ตัวแทนรถซาลูนยุคใหม่ด้วยวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของVolkswagenซึ่งเข้ามาสานต่อความสำเร็จของVeyron...
โครงการผลิตรถซุปเปอร์คาร์รุ่นVeyronของBugattiประสบกับปัญหาการขาดทุนอย่างหนักหน่วง เนื่องจากการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์16กระบอกสูบ(W16)ทวินเทอร์โบที่วางอยู่ในตัวถังของVeyronรวมถึงโครงสร้างและระบบควบคุมอันสลับซับซ้อนซึ่งใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลจนยากที่จะคุ้มทุนในการขายรถที่มีราคาแพงกว่า1ล้านปอนด์ให้กับลูกค้ามหาเศรษฐี ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่ตามมาหลังจากVolkswagenผลิตรถVeyronตามใบสั่งจองของลูกค้าผู้มีอันจะเหลือกินมาได้4ปีแล้ว แต่มันคงไม่จบลงแค่นั้นเนื่องจากนายใหญ่ของVWยังคงต้องการที่จะสร้างประวัติศาสตร์ในวงการยนตกรรมต่อไปด้วยการโยนแผนงานการสร้างรถConcept Car4ประตูให้กับสำนักงานMolsheim-Bugattiดำเนินงานต่อไป
Franz-Josef Paefgen CEO Of Bugatti
Franz-Josef Paefgen CEO ของBugattiส่งมอบแนวทางของการสร้างSuper Concept Car4ประตูให้กับทีมออกแบบของบริษัทโดยมีข้อกำหนดตายตัวว่า มันต้องเป็นรถที่สวยที่สุดและวิ่งได้เร็วพอๆกับเจ้าVeyron การกระทำในลักษณะดังกล่าวจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของบริษัท(ที่ดูดีอยู่แล้ว)ให้สูงขึ้นไปอีกระดับจนแทบจะชนเพดาน งานออกแบบและสร้างรถ16C Galibierจึงต้องนำปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการสร้างและทดสอบรถVeyronมาปรับแก้ใหม่หมดเพื่อให้แผนงานดำเนินไปได้โดยปราศจากข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจนส่งผลไปถึงการใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาล(อีกแล้ว) และไม่ว่าเศรษฐกิจของโลกจะสั่นคลอนขนาดไหนเหล่าบรรดาคนมีเงินทั่วโลกก็ยังคงนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์ระดับสูงสำหรับสินค้าหรูหราราคาแพงที่เป็นของแท้ๆเหมือนเป็นการประกาศตัวตนของคนมีอันจะกินทั่วไปซึ่งก็ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับรถยนต์สุดหรูค่าตัวสูงลิบที่ยังคงขายได้ดีถึงแม้สภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบันจะยังคงซบเซาอยู่บ้างก็ตาม
...
Bugatti Type57 Atlantic And Veyron
...
The Design By Achim Anscheidt
Achim Anscheidt ผู้อำนวยการแผนกออกแบบของBugattiนำเอาแปลนของรถ16C Galibierที่ถูกร่างไว้บนพิมพ์เขียวนานกว่า3ปีมาขัดเกลาในส่วนที่ยังคงขาดความสมดุลย์ให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด ชื่อของรถรุ่นนี้ถูกนำมาจากชื่อของถนนบนเทือกเขาแอลป์ที่มีความคดเคี้ยววกไปวนมาและมีทางโค้งขึ้น-ลงเนินแทบจะตลอดเส้นทางรวมถึงวิวทิวทัศน์ที่สวยงามน่าประทับใจในยามได้ขับรถไปบนเส้นทางแห่งนี้ ตัวรถ16C Galibier มีรูปทรงที่อ้างอิงกับรถรุ่นประวัติศาสตร์ของBugatti นั่นก็คือรุ่นType57 Atlantic เจ้าแมลงเต่าทองโบราณที่มีรูปทรงสุดคลาสสิกด้วยการนำเอาสันกลางของแนวหลังคามาใช้ ความยาวตลอดทั้งคันของรถ16C Galibierมีตัวเลขอยู่ที่5.3เมตร กระจังหน้าที่ดูคล้ายกับVeyron ไฟหน้าและแนวเส้นของฝากระโปรงหน้าที่ไล่จากจุดกึ่งกลางของตัวรถตั้งแต่หน้ากระจังไปจนจรดฝาท้ายทำให้มันมีรูปแบบของแมลงเต่าทองผสมกับแมลงทับด้วยการใช้สีโครเมี่ยมในบริเวณกรัจังหน้า-บังโคลนหน้าไปจนถึงบานประตูหลังแล้วดึงเส้นข้างลำตัวไปจรดแนวเสาC-Pillar ฝากระโปรงหน้าถูกแบ่งครึ่งและเปิดออกคล้ายกับปีกของแมลงยิ่งทำให้มันดูคล้ายกับเจ้าแมลงทับสีเงินที่โดดเด่นด้วยสัดส่วนและความสวยงามของสีสัน ฝากระโปรงท้ายเทลาดไปกับแนวของกระจกหลัง ไฟท้ายทรงกลมใช้หลอดแอลอีดีอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมพร้อมกับแนวสันกลางหลังคาที่ลากยาวลงมาถึงขอบของฝากระโปรงท้ายมีหลอดไฟเบรคดวงที่สามติดอยู่ตรงกึ่งกลางของกระจกหลัง สิ่งที่แปลกตามากที่สุดบนตัวถังของเจ้า16C Galibierอยู่ที่ท่อไอเสียสแตนเลสจำนวน8ท่อแบ่งอออกข้างละ4ท่อเพื่อคงความน่าเกรงขามยามโดนจี้ท้าย
...
