เคล็ดลับในการใช้ประโยชน์สูงสุดจากการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อขับทางไกล คุณได้เรียนรู้ทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนอย่างรัดกุมที่จะเพิ่มระยะทางด้วยจุดชาร์จไฟที่ปลอดภัยต่อระยะทางที่ขึ้นตรงกับไฟในแบตฯ กุญแจสู่ความสำเร็จในการเดินทางบนถนนด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่มีระยะทำการ 400-450 กิโลเมตรก็คือ การวางแผนให้ครอบคลุม อุดรูรั่วที่จะไปไฟหมดกลางทาง หรือหาสถานีชาร์จไฟเพื่อไปต่อไม่ได้ และต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับบางอย่าง เพื่อทำให้การเดินทางไกลด้วยยานยนต์ EV ถึงจุดหมายโดยปลอดภัย ไฟไม่ไปหมดกลางทางซะก่อน
1. ขับเรื่อยๆ ไม่ใช้ความเร็วในลักษณะที่จะเพิ่มระยะทางให้กับรถยนต์ไฟฟ้า
รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่มีราคา 8-9 แสนบาท ไปจนถึง 1.2 ล้านบาท อยู่ในกลุ่มที่มีผู้คนสนใจและควักเงินซื้อมากที่สุด รถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้ สามารถวิ่งได้ประมาณ 400 กิโลเมตร จากการชาร์จจนเต็ม ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในกลุ่มที่มีราคาย่อมเยา สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความสามารถด้านระยะทางและความจุของแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ เช่น Tesla Model 3 / Y / S และ X จะอยู่ที่ 400-650 กิโลเมตร BMW iX / Mercedes-EQS500 4Matic ตัวเลขระยะทางที่เคลมมาจากโรงงานจะเพิ่มขึ้นจนเกือบจะแตะ 650 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงค่าประมาณการเท่านั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณขับ เนื่องจากอุปกรณ์สำคัญในรถยนต์ไฟฟ้า ใช้พลังงานไฟจากแบตเตอรี่ การลดการใช้ไฟในแบตเตอรี่ จึงช่วยยืดระยะทางได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งรวมถึงการหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องปรับอากาศ ขับแบบเหยียบคันเร่งเบาๆ ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้ระบบเบรกแบบสะสมพลังงานหรือ Regenerative braking เพื่อชะลอความเร็วแทนการเหยียบแป้นเบรก อย่าลืมว่า ตัวเลขระยะทางมักจะไม่สัมพันธ์กับการใช้ความเร็ว ยิ่งขับเร็วก็จะเปลืองไฟในแบตฯ เหมือนขับเร็วในรถยนต์สันดาป ICE ก็ย่อมสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เป็นเรื่องปกติ
...
2. วางแผนการชาร์จไปพร้อมกับพักรับประทานอาหาร
เมื่อเดินทางด้วยรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน โดยปกติแล้ว คุณสามารถเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันและกลับมาบนถนนอีกครั้งภายในไม่กี่นาที แต่ไม่ใช่กับยานยนต์ EV ถ้าพบสถานีชาร์จที่ติดตั้งเครื่องชาร์จแบบเร็วด้วยไฟกระแสตรงหรือ DC ตามเส้นทาง การเพิ่มไฟให้กับแบตเตอรี่ ถึง 80 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้นโดยทั่วไปจะใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง หรือแค่ 30 นาที เมื่อตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทางแล้วพบว่า ถนนที่จะไป มีสถานีชาร์จอยู่ตลอดทาง ให้ขับไปให้ไกลที่สุดก่อนที่จะหยุดชาร์จ
