หลังจาก McLaren F1คันแรกปรากฎตัวขึ้นเมื่อปี 1992 และสร้างสถิติโลกด้านความเร็วไว้หลายรายการ ผ่านไป 17 ปี กับช่วงเวลาแห่งการรอคอย รถ McLaren คันใหม่ล่าสุดก็ได้หวนคืนสู่วงการ Super Sport Car อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในโมเดลที่ 2 รหัส MP4-12C 2011

นี่ คือSuper Car 600 แรงม้าคันล่าสุดจากโรงงานของ McLaren ที่จะเข้ามาสืบสานตำนานแห่งความเร็วแทนรถรุ่นแรกอย่าง McLaren F1/1992 รูปแบบของรุ่นที่สองในรหัส MP4-12C 2011 ยังคงมีความเหมือนกับรุ่นเดิมแทบทุกระบบเช่น เครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลัง 600 แรงม้าและงานตัวถังบวกซัสซีส์ผลิตจากวัสดุประเภทคาร์บอนคอมโพสิต




The New Design

บริษัท McLaren Automotive วางโครงการผลิตรถยนต์แบบสปอร์ต โดยเริ่มต้นจากการสร้างโรงงานขนาดเล็กขึ้นในเมืองSurrey หลังจากทำตัวเป็นพวกมือปืนรับจ้าง รับงานผลิตรถแข่งF1รวมถึงรถสปอร์ตให้กับทั้ง BMW และ Mercedes Benz มานาน จุดมุ่งหมายของทีมวิศวกรจากโรงงานของ McLaren ที่รับคำสั่งโดยตรงจากผู้บริหารโดยมุ่งเน้นไปที่ความสะดวกสบายในขณะขับขี่ ที่ต้องเหนือกว่ารถรุ่นแรก ระบบควบคุมการทรงตัว ความแม่นยำของพวงมาลัย การนำเอาระบบActive รุ่นล่าสุดมาพัฒนาเพื่อใช้กับตัวรถ สวิชท์คอนโทรลปรับเปลี่ยนโหมดการขับและ Set-Up ระบบกันสะเทือนที่ Super Car ในยุคใหม่จำเป็นต้องมี รวมไปถึงระบบรักษาความสมดุลย์ของตัวรถที่จะทำให้เจ้าของรถถึงกับทึ่ง ในความไฮเทคของรถ MP4-12C 2011






Body Work

Frank Stephenson -McLaren Design Director แสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบทั้งคันของตัวรถ MP4-12C โดยมุ่งไปที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่งใช้การออกแบบย้อนกลับจากภายในสู่ภายนอก ตัวถังของมันมีความสัมพันธ์กับระบบอากาศพลศาสตร์ การจัดเรียงอากาศให้ไหลผ่านตัวรถและนำอากาศบางส่วนมาใช้เพื่อระบายความร้อน รวมถึงใช้กระแสลมเพื่อกดตัวถังให้แนบสนิทกับพื้นถนนเมื่อใช้ความเร็วโดยไม่ เสียมุมมองรอบตัว รถ MP4-12C จะเตี้ยกว่า สั้นกว่าและแคบมากกว่ารุ่นF1ในทุกมิติ รวมถึงน้ำหนักทั้งคันที่เบากว่าซึ่งใช้วัสดุประเภทอลูมิเนียมบวกคาร์บอนห่อ หุ้มอยู่ กระจกบังลมด้านหน้ามีพื้นที่กินลึกและคอดต่ำ กระจกด้านหลังเทลาด เสาC-Pillar เชื่อมต่อกับพื้นหลังรถไปทางด้านหน้า ออกแบบให้เข้ากับระบบอากาศพลศาสตร์ กระแสลมจะไหลผ่านอยู่เหนือบริเวณท้ายรถขณะที่ใช้ความเร็ว ช่วยให้แอร์เบรคหรือสปอยเลอร์หลังทำงานได้ตามค่าที่ผ่านการคำนวนมาอย่าง เหมาะสม ซัสซีส์แบบคาร์บอนโมโนค็อกของ MP4-12C เข้ามาเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของซัสซีส์รุ่นเก่าของรถ Super Car ในแบบที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน ช่วงล่างแบบ Rolling Chassis พร้อมกับตัวถังนอกโครงสร้างแขวนอยู่ด้านบน ส่วนที่สำคัญที่สุดและสามารถปกป้องผู้โดยสารหากเกิดการชนปะทะคือ Mono Call ซึ่งเป็นโครงสร้างน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่งตามเกณฑ์มาตรฐานและผ่านการทดสอบการชนในระดับที่สูงมาก ซับแรงปะทะในขณะที่เกิดอุบัติเหตุได้เท่ากับรถแข่ง F1 มีต้นทุนในการผลิตถูกกว่าซัสซีส์ของรถMcLaren Mercedes SLR ถึง4เท่าและมีน้ำหนักเพียง 80 กิโลกรัม