...
Bugatti 16C Galibier Interior
ภายในของ16C Galibier ดูหรูหราแบบสุดๆเท่าที่เงินจะสามารถสร้างรังสรรค์ได้ซึ่งแม้แต่พรมรองพื้นยังใช้หนังแท้ทั้งผืน เรือนหน้าปัดทั้งสองใจกลางคอนโซลใช้กรอบสีเงินฝังตัวอยู่ในแดชบอร์ดลายไม้ขนาดใหญ่ของคอนโซล ใช้วัดความเร็วและวัดแรงม้าที่ถูกใช้ไปในระหว่างการขับขี่ ตัวเรือนหน้าปัดวัดระดับความเร็วมีตัวเลข243ไมล์/ชั่วโมง ส่วนวัดรอบเครื่องนั้นมีตัวเลขที่ไล่จาก0-800แรงม้าให้ผู้ขับได้รับรู้ถึงปริมาณของแรงม้าในขณะที่กดคันเร่ง วงพวงมาลัยสามก้านทำจากหนังแท้กับอลูมิเนียมทรงเดียวกันกับของVeyronเป็นพวงมาลัยแบบเรียบๆไม่มีสวิชท์มัลติฟังค์ชั่นมาให้ หน้าปัดหลังวงพวงมาลัยเป็นจอภาพประมวลผลแบบLCDสำหรับแสดงข้อมูลต่างๆของทุกระบบเช่นเครื่องยนต์ ระบบนำร่องด้วยดาวเทียม จอภาพNight Visionเพื่อใช้งานสำหรับการขับในพื้นที่ที่ไม่มีแสงไฟบนถนน กล้องหน้า-หลังสำหรับการจอด การเปลี่ยนเกียร์ใช้ปุ่มปรับที่อยู่บนคอนโซลกลางลายไม้ขนาดใหญ่ คอนโซลกลางถูกออกแบบให้มีรูปทรงที่ยาวไปจนจรดเบาะผู้โดยสารตอนหลัง อุปกรณ์ที่โดดเด่นอีกชิ้นของรถ16C Galibier คือจอโทรทัศน์และนาฬิกาTourbillonซึ่งออกแบบเป็นพิเศษสำหรับติดตั้งในรถ16C Galibier นาฬิกาดังกล่าวดีไซน์โดยParmigianiที่มีลูกเล่นอันเฉียบคมด้วยการให้เจ้าของรถสามารถถอดนาฬิกาเรือนงามจากคอนโซลมาสวมใส่บนข้อมือได้อย่างสะดวกสบาย
W16 Engine Of Veyron
เครื่องยนต์ของ16C Galibier ยกเอามาจากรถสปอร์ตVeyronทั้งตัว เป็นเครื่องขนาด16สูบW16 8.0ลิตรวางตำแหน่งอยู่ในฝากระโปรงด้านหน้าที่เปิดออกได้ทั้งสองฝั่งเหมือนกับปีกของผีเสื้อ ระบบอัดอากาศเพื่อสร้างแรงม้าและแรงบิดของเดิมในรถVeyronเป็นเทอร์โบชาร์จเจอร์สี่ตัวนั้นถูกถอดออกไปทั้งหมดแล้วแทนที่ด้วยซุปเปอร์ชาร์จเจอร์แบบDual-Speedสองตัวเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในย่านความเร็วรอบต่ำ เครื่องยนต์ตัวนี้ถูกจูนอัพให้ใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งเอธานอลและน้ำมันเบนซินไร้สารอ๊อกเทน95-98 ระบบส่งกำลังหรือเกียร์เป็นแบบDSGเทคโนโลยีใหม่ของระบบส่งกำลังที่ทำงานได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็วเพียงชั่วพริบตา เกียร์DSGลูกนี้พัฒนาและปรับปรุงโดยVolkswagen AGโดยยังไม่มีการระบุว่าจะใช้เกียร์แบบใดสำหรับรถ16C Galibier ซึ่งความเป็นไปได้ของมันน่าจะใช้ระบบเกียร์อัตโนมัตแบบมาตรฐานหรือใช้เกียร์ของRicardoที่เป็นเกียร์DSGอยู่ในรถซุปเปอร์คาร์อย่างรุ่่นVeyronเพื่อทำงานควบคู่ไปกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถรองรับความเร็วได้กว่า200ไมล์/ชั่วโมง
Molsheim
นอกจากความอลังการของรูปทรง การตกแต่งภายในชั้นเยี่ยมที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆรวมถึงเครื่องยนต์และระบบการขับเคลื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่เงินจำนวนมหาศาลจะดลบันดาลแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมีใครบ้างที่อยากจะครอบครองเจ้าแมลงยักษ์ตัวหรูคันนี้ในมูลค่ากว่า1ล้านปอนด์(มันอาจมีราคาต่ำกว่าVeyronประมาณ10%)ซึ่งทั้งหมดของโครงการนี้จะถูกนำไปเดินสายจัดแสดงตามงานโชว์รถทั่วโลกเพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์อันเป็นสินค้ารุ่นล่าสุดของBugattiในยอดการสั่งจองไม่เกิน300คันแบบหมดแล้วหมดเลยเช่นเดียวกันกับรุ่นVeyron