเตอร์เมื่อคันเร่งถูกกดจมมิด การเร่งความเร็วจากมอเตอร์ขับเคลื่อนที่วางด้านหน้านั้นนิ่งใช้ได้ แชสซีที่แข็งแกร่ง และจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำทำให้มันขับได้เจ๋งมากในย่านความเร็วสูง พวงมาลัยท่ีหนักแน่นเมื่อขับเร็วทำให้วางตำแหน่งหรือเปลี่ยนช่องทางทำได้ง่าย

Dolphin Extended Range นั้นมีประสิทธิภาพอย่างน่าทึ่งในเส้นทางทดสอบ ระยะทางเกือบ 400 กิโลเมตร ระบบ regenerative braking ชาร์จคืนพลังงาน 8 กิโลเมตร /กิโลวัตต์ชั่วโมง ได้อย่างง่ายดาย ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยความเร็วสูงสุด 88kW (เทียบเท่ากับ Kia Niro EV) หมายความว่าสามารถเติมแบตเตอรี่ได้ 30-80 เปอร์เซ็นต์ใน 29 นาที Dolphin Extended Range ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็ก 60.4 kW แต่สามารถชาร์จไฟกระแสตรง DC ได้ 80 เปอร์เซ็นต์ในเวลาครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ความสบายคือจุดแข็งของ Dolphin ด้วยระบบกันสะเทือนที่นุ่มนวล ดูดซับหลุมบ่อหรือผิวถนนไม่เรียบได้ดี โดยรวมแล้ว นุ่มกว่า MG 4 และ Goodcat หรือ MINI Electric มาก ในขณะที่เสียงลมและเสียงมอเตอร์ขับเคลื่อนก็ควบคุมได้ดีน่าประทับใจ แต่ระบบช่วยเหลือผู้ขับมักจะส่งเสียงเตือนอยู่เสมอ จนทำให้ผมต้องปิดระบบรักษาช่องทาง การแทรกแซงของ ADAS นั้นไม่เหมาะสมกับพวงมาลัยไฟฟ้าที่เซตมาดี แต่เสียงหยดน้ำดังจุ๋มๆ แจ้งเตือนให้รัดเข็มรัดนิรภัยนั้นน่ารักมาก อย่างที่บอกว่า ถ้ารุ่นสูงสุดมีราคาไม่เกิน 8 แสน ตลาดแตกอย่างแน่นอนและจะสร้างปัญหาให้กับรถญี่ปุ่นท่ีปรับตัวช้าให้ขายลำบากเข้าไปอีก หลังจากขับตัวแพงวิ่งไกลกว่า (เล็กน้อยไปแล้ว วันเสาร์ เดี๋ยวกลับมาเล่าการขับของรุ่นถูกอย่าง Standard Range ให้ฟังครับ แอบแย้มนิดๆ ว่าบางจุดดีกว่ารุ่น Extended Range ซะอีก!  

BYD Dolphin อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัย

- หลังคากระจก Panoramic Glassroof พร้อมม่านบังแดด
- สวิตช์เปลี่ยนเกียร์แบบ Finger-touched Electronic Shift
- มาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 5.0 นิ้ว
- ระบบกุญแจ Keyless Entry
- ระบบล็อก-ปลดล็อกด้วยโทรศัพท์ Phone NFC Key
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake : EPB
- ฟังก์ชั่น Auto Brake Hold
- เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง
- หน้าจอกลาง ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 12.8 นิ้ว
- หน้าจอกลาง หมุนแนวตั้ง-แนวนอน ด้วยระบบไฟฟ้า Intelligent Rotating
- ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Program : ESP
- ระบบป้องกันการลื่นไถล Traction Control System : TCS
- ระบบเบรกอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking System : AEB
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า Front Collision Warning : FCW
- ระบบเตือนเปลี่ยนเลน Lane Departure Warning : LDW
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Keeping Assist : LKA
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control with Stop & Go
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist : HMA
- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

- ระบบเตือนแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 5 สี ส่วนภายในห้องโดยสาร จะอิงไปตามภายนอก
- สีชมพู Pupu Pink
- สีน้ำเงิน Surf Blue
- สีขาว-ส้ม Honey Orange
- สีขาว-เขียว Sasha Green
- สีขาว-ฟ้า Sparkling Blue

BYD Dolphin เปิดราคาวันที่ 6 กรกฎาคม นี้ คาดว่าน่าจะมีราคาอยู่ที่ 680,000-780,000 บาท.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-52536924750535