The Gullwing Door

รูปทรงโดยรวมของ MP4-12C มีความคล้ายคลึงกับSuper Car เครื่องวางกลางทั่วไป แต่เพียวลมกว่าและมีขนาดเล็กกว่า Ferrari 458 ทัศนวิสัยของมุมมองอยู่ในขั้นดีเยี่ยม บังโคลนทั้งสองข้างช่วยในการกะระยะห่างได้ดี ฝากระโปรงที่แบนราบทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นพื้นถนนได้มากเท่าที่ต้องการ ประตูเปิดแบบปีกนกช่วยเน้นบรรยากาศของ Super Car ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซุ้มโป่งบริเวณล้อหลัง ไฟท้าย LED ทรงยาวที่มีทางออกของท่อไอเสียสองตาแหน่งอยู่ด้านบน และแนวราบของกระจกบานหลังทำให้มันมีมุมมองที่ลงตัวอย่างยิ่ง ทุกเหลี่ยมมุมจะถูกสื่อให้เห็นถึงดีไซน์ที่เชื่องโยงกับพลังอย่างชัดเจน






Cockpit

ห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้เชื่อมต่อกับ การขับขี่และความสะดวกสบาย ซึ่งตกแต่งอย่างงดงามด้วยวัสดุชั้นดี การห่อหุ้มด้วยหนัง อลูมิเนียม และพลาสติกเกรดสูงแตกต่างจากภายในของ Ferrari ที่พบเห็นกันจนชินตา โครงแดชบอร์ดเป็นรูปตัวM แบ่งพื้นที่ของผู้ขับและผู้โดยสารออกจากกันอย่างชัดเจน ส่วนตรงกลางเป็นที่อยู่ของสวิชท์และอุปกรณ์ต่างๆที่ดูคล้ายกับของอากาศยาน ประกอบไปด้วยมาตรวัดรอบขนาดใหญ่ ใช้การอ่านค่าความเร็วเป็นตัวเลขแบบดิจิตอล วงพวงมาลัยสามก้านกรอบวงทำจากหนังแท้สีดำและก้านพวงมาลัยทำจากอลูมิเนียม ซึ่งมีรัศมีความกว้างเท่ากับพวงมาลัยรถแข่งF1ของ Lewis Hamilton พอดี ก้านแพ็ดเดิ้ลชิฟทำจากอัลลอยสีเงินอยู่บนคานสับเดียวกันเหมือนกับของรถแข่ง F1 คอนโซลกลางจะมีลักษณะแคบเนื่องจากต้องการให้ตำแหน่งนั่งของผู้โดยสารขยัับ เข้ามาชิดกับเซนเตอร์หรือจุดศูนย์กลางของตัวรถเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี ปุ่มActive Dynamics Panel สำหรับปรับระบบควบคุมการทรงตัว สปีดอัตราทด ช่วงล่างและแรงกดของตัวถัง หลังเบาะคู่หน้าถูกเว้นพื้นที่ไว้เล็กน้อย