ตัวรถและระบบต่างๆจะถูกผลิตและประกอบขึ้นที่โรงงานMolsheimในฝรั่งเศสซึ่งเป็นบ้านเกิดเก่าแก่ของBugattiจากแผนงานทั้งหมดที่ผ่านมาของค่ายอภิมหาหรูแห่งนี้ การสร้างรถอย่างVeyronคือการยกระดับความสำเร็จครั้งใหญ่ของBugatti(เพียงแต่มันจะคุ้มทุนมหาศาลหรือไม่เท่านั้น)และถือเป็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องสร้างรถที่จะเข้ามาสานต่อความสำเร็จดังกล่าว ผู้บริหารของBugattiยังคงต้องใช้รถรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง16C Galibierเป็นฐานต่อไปในการสานต่อความสำเร็จของการขายผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศภายในค่าย ราคาของตัวรถไม่ไช่สิ่งสำคัญที่ลูกค้าจะต้องนำมาพิจารณาหรือนำไปเปรียบเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆซึ่งก็เหมือนกับการลงทุนซื้องานศิลปชั้นเยี่ยมที่ทรงคุณค่าและมีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นบนโลกใบนี้ บริษัทBugattiได้จัดงานฉลองครบรอบ100ปีของการก่อตั้งพร้อมกันนั้นก็ได้นำเอารถ16C Galibier ออกแสดงให้บรรดามหาเศรษฐีได้ยลโฉมและทำให้ลูกค้ากลุ่มเงินถุงเงินถังบางรายถึงกับเฝ้ารอที่จะเซนชื่อลงไปบนสมุดเช็คเงินสดเพื่อการครอบครองเจ้าแมลงยักษ์ตัวหรูคันนี้ก่อนใคร.
Bugatti 16C Galibier Specifications
แบบ............................................ซาลูนห้าประตูสี่ที่นั่ง
เครื่องยนต์..................................W16 8.0ลิตร
ลักษณะการวางเครื่องยนต์.........เครื่องยนต์วางตามยาวด้านหน้า ขับเคลื่อนสี่ล้อ
ปริมาตรความจุ(ซี.ซี.).................7993 ซี.ซี.
บล็อกเครื่องยนต์,ลูกสูบ.............อลูมินัมอัลลอย
กระบอกสูบ................................อลูมินัมอัลลอย ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป 4วาว์ลต่อสูบ
ระบบหล่อลื่น.............................Dry-Sump
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง....................Electronic Engine Management And Fuel Injection
ระบบอัดอากาศ.........................Twin-Superchargers Dual-Speed
แรงม้าสูงสุด..............................900 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด.............................900 ปอนด์ฟุต
แรงม้าต่อน้ำหนัก......................435แรงม้า/ตัน
ระบบส่งกำลัง............................เกียร์อัตโนมัตDSG 8สปีด
อัตราเร่ง....................................0-100กิโลเมตรใน 3.0 วินาที
ความเร็วสูงสุด...........................386 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า....................................ดับเบิ้ลวิชโบน คอยสปริงพร้อมโหมดอีเล็คโทรนิคควบคุมระดับความสูง-ต่ำแบบปรับตั้งได้
ด้านหลัง....................................ดับเบิ้ลวิชโบน คอยสปริงพร้อมโหมดอีเล็คโทรนิคควบคุมระดับความสูง-ต่ำแบบปรับตั้งได้
ระบบเบรค.................................ดิสเบรคทั้งสี่ล้อพร้อมระบบช่วยเบรคABS, ESP, EBD
ล้อและยาง.................................ล้ออัลลอยขนาด22นิ้วพร้อมยางขนาด285/35/ZR22ทั้งสี่ล้อ
น้ำหนักตัวรถ..............................2100 กิโลกรัม
ราคา..........................................1ล้านปอนด์
จำนวนการผลิต..........................300 คัน
arcom roumsuwan
Photo By
http://musclecarswallpaper.blogspot.com
http://sportcarwallpp.blogspot.com