ไม่ควรคาดหวังว่าจะพบสถานีชาร์จตามชุมชนหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่ห่างไกล บางครั้งสถานีชาร์จไฟก็หาได้ยากเย็นราวกับงมเข็มในมหาสมุทร สำหรับวิธีเพิ่มเวลาในขณะที่รอชาร์จ สถานีชาร์จไฟฟ้าหลายแห่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้าและใกล้ร้านอาหาร จึงเหมาะสมที่จะรวมการชาร์จเข้ากับการรับประทานอาหารหรือเดินเล่น แต่ควรกลับมาที่จุดชาร์จให้ตรงตามเวลาที่ได้กำหนดเอาไว้เพราะคนอื่นก็รอชาร์จอยู่เหมือนกัน
3. ใช้แอปฯ ที่มีอยู่ กำหนดระยะล่วงหน้า
มีหลายวิธีในการค้นหาสถานีชาร์จสาธารณะ ดาวน์โหลดแอปฯ ที่ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ เช่น EVolt /EA Anywhere / PlugShare / MEA EV /EV Station PluZ / PEA VOLTA /GO TO-U หรือใช้ Google Maps เพื่อค้นหาประเภทสถานีชาร์จที่คุณต้องการแบบเร่งด่วน แอปฯ เหล่านี้ยังสามารถช่วยคุณค้นหาที่ชาร์จตามเส้นทางได้ จำไว้ว่าระยะทางโดยประมาณของรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่ของคุณ สภาพอากาศ และการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ เมื่อนำมาพิจารณาเพื่อวางแผนเส้นทางและระยะทาง ควรมองหาที่ชาร์จล่วงหน้าฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดชาร์จที่อยู่ใกล้กับโรงแรมที่พัก ห้ามขับจนระยะทางเหลือไม่ถึง 20 กิโลเมตร ก่อนที่จะหาสถานีชาร์จเจอ!
...
4. วางแผนสำรอง
จากประสบการณ์ สถานีชาร์จอาจเจ๊ง หรือหยุดทำงานเพื่อการซ่อมบำรุง วันหยุดยาวแบบนี้ จุดชาร์จมักจะแน่นเอี้ยด หรือมีบางคนชาร์จแบบแช่ยาวไม่ยอมกลับมาที่รถตามเวลา หรือพบว่าหัวชาร์จไม่สามารถสื่อสารกับรถของคุณ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เมื่อไฟในแบตเตอรี่ของคุณเหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ ไม่ควรขับไปยังพื้นที่ห่างไกล ที่มีสถานีชาร์จสาธารณะเพียงแห่งเดียว หรือยังหาไม่เจอ คุณจะทำอย่างไรถ้าไปถึงแล้วที่ชาร์จนั้นกลับไม่ทำงาน หรือไม่สามารถชาร์จไฟได้ ? การมีแผนสำรอง เช่น การรู้จักใครสักคนในพื้นที่ที่อาจอนุญาตให้คุณเสียบปลั๊กไฟแบบข้ามคืนได้ อาจเป็นความแตกต่างระหว่างการเดินทางบนถนนที่ประสบความสำเร็จและน่าจดจำกับการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าที่ยากลำบากและทำให้คุณอยากลืมเรื่องที่ไม่น่าประทับใจ
...
...
5. รถยนต์ไฟฟ้าระยะทำการ 350-400 กิโลเมตร เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมากกว่าการขับออกนอกเส้นทาง
แม้แต่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่มีจุดชาร์จ EV เยอะมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การหาเครื่องชาร์จเร็วนอกเมืองนั้นจะกลายเป็นเรื่องยาก การเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกล เช่น อุทยานแห่งชาติ จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า มากกว่าการขับใช้งานในเขตเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลก็แทบจะหาสถานีชาร์จไม่เจอ หรือไม่มี หากดวงกุด การวางแผนล่วงหน้าแทบไม่เกิดประโยชน์เมื่อขับไปที่จุดชาร์จแล้วพบว่ามันไม่ทำงาน หรือมีรถจอดรอชาร์จอยู่เป็นจำนวนมาก หรือแอปฯ แจ้งว่าจุดชาร์จว่าง ตามเวลาที่จองไว้ แต่พอไปถึงก็พบว่ามีรถจอดชาร์จอยู่แล้วไม่มีเจ้าของอยู่ใกล้ๆ นี่คือยุคแรกของยานยนต์พลังงานสะอาดที่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าจะต้องทำใจ และทำการวางแผนเดินทางล่วงหน้าเผื่อเหลือเผื่อขาดทุกครั้งที่ออกเดินทาง ขอให้มีความสุขกับ Electric Car ครับ.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/