Mid Engine 3800 c.c. V8 Twin Turbo

ต้นกำลังของรถ MP4-12C เกิดจากเครื่องยนต์ความจุ 3.8 ลิตร V8 ทวินเทอร์โบ วางทำมุม 90 องศาที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ของBMW และ Mercedes Benz ตัวไหนทั้งสิ้น มันถูกออกแบบให้ใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-Plane เช่นเดียวกันกับเครื่องยนต์ของรถ Ferrari และสามารถลากรอบได้สูงถึง 9000 รอบ/นาที ถึงแม้จะไม่มีระบบจ่ายเชื้อเพลิง Direct Injection แบบในรถSuper car ทั่วๆไปที่หายใจเองโดยไม่มีระบบช่วยอัดอากาศ แต่ม้าทั้ง 600 ตัวเกิดจากการบูสของเทอร์โบคู่ที่ปรับจูนมาอย่างเต็มกำลัง และปราศจากอาการ Turbo Lag ที่มักจะพบเห็นได้ในรถติดเทอร์โบทั่วไป ด้วยความเร็วสูงสุดที่มันสามารถทำได้กว่า 200 ไมล์/ชั่วโมง บวกกับอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรที่มีตัวเลขประมาณ 3 วินาทีต้นๆ แม้ว่ากำลังทั้งหมดจะถูกส่งไปลงที่ล้อคู่หลัง แต่ MP4-12C ยังคงสร้างความมั่นใจว่ามันจะสร้างประสิทธิภาพได้อย่างสูงสุด ด้วยระบบส่งกำลังที่มีก้านแพ็ดเดิ้ลชิฟ และเฟืองท้ายActive Differential ที่ถูกปรับปรุงใหม่ทั้งระบบ พร้อม Launch Control เพื่อการออกตัวจากจุดหยุดนิ่งอย่างรวดเร็ว ส่วนระบบเกียร์ไม่มีรุ่นเกียร์ธรรมดาให้เลือกเนื่องจากล้าสมัยเกินไป เกียร์อัตโนมัตของ McLaren MP4-12C เป็นแบบคลัตช์คู่ มีเสื้อเกียร์ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์สูตรผสมพิเศษ สร้างอัตราทดได้ 7 สปีดและสามารถเปลี่ยนจังหวะเกียร์ขึ้น-ลงได้ภายในเสี้ยวของวินาที ถูกออกแบบให้มีความกระชับในทุกสัดส่วนโดยทำการลดความยาวของชุดส่งกำลัง เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำหนักถ่วงท้ายที่เกินความจำเป็น การออกแบบเพลาล่างคู่ของกระปุกเกียร์ทำให้ได้ท้ายรถทรงตัดสั้นและมีสมถรรนะ ของการยึดเกาะช่วงท้ายที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากจุดศูนย์ถ่วงด้านหลังต่ำมากซึ่งผ่านการคำนวนค่าจากคอมพิวเตอร์รุ่น ก้าวหน้ามาเป็นอย่างดี




Suspension

ระบบ รองรับหรือระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบปีกนกคู่กับคอยสปริง เชื่อมโยงด้วยกลไกภายในที่หล่อลื่นโดยน้ำมันไฮดรอลิค ตัดความจำเป็นในการใช้เหล็กกันโคลงออกไปเพื่อลดน้ำหนัก ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนโหมดความสูงได้ 3 ระดับด้วยสวิชท์ตรงคอนโซลกลาง ช่วยควบคุมการส่ายหรือโคลงตัวของรถจากการวิ่งที่ความเร็วสูงๆให้มั่นคงยิ่ง ขึ้น ในมิติเชิงกลของระบบ Dynamic มันจะทำงานด้วยความรวดเร็วและขึ้นอยู่กับสภาพของถนนที่วิ่งผ่าน ระบบจะปรับตั้งความหนึบของช่วงล่างแบบเรียลไทม์ ซึ่งมีข้อดีเมื่อตัวรถวิ่งอยู่ในทางตรงระบบ Roll Control จะตัดการทำงานที่เชื่อมต่อกับล้อทั้งสี่ และจะเริ่มทำงานทันทีเมื่อผู้ขับกดสวิชท์ปรับเปลี่ยนโหมดที่คอนโซลกลาง ช่วงล่างทั้งหมดของมันถูกทดสอบโดยใช้โปรแกรมจำลองสถานการณ์แบบเดียวกันกับรถ แข่งF1 และได้ค่าของแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือแรง G เหนือกว่ารถคู่แข่งถึง 30 เปอร์เซนต์จากการทดสอบอย่างหนักของทีมวิศวกร McLaren


Carbon Break

รถ McLaren MP4-12C มีอัตราการกระจายน้ำหนักที่ 43%ในด้านหน้าและ 57% ในด้านหลัง การเบรคอย่างรุนแรงหนักหน่วงเพื่อหยุดยั้งม้าทั้ง 600 ตัว เกิดขึ้นจากดิสเบรคแบบเหล็กหล่อขึ้นรูปที่ถูกเชื่อมติดกับหัวหมูเกียร์หรือ Bell Housing ที่ทำจากอลูมิเนียมหลอมน้ำหนักเบาพิเศษ พร้อมด้วยออฟชั่นจานดิสคาร์บอนเซรามิค วิศวกรของ McLaren แนะนำว่าเบรคแบบจานดิสเหล็กจะให้สัมผัสที่ดีกว่าบนแป้นเบรค แต่จานดิสคาร์บอนก็มีสมถรรนะที่ดีเลิศในการใช้งานกับสภาพเส้นทางที่ต้องใช้ เบรคอยู่ตลอดเวลาอย่างในสนามแข่งขันหรือเส้นทางที่อุดมไปด้วยทางโค้งขึ้น-ลง เนินเขา คาลิปเปอร์เบรค 6ลูกสูบ จานหน้า 380 มิลลิเมตร จานหลัง 370 มิลลิเมตร

หากเปรียบเทียบMcLaren MP4-12C กับบรรดารถ Super Car ของคู่แข่งที่มีอยู่โดยวัดจากพลังของเครื่องยนต์ สภาพการขับขี่ สมรรถนะในการยึดเกาะ การทรงตัวและความสบายภายในห้องโดยสาร รถ MP4-12C ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจนแทบจะไร้ที่ติ ซึ่งว่ากันว่าบริษัทรถสปอร์ตเกิดใหม่เล็กๆอย่าง McLaren กะจะล่อ Ferrari ให้ตายกันไปข้างนึงเลยทีเดียว

McLaren MP4-12C Specifications
แบบ.................................... สปอร์ตสองประตู สองที่นั่ง
เครื่องยนต์..........................V8 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบ DOHC VVTI
ลักษณะการวางเครื่องยนต์...เครื่องยนต์วาง กลางลำตัว ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ...................3800 c.c.
วาว์ ล....................................4 วาว์ลต่อสูบ/32 วาว์ล
ฝาสูบและ ลูกสูบ...................Aluminium Block And Head
ระบบส่งกำลัง .....................เกียร์อัตโนมัต 7สปีด DCT Gearbox Brake-Steer ESP,ASR
แรงม้าสูงสุด........................600 แรงม้า n/a RPM
แรง บิดสูงสุด.......................442 ปอนด์ฟุต n/a RPM
ระบบกันสะเทือน .................Double Wishbones, Coil Springs, Active Hydraulic Damper
น้ำ หนัก................................1300 กิโลกรัม
อัตราส่วนแรงม้าต่อ น้ำหนัก...469 แรงม้า/ตัน
อัตราเร่ง ...............................0-100 กิโลเมตรใน 3.0 วินาที
ความเร็ว สูงสุด.....................322 กิโลเมตร ++ ต่อชัวโมง
ราคา (ในอังกฤษ).................150,000 ปอนด์
วางจำหน่าย .........................2011

arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Photo By
www.ultimatecarpage.com/car/4256/McLaren-MP4-12C.html
www.theautochannel.